บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เดินหน้าย้ายแน่นอน

โดย ภัค เศารยะ

ใครที่ชอบเที่ยวประเทศญี่ปุ่น โดยเฉพาะผู้นิยมเมนูปลา แล่เฉือนให้กินกันสดๆแบบซูชิ คงไม่พลาดที่จะไปเยือน ตลาดปลาสึกิจิ (Tsukiji Fish Market) ซึ่งเป็นตลาดขายส่งกลางกรุงโตเกียว ที่เปิดดำเนินการมามากกว่า80ปี ว่ากันว่าที่นี่คือตลาดปลาที่ใหญ่ที่สุดในโลก และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตแห่งหนึ่ง เสน่ห์ของตลาดแห่งนี้เริ่มตั้งแต่ต้องตื่นตั้งแต่เช้ามืดเพื่อมุ่งหน้าเดินทางมาตลาดปลา เลือกร้านเลือกเมนูเสร็จพ่อค้าแม่ค้าปลาก็จะทำให้กินสดๆกันเลย นอกจากนี้ยังมีการประมูลปลาทูน่าทำให้คึกคักอย่างยิ่งในยามเช้า

แต่เมื่อไม่นานมานี้นางยูริโกะ โคอิเกะ ผู้ว่าราชการกรุงโตเกียว ได้ประกาศแผนย้ายตลาดปลาเก่าแก่ดังกล่าวไปอยู่ที่แห่งใหม่ชื่อโทโยสุ ซึ่งเป็นเกาะสร้างขึ้นเมื่อปี 2473 เนื่องจากต้องการปรับปรุงพื้นที่ตลาดปลาเดิมรองรับมหกรรมการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกปี 2563 โดยกำหนดการแรกนั้นคาดว่าจะเสร็จสิ้นในปลายปี 2560 นี้

ทว่าโครงการต้องหยุดชะงักลงเพราะปัญหาด้านค่าใช้จ่ายการเคลื่อนย้าย รวมถึงแรงเสียดทานจากเสียงต่อต้านของผู้ค้าที่ไม่เห็นด้วย ที่สำคัญพื้นที่ดั้งเดิมของเกาะเคยเป็นโรงงานผลิตก๊าซ ยิ่งไปกว่านั้นมีการตรวจพบสารพิษปนเปื้อนในดินที่นำมาถมที่ ซึ่งหลายฝ่ายต่างกังวลว่าจะมีผลต่อความปลอดภัยด้านอาหาร

แต่หลังจากหยุดทบทวนโครงการไปเกือบปี เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ผู้ว่าราชการหญิงของกรุงโตเกียว ก็ประกาศเดินหน้าแผนการย้ายตลาดปลาสึกิจิไปอยู่ที่โทโยสุเป็นที่แน่นอนแล้ว โดยเพิ่มทางออกให้อีกทางหนึ่งคือ จะไม่มีการทุบทิ้งตลาดปลาสึกิจิเพื่อสร้างเป็นศูนย์การค้าแหล่งความบันเทิง แต่ยังคงไว้ให้เป็นตลาดขายปลาเหมือนเดิม พ่อค้าแม่ขายก็มีโอกาสเลือกที่จะกลับไปค้าขายได้ เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวจะพัฒนาให้เป็นศูนย์กลางการขายสินค้าและอาหารเพื่อรองรับนักท่องเที่ยว ซึ่งจะใช้ระยะเวลา 5 ปีในการปรับปรุงโฉมใหม่ของตลาดสึกิจิและสามารถรองรับเหตุการณ์แผ่นดินไหวได้ด้วย อย่างไรก็ตาม แม้นโยบายจะดูประนีประนอมมากขึ้น แต่ยังมีความกังวลของผู้ประกอบการเกี่ยวกับสารเคมีปนเปื้อนที่พบในดินอาจก่อให้เกิดมะเร็งในระดับสูง

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 31 ก.ค.ปีที่ผ่านมา ยูริโกะ โคอิเกะ ชนะเลือกตั้งได้เป็นผู้ว่าราชการกรุงโตเกียวด้วยคะแนนเกือบ 3 ล้านเสียง โดยเลือกลงเป็นผู้สมัครอิสระแม้ว่าจะสังกัดพรรคเสรีประชาธิปไตย (แอลดีพี) ก็ตาม แต่การยืนยันที่จะย้ายตลาดเก่าแก่อาจทำให้เสียงสนับสนุนของเธอลดลงในช่วงที่กำลังการเข้าสู่การเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงโตเกียวในวันที่ 2 ก.ค.นี้ คงต้องจับตาดูว่าหญิงเหล็กแห่งโตเกียวจะฝ่าฟันไปได้เหมือนครั้งก่อนหรือไม่.

ภัค เศารยะ