บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ที่นี่ที่เดียว ฟังโจ๊กพูด! มีพลังแต่งตั้งตำรวจแค่ข่าวโคมลอย

"ได้ครับพี่ ดีครับผม เหมาะสมครับท่าน" วลีสั้นๆ ที่ถูกนำมาเปรียบเปรยกับบุคลิก-นิสัย เข้าหาผู้ใหญ่ จัดให้ตามสั่งของ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บังคับการ 191 เรียกได้ว่า โจ๊ก เข้าได้กับทุกความเป็นไปตามสถานการณ์บ้านเมือง ส่งผลให้เขาติดยศนายพลที่มีอายุน้อยที่สุดในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

กระแส "โจ๊ก หวานเจี๊ยบ" ไม่ใช่เพิ่งมาดังเมื่อแต่งตั้งวาระ 59 แวดวงตำรวจเขาเปิดโปงขุดคุ้ยเหน็บแนมกันมาตั้งแต่ คสช.เข้ามามีอำนาจในบ้านนี้เมืองนี้ พร้อมคุมบังเหียน มีพาวเวอร์ จัดแจงปฏิรูปตำรวจ - ทุบแท่งพนักงานสอบสวน ยาวไปถึงจ้องรื้อระบบใหม่หมด หวังพลิกดำเป็นขาว ยาวไปจนดึง "วลี โจ๊ก ชักบันไดหนี" ....หนีเพื่อนรุ่นเดียวกันไม่ให้ไต่บันไดเอื้อมดาวติดบ่าเลื่อนชั้นยศทันกัน... จริงเท็จอย่างไรคงต้องให้ตำรวจทั้งประเทศตัดสินกันเอง

ช่วงหลายปีที่ผ่านมา ท่ามกลางเพลิงไฟให้ลุกโชน หลายฝ่ายวิ่งเข้าสุมไฟ ปลุกกระแส "พาวเวอร์ โจ๊ก สั่งได้" นายตำรวจคนสนิทชิดใกล้ ได้ดิบได้ดีเลื่อนชั้นยศปีนบันไดตามก้นกันไปติดๆ เสียงสะท้อนจาก "ตำรวจนอกสายตาโจ๊ก" ตัดพ้อ-น้อยใจความไม่เท่าเทียม เพราะเหมือนกับว่า คำสั่งแต่งตั้งในมือโจ๊ก ดันไปสนองความต้องการพรรคพวกเป็นส่วนใหญ่ เหตุนี้เอง ปี 2559 ที่ผ่านมา โจ๊ก จึงกลายเป็นตำรวจที่โดดเด่นมากสุด ถูกจับตาด้านผลงานมากสุด และเหมือนจะ "มีพลังที่สุด" ก่อนจะเปิดใจไขข้อครหาวิ่งตำแหน่งตำรวจ กับทาง "ไทยรัฐออนไลน์" ณ วันนั้น ที่นี่ที่เดียว

"พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล" กล่าวกับไทยรัฐออนไลน์ว่า อันดับแรกต้องขอขอบคุณสื่อมวลชนที่มองเห็นเรื่องการทำงานในรอบปีที่ผ่านมามีความโดดเด่น โดยเฉพาะตำแหน่งผู้บังคับการตำรวจท่องเที่ยว ที่ตนได้เข้ามาพัฒนา โดยบูรณาการหลายหน่วยงานเข้าด้วยกัน ผลงานทั้งหมดมันคือทีมเวิร์ก ลูกน้องเรามีศักยภาพดีอยู่แล้ว ส่วนยุทโธปกรณ์ต่างๆ เรามีอยู่แล้ว เราแค่นำมาปรับใช้ ผู้ใต้บังคับบัญชาเราดีด้วย จึงออกมามีผลงานที่โดดเด่น ขวัญกำลังใจของผู้ใต้บังคับบัญชาสำคัญที่สุด

"ส่วนที่มีข่าวออกมา เกี่ยวกับผมมีอำนาจในเรื่องคำสั่งแต่งตั้งรอบที่ผ่านมา ขอยืนยันว่าไม่จริงครับ ทุกอย่างมันอยู่ที่กระบวนการ มีผู้บังคับบัญชาหลายขั้นต้องพิจารณาตัดสิน แค่เพียงผมเป็นผู้ติดตาม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เลยอาจจะถูกมองไปในแง่นั้น ได้ยินมาบ่อยมาก แต่เชื่อว่าความจริงก็คือความจริง ทุกอย่างเป็นไปตามกฎระเบียบทุกประการ เราเอาผลงานเข้าว่า ผมอยู่ที่ไหน ตำแหน่งใดก็จะพยายามทำหน้าที่ตรงนั้นให้ดีที่สุด ตอนดำรงตำแหน่งรองผู้บังคับการอยู่ จ.สงขลา ผมรับผิดชอบ 4 จังหวัด ผมก็เต็มที่กับตรงนั้น ข่าวลือคือข่าวโคมลอย เราตั้งใจทำหน้าที่ให้ดีของเราต่อไป นั่นคือสิ่งสำคัญที่สุด" พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าว

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ บอกด้วยว่า อยากจะให้กำลังใจพี่น้องตำรวจทุกนายในการปฏิบัติหน้าที่ รู้ว่าอาชีพตำรวจมันเครียดและเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าแค่ไหน อยากให้สื่อมวลชนร่วมให้กำลังใจตำรวจด้วยเช่นกัน ทุกองค์กรมีทั้งคนดีและไม่ดี แต่ตำรวจที่มุ่งมั่น ทำความดียังมีอีกมาก ไม่อยากให้มาพลอยเสียกำลังใจไปด้วย ส่วนตนเองยืนยันจะเป็นตำรวจที่ทำประโยชน์ให้กับหน่วยงาน คงมาตรฐานที่ดีแบบนี้ต่อไปเพื่อประโยชน์สุขของประชาชนต่อไป

ไทยรัฐออนไลน์ พามาย้อนประวัติ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้การฯ มีพลังด้านคำสั่งแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจ พ.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล นรต.รุ่น 47 ปัจจุบันอายุ 45 ปี

"นายพลตำรวจคนแรกที่มีอายุราชการน้อยที่สุดตั้งแต่มีการก่อตั้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ" ก้าวกระโดดข้ามนายตำรวจรุ่นพี่นับพันคน ชีวิตเยาว์วัย ถูกตีแผ่สู่สังคมออนไลน์ สื่อสำนักต่างๆ ทราบกันว่าเขาเป็นเด็กในบ้าน พล.ต.อ.เสมอ ดามาพงศ์ อดีตนายตำรวจใหญ่ พ่อตา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โจ๊ก เป็นบุตรชายของพ่อบ้าน “นายเหมอ” ก่อนจะตัดสินใจสอบเข้าโรงเรียนนายร้อยตำรวจ เรียนจบรับราชการ โจ๊กยังมีพาวเวอร์ไม่ธรรมดาในยุคที่ตระกูล "ชินวัตร" รุ่งเรือง

ส่วนวีรกรรมจำไม่ลืมดังสนั่นเป็นที่โจษจัน เห็นจะเป็นเรื่องอื้อฉาวเมื่อประมาณต้นปี 2554 โดย นายเขตสยาม เนาว์รังสี เจ้าของสถานบริการโบว์ลิ่งเบียร์ คาราโอเกะ เข้าแจ้งความต่อ พ.ต.ท.บุญวัฒน์ นึกชัยภูมิ พนักงานสอบสวน สบ.3 ให้ดำเนินคดีต่อ พ.ต.อ.สุรเชษฐ์ กับพวกรวม 3 คน ฐานข่มขู่รีดไถ โดยให้การว่ามีชายหญิงคู่หนึ่งเข้ามาพบที่ร้านโดยอ้างชื่อ พ.ต.อ.สุรเชษฐ์ ขอเก็บค่าอำนวยความสะดวกเดือนละ 1,000 บาท โดยให้โอนเข้าบัญชีผู้หญิง ต่อมามีการขอเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนถึงเดือนละ 5,000 บาท ซึ่งจ่ายให้ไม่ไหว จึงถูกข่มขู่จะอุ้มไปวิสามัญฯ นายเขตสยามให้การว่า เกิดความเกรงกลัวจนต้องหนีข้ามไปฝั่งเพื่อนบ้าน แต่ในที่สุดเมื่อเห็นมีผู้ประกอบการรายอื่นๆ  รวมตัวกันร้องเรียนมากถึง 130 ราย ผ่านไปยังศูนย์เว็บไซต์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงตัดสินใจข้ามแม่น้ำโขงแจ้งความร้องทุกข์ดังกล่าว ขณะนั้นสำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงมีคำสั่งให้ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผบช.ก.ในฐานะผู้บังคับบัญชาโดยตรงตั้งคณะกรรมการสอบสวน และให้ย้าย พ.ต.อ.สุรเชษฐ์ กับพวกจนกว่าการสอบสวนจะเสร็จสิ้น

และถึงแม้ขั้วการเมืองจะเปลี่ยนเป็น แดง ฟ้า หรือเขียว "โจ๊ก" ยังคงยืนหยัดในแวดวงตำรวจได้อย่างสง่าผ่าเผยมีพลัง ไม่สะดุดบันไดล้มสักขั้น เข้าได้กับทุกยุคสมัย จาก ด.ช.โจ๊ก "บ้านดามาพงศ์" สู่ความไว้วางใจใกล้ชิด บ้านวงษ์สุวรรณ สื่อบางสำนักบอกว่า โจ๊ก มีความพลิ้วไหว ที่เหมือนจะ "ไม่มีจุดยืนใดๆ" แลกมาด้วยความสำเร็จของตัวเองและพวกพ้อง

ถึงวันนี้ กระแสโจ๊ก หวานเจี๊ยบ กลับมาดังเปรี้ยงปร้างอีกครั้ง คงต้องรอดูกันต่อไปว่า นายพลอายุน้อยที่สุด จะดำเนินชีวิตต่อไปในทิศทางใดในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ "เชื่อว่าตำรวจทุกนายกำลังจับตามองเขาอยู่".