วันอาทิตย์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

แท็กทีมไม่ตัดน้ำไฟ! ราชการชักดาบหลายพันล้าน อ้างงบไม่พอ กระทรวงคุณครูอันดับ 1

หลังจากที่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ออกมายอมรับว่า มีหน่วยงานรัฐค้างค่าชำระสาธารณูปโภคทั้งค่าน้ำ และค่าไฟโดยตัวเลขทั้งหมดประมาณ 6 พันล้านบาท เป็นของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ประมาณ 4 พันล้านบาท การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) เกือบ 2 พันล้านบาท และของการประปานครหลวง (กปน.) และการประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) ทั้ง 2 แห่ง รวมเป็น 100 ล้านบาท โดยที่ผ่านตั้งงบประมาณไม่พอจึงต้องหาวิธีว่าจะเอางบประมาณอะไรไปจ่ายส่วนนี้ ซึ่งต้องตั้งงบประมาณเพื่อไปจ่ายของเดิมด้วย

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ สอบถามไปยัง นายเสริมสกุล คล้ายแก้ว ผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) นายปริญญา ยมะสมิต ผู้ว่าการประปานครหลวง (กปน.) และรศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์ ผู้ว่าการการประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) ถึงประเด็นการค้างชำระต่างๆ

ผู้ว่าฯ กฟภ. เผย ราชการค้างค่าไฟ 3 พันกว่าล้าน กระทรวงศึกษาอันดับ 1

นายเสริมสกุล คล้ายแก้ว ผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) กล่าวว่า สำหรับยอดค้างชำระค่าไฟของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ยอดค้างชำระรวมทั้งสิ้น 3,000 กว่าล้านบาท ส่วนใหญ่จะเป็นของปี 2560 จำนวน 2,500 ล้านบาท แต่ที่เหลืออีก 100 กว่าล้านเป็นยอดที่ค้างชำระมาตั้งแต่ในอดีตปี 57-59 นั่นหมายความว่า หน่วยงานต่างๆ จะเคลียร์ยอดค้างชำระค่าไฟให้เสร็จสิ้นภายในปีงบประมาณ ซึ่งคือเดือนกันยายน

สำหรับหน่วยงานที่ค้างชำระค่าไฟมากที่สุด คือ 1. กระทรวงศึกษาธิการ 2. กระทรวงสาธารณสุข โดยบางหน่วยงานค้าง 1 เดือนบ้าง 2 เดือนบ้าง แต่ทั้งนี้แล้ว จะมีการชำระให้เสร็จสิ้นภายในปีงบประมาณนั้นๆ จนเกือบทั้งหมด ซึ่งทาง กฟภ. ได้เรียกเก็บเงินไปทุกเดือนตามปกติ มีการจดหน่วยทุกเดือนและแจ้งหนี้ไปทุกเดือน บางครั้งบางหน่วยงานขัดข้องก็จะรวบรวม 2 เดือนมาส่งให้ครั้งหนึ่ง โดยอาจจะไม่ใช่ทุกหน่วยงานที่ค้างชำระหนี้หรือว่าติดค้างทุกเดือน แต่ก็อาจจะมีแค่ค้างชำระในบางเดือน

“การค้างชำระค่าไฟหลายเดือนนั้น โดยปกติเราก็ไม่ได้ตัดไฟ เนื่องจากว่าหน่วยงานภาครัฐต้องให้บริการประชาชน หากไปตัดไฟอาจจะเกิดผลกระทบกับประชาชนได้ เราก็จะใช้วิธีการแจ้งค่าไฟ ติดตามหรือเรียกให้ชำระ ถึงแม้ว่าจะยังไม่มีงบประมาณมาชำระเราก็ไม่ถึงขนาดที่ตัดไฟ” ผู้ว่า กฟภ. ระบุ

เงินส่วนที่ค้างชำระจะมีผลต่อการบริหารงานของ กฟภ. หรือไม่นั้น นายเสริมสกุล เผยว่า ในภาพรวมนั้น กฟภ.มีรายได้ค่าไฟ 400,000 ล้านบาทต่อปี ฉะนั้น พูดได้ว่าเงินที่หน่วยงานภาครัฐค้างชำระไม่ส่งผลกระทบอะไรมากต่อการบริหารจัดการภายในองค์กร ซึ่งแม้ว่าจะค้างชำระข้ามปีไปแต่ก็ไม่ได้เยอะมากจนเกิดผลกระทบกับหน่วยงาน

กปน. เจ้าหนี้ 205 ล้าน เผย หน่วยงานเดียวค้างค่าน้ำสูงสุด 68 ล้าน

นายปริญญา ยมะสมิต ผู้ว่าการประปานครหลวง (กปน.) เปิดเผยว่า หน่วยงานรัฐมียอดค้างชำระค่าน้ำปี 2559 ประมาณ 631,000 บาท ส่วนปี 2560 ประมาณ 204 ล้านบาท ยอดค้างชำระรวมทั้งสิ้น 205 ล้านบาท

“สำหรับปี 2560 มีหน่วยงานหนึ่งค้างชำระประมาณ 68 ล้านบาท บางหน่วยงานค้างชำระ 47 ล้านบาท และ 25 ล้านบาท แต่ขออนุญาตไม่เปิดเผยว่าเป็นหน่วยงานไหน ซึ่งผมเข้าใจว่าเขาไม่น่าจะมีเจตนาในการค้างชำระ เพียงแต่ยังไม่มีงบในการมาชำระมากกว่า” ผู้ว่า กปน. เผย

ทั้งนี้ สำหรับผู้ใช้น้ำทั่วไป กปน.จะให้ค้างชำระได้เพียง 1-2 เดือนเท่านั้น แต่กรณีนี้เป็นหน่วยงานภาครัฐ รวมทั้งช่วงปี 59 อาจจะมีปัญหาเรื่องการใช้น้ำ ท่อแตก หรืออื่นๆ จึงยังไม่ได้ข้อยุติ ก็อาจทำให้ยังค้างชำระอยู่ ซึ่งปกติหน่วยงานรัฐแต่ละหน่วยงานส่วนใหญ่จะมีการชำระให้เสร็จสิ้นภายในปีงบประมาณนั้นๆ

“เรื่องการตัดน้ำนั้น เนื่องจากเป็นหน่วยงานราชการ คงไม่มีนโยบายที่จะไปตัดน้ำ เพราะไม่เหมือนกับประชาชนทั่วไปที่เราไม่แน่ใจว่า จะชำระให้กับการประปาจริงหรือไม่ แต่หน่วยงานราชการคงไม่น่ามีปัญหา ไม่เบี้ยวแน่นอนแต่อาจจะชำระช้าบ้างเท่านั้น” ผู้ว่า กปน. ปฏิเสธเรื่องการตัดน้ำ
 
ส่วนผลกระทบการเก็บหนี้ไม่ได้ 200 กว่าล้านบาทนั้น ผู้ว่า กปน. กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า การเรียกเก็บค่าน้ำของหน่วยราชการ เดือนนึงประมาณ 150 ล้านบาท ขณะที่ยอดค้างชำระมีไม่ถึง 10% ของจำนวนยอดทั้งหมด จึงไม่มีปัญหาในการหมุนเวียนงบประมาณของการประปามาบริหารงานภายในองค์กร

อะลุ่มอล่วยจ่ายน้ำ เกรงปชช. เดือดร้อน ผู้ว่าฯ กปภ. รอชำระ 260 ล้าน

รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์ ผู้ว่าการการประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) เปิดเผยว่า หน่วยงานรัฐมียอดค้างชำระค่าน้ำก่อนและจนถึงปี 2559 ประมาณ 40 ล้านบาท ส่วนปี 2560 ประมาณ 202 ล้านบาท ยอดค้างชำระรวมทั้งสิ้น 260 ล้านบาท

สำหรับผลกระทบต่อการบริหารงานจากเงินที่ถูกติดค้าง ผู้ว่า กปภ. ยอมรับว่า มีกระทบบ้างแต่อย่างไรก็ตามถือว่าเป็นรัฐบาลด้วยกัน กระเป๋าซ้าย กระเป๋าขวา ต่างคนต่างช่วยเหลือกัน ซึ่งทางการประปาจะอะลุ่มอล่วยกันมากกว่า ไม่ถึงขั้นที่ว่าจะต้องตัดน้ำตัดไฟ หน่วยงานราชการด้วยกันไม่ทำอยู่แล้ว เพราะจะต้องให้บริการประชาชน หากไปตัดน้ำตัดไฟประชาชนที่มาใช้บริการก็เดือดร้อนไปด้วย

แต่ทั้งนี้ ทางการประปาก็ได้มีใบแจ้งยอดชำระไปทุกเดือน ซึ่งบางหน่วยงานภาครัฐก็อาจจะยังไม่มีงบประมาณมาชำระค่าสาธารณูปโภคในส่วนนี้ เพราะหากมีเชื่อว่าจะตัดงบมาชำระหนี้อยู่แล้ว

เชื่อ เก็บหนี้ได้ หลังครม. ออกมาตรการนำงบส่วนอื่นมาชำระค่าน้ำไฟ

อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบมาตรการแก้ไขปัญหาหนี้ค่าสาธารณูปโภคค้างชำระของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจและหน่วยงานอื่น โดยหนี้ที่ค้างชำระก่อนปีงบประมาณ พ.ศ.2560 ให้ปรับแผนการใช้จ่ายงบประมาณมาชำระหนี้ค่าสาธารณูปโภคที่ค้างชำระได้ และให้นำเงินนอกงบประมาณไปชำระหนี้ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 25 ของค่าสาธารณูปโภคในปีนั้น ให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน นับตั้งแต่ครม.มีมติเห็นชอบ เว้นแต่เงินนอกงบประมาณไม่เพียงพอ ส่วนค่าสาธารณูปโภคที่ตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ.2560 เป็นต้นไป ให้ชำระให้แล้วเสร็จภายในปีงบประมาณนั้นๆ อย่างเคร่งครัด

ด้าน นายปริญญา ยมะสมิต ผู้ว่าการประปานครหลวง (กปน.) คาดว่า หลังจากที่มีมติครม. ออกมานั้น คิดว่าน่าจะเคลียร์เงินที่ค้างชำระได้ เพราะมีการผ่อนปรนหลายเรื่อง ทั้งการอนุญาตให้เอาเงินงบประมาณเหลือจ่ายมาจ่ายค่าสาธารณูปโภคได้ และผ่อนปรนให้นำเงินนอกงบประมาณมาชำระได้ด้วย

ส่วน รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์ ผู้ว่าการการประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) กล่าวว่า โดยปกติรัฐบาลจะใช้งบกลาง ซึ่งสามารถจะจัดการชำระได้เลย แต่ตอนนี้ออกมาให้ใช้งบเหลือจ่าย เช่น หากหมดอันนี้ที่เหลือก็ให้มาจ่ายค่าสาธารณูปโภคก่อนก็คาดเดาได้ยาก เพราะไม่รู้ว่าแต่ละหน่วยมีงบประมาณเหลือเท่าไร อย่างเมื่อสมัยก่อนที่ค้างทั้งหมดเบิกงบกลางมาโปะให้หมดเลย ซึ่งในส่วนของ กปภ. เงินกว่า 260 ล้านบาท คาดว่าสำหรับปีนี้น่าจะเก็บได้สักครึ่งหนึ่งก็ยังดี

ขณะเดียวกัน นายเสริมสกุล คล้ายแก้ว ผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ยังเชื่อว่า หน่วยงานรัฐที่ค้างชำระอยู่จะทยอยชำระหนี้ และคาดว่าน่าจะเก็บเงินส่วนที่ค้างชำระได้เกือบทั้งหมด เพราะทางครม. มีมติแล้วว่าให้หน่วยราชการเบิกจ่ายให้ครบ และส่วนที่ค้างอยู่ปีก่อนๆ ก็ให้เคลียร์ให้หมด น่าจะไม่มีปัญหา ซึ่งครม.เองก็สนับสนุนการชำระหนี้ส่วนนี้ด้วยเช่นกัน.

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ รายงาน