บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

Innovative Office สไตล์ "อนันดา"

เพราะเชื่อว่า “สิ่งที่เราไม่รู้ จะฆ่าเรา” ชานนท์ เรืองกฤตยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทอนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) จึงพยายามอย่างหนักตลอด 3-4 ปีที่ผ่านมา ในการปรับโครงสร้างให้อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ ซึ่งอยู่ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มาตลอด 17 ปีของการก่อตั้ง กลายเป็นบริษัทเทคโนโลยีและขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมใหม่ๆ

นั่นเป็นเพราะ เขาสังเกตเห็นว่า รอบการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีใหม่ๆ เกิดเร็วขึ้น 1,000 ล้านเท่า จนยากที่จะประเมินว่า จะก่อให้เกิดอะไรและเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง

ที่ผ่านมา มีกรณีศึกษามากมาย คลาสสิกที่สุดหนีไม่พ้นเคสของโกดักและโนเกีย ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นบริษัทบิ๊กเนม เจริญรุ่งเรืองสุดขีด แต่ท้ายที่สุด ปรับตัวรับกับเทคโนโลยีไม่ได้ จนต้องล้มหายตายจากไปในที่สุด

จากการสำรวจเมื่อปี 2478 บริษัท 500 Fortunes หรือบริษัทระดับท็อป 500 แห่งในสหรัฐอเมริกามีอายุเฉลี่ย 90 ปี แต่ในการสำรวจล่าสุดเมื่อปี 2548 พบว่าอายุเฉลี่ยเหลือแค่ 15 ปี และมีแนวโน้มจะลดลงเหลือ 10 ปี (ข้อมูลจาก Professor Chales A. O’Reilly, Standford Business School)

“นี่คือตัวอย่างของการทำลายล้างหรือ Disruptive จากเทคโนโลยีใหม่ ถ้าเราไม่เปลี่ยนหรือไม่พยายาม ผมเชื่อเหลือเกินว่า ในที่สุด สิ่งที่เรามองไม่เห็น จะฆ่าเรา”

 

นั่นเป็นที่มาของวิสัยทัศน์ของ “ชานนท์” ในการขับเคลื่อนอนันดาไปสู่การเป็นองค์กรที่รองรับการทำธุรกิจในระยะยาว ไม่ล้มหาย
ตายจากไปไหน

แต่ลำพัง ด้วยวิสัยทัศน์ในฐานะซีอีโอเพียงอย่างเดียว คงไม่สามารถขับเคลื่อนองค์กร ให้ไปในทิศทางเดียวกันได้ หากขาดความร่วมมือ ร่วมใจของพนักงาน 1,200 คนของอนันดา และการวางรากฐานวัฒนธรรมองค์กรขึ้นมาใหม่ เน้นกระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้ พัฒนา และการเสนอไอเดียใหม่ๆ จากพนักงานทุกระดับ

“องค์กรยุคใหม่ต้องทำลาย (Disrupt) ตัวเองให้ได้ก่อน ต้องไม่มียศ ตำแหน่ง ลดขั้นตอนการบังคับบัญชาลง ทำองค์กรให้แบนราบที่สุด เริ่มต้นจากผม ที่สละทั้งห้อง โต๊ะทำงาน และเลขานุการ แม้กระทั่งประธานคณะกรรมการ (บอร์ด) ของเรา ก็ไม่มีโต๊ะทำงาน”

สิ่งหนึ่งที่สะท้อนให้เห็นความมุ่งมั่นอย่างยิ่งยวดของเขา คือออฟฟิศของอนันดา ซึ่งตั้งอยู่ที่ชั้น 11-12 ของอาคารเอฟวายไอ ถนนพระราม 4

ปัจจุบันออฟฟิศแห่งนี้ กลายเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมแห่งหนึ่ง ที่ถูกเยี่ยมเยือนและดูงานจากหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน รวมทั้งพันธมิตรธุรกิจในหลายประเทศ เฉลี่ยทุกวันจะต้องมีผู้เยี่ยมชมอย่างน้อย 1 คณะ

“ชานนท์” ทุ่มเงินลงทุนสร้างออฟฟิศแห่งนี้ไปทั้งสิ้น 300 ล้านบาท เป็นเงินลงทุนเฉพาะตัวอาคาร ไม่รวมการลงทุนด้านเทคโนโลยี ซึ่งไม่เปิดเผย

ด้วยพื้นที่ทั้งหมด 8,225 ตารางเมตร แบ่งเป็นพื้นที่ส่วนสำนักงาน 5,741 ตารางเมตร พื้นที่ห้องประชุม 900 ตารางเมตร และพื้นที่สันทนาการเพื่อการพักผ่อนหย่อนใจ 1,100 ตารางเมตร สูงกว่าออฟฟิศทั่วไป มุมพักผ่อนยังรวมที่นอนเกือบ 10 ที่ หากพนักงานต้องการนอนพัก

“ที่นี่เราไม่มีโต๊ะประจำ ใครอยากใช้พื้นที่ตรงไหน อยากนั่งตรงไหน สามารถจองได้ล่วงหน้า เช่นเดียวกับการใช้ห้องประชุมที่มีอยู่ทั้งสิ้น 45 ห้อง การไม่มีโต๊ะ แผนก ส่วนที่ชัดเจน ช่วยลดปัญหาการสื่อสารระหว่างกันได้”

เขายังริเริ่มให้มีการจัดเลี้ยงอาหารกลางวันฟรีให้กับพนักงาน ผู้คนที่มีโอกาสไปเยี่ยมเยือนออฟฟิศของอนันดาในช่วงเที่ยงวัน จะได้เห็นเหล่าพนักงาน กระจายกันรับประทานอาหารกลางวันฟรีที่บริษัทเป็นเจ้าภาพ บริเวณ Town Hall ซึ่งเป็นโถงขนาดใหญ่กลางออฟฟิศ ท่ามกลางบรรยากาศรื่นรมย์ อยู่ในดงต้นไม้และก๊อดซิลล่าตัวใหญ่

นอกจากอาหารกลางวันแล้ว อนันดา ซึ่งเป็นเจ้าพ่อตลาดคอนโดแนวรถไฟฟ้า ยังออกค่าเดินทางให้แก่พนักงานเป็นบัตรรถไฟฟ้าบีทีเอส เอ็มอาร์ที และแอร์พอร์ตลิงก์ ตามระยะทางที่ใช้จริง แต่ละปีใช้งบประมาณราว 70 ล้านบาท

เพราะ “ชานนท์” เชื่อว่า บรรยากาศการทำงานที่สบายๆ ร่มรื่น จะทำให้พนักงานผ่อนคลาย เพิ่มแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงาน

พนักงานอนันดายังไม่ต้องตอกบัตร เพราะไม่กำหนดเวลาเข้า-ออก ใส่ยีนส์ สวมรองเท้าผ้าใบได้ ขอแค่ทำงานให้ดี มีผลงานเป็นที่ประจักษ์

นอกเหนือจากพนักงาน “ชานนท์” ผู้ชื่นชอบในเทคโนโลยี ยังมอบพื้นที่ส่วนหนึ่งให้กับสตาร์ตอัพใช้เป็นออฟฟิศทำงาน แถมยังให้ร่วมรับประทานอาหารกลางวันฟรีด้วย เพราะบรรยากาศและสไตล์การทำงานแบบสตาร์ตอัพ เป็นสิ่งที่อนันดาต้องการ

 

นอกจากบรรยากาศจะเป็นใจแล้ว ออฟฟิศแห่งนี้เป็นออฟฟิศที่ทันสมัยที่สุด (Smartest Office) ในเอเชีย โดย ดร.จอห์น มิลลาร์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายพัฒนาเชิงกลยุทธ์ บอกว่า ที่พูดเช่นนี้ได้ เพราะออฟฟิศของอนันดา เป็นจุดกำเนิดของหลากหลายเทคโนโลยีล่าสุด นอกจากในสหรัฐอเมริกา เทคโนโลยีเหล่านั้นถูกนำมาใช้ที่นี่เป็นแห่งแรก

ไม่ว่าจะเป็น เทคโนโลยี Cisco WebEx & Jabber ใช้ในงานประชุมทางไกล ไม่มีค่าใช้จ่ายส่วนตัว, เทคโนโลยี Cisco Access Point ไฮสปีดเน็ตเวิร์กที่เร็วกว่า เสถียรกว่า ตลอดจนเทคโนโลยี Smart Reservation System ของ Bainisys ที่ช่วยจองห้องประชุมได้ง่าย และรวดเร็ว

อนันดา ยังเป็นพาร์ตเนอร์รายแรกของซัมซุงแห่งเกาหลีใต้ ภายใต้โปรเจกต์ Samsung Smart ซึ่งมีเป้าหมายภายในปี 2563 (ค.ศ.2020) ผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นของซัมซุงจะเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตหรือใช้เทคโนโลยี Internet of Things ทั้งหมด

ผลิตภัณฑ์แรกที่ทำงานร่วมกันคือระบบ Safety Security ซึ่งถูกนำไปใช้แล้วในโครงการ Ideo Mobi พระราม 9 และในสมาร์ทออฟฟิศของอนันดา ยังใช้เทคโนโลยีหลากหลายของซัมซุง ทั้ง Samsung Digital Display, Samsung E-Board, Samsung Tablet และ Samsung Cloud Print เป็นต้น

เมื่อถูกถามว่า เป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์ แต่ทำไมลงทุนด้านเทคโนโลยีมากมายขนาดนี้ “ชานนท์” ตอบว่าเพราะเทคโนโลยีคือโอกาส อนันดามีธุรกิจที่ทำเงิน เมื่อมีเงิน ก็ต้องลงทุนในโอกาส

 

เทคโนโลยียังทำให้อนันดา ทำธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ยกตัวอย่าง การใช้ซอฟต์แวร์ BIM หรือ Building Information Modelling ซึ่งเป็นแบบจำลองตึกแบบ 3 มิติ ตอบสนองการทำงานทุกขั้นตอน ตั้งแต่ออกแบบ ก่อสร้าง ไปจนถึงตกแต่งภายในบนโมเดลตึกแบบดิจิทัล ก่อนลงมือสร้างจริง

โดยปกติ การออกแบบและสร้างคอน-โดมิเนียม 1 หลัง จะมีบริษัทที่เกี่ยวข้องทั้งหมด 34 บริษัท ซึ่งพันธมิตรของอนันดาทุกแห่ง ต้องมีความพร้อมในการใช้เทคโนโลยีนี้ เพื่อทำงานและแก้ปัญหาร่วมกันบนเทคโนโลยีคลาวด์

วิธีการนี้ช่วยย่นระยะเวลาในการสร้างคอนโด 20 ชั้น จาก 24 เดือน เหลือ 12-14 เดือน และลดจุดบกพร่องหลังการก่อสร้างลง เหลือเกือบ 0% ทำให้อัตราความพึงพอใจของลูกค้าก่อนการโอนเพิ่มเป็นสูงสุด 80%

อนันดา ยังเป็นองค์กรที่เชื่อมั่นใน Open Platform โดยยินดีเปิดและแชร์ใช้เทคโนโลยีกับทุกคน แบบไม่เกรงกลัวต่อการถูกลอกเลียน เนื่องจากเชื่อว่าจุดแข็งของอนันดา คือวัฒนธรรมองค์กรที่สร้างเสริมและหล่อหลอมกันมา ซึ่งยากที่จะลอกเลียนแบบ

แม้ “ชานนท์” จะไม่สามารถบอกตัวเลขการลงทุนด้านเทค-โนโลยีได้อย่างเป็นกิจลักษณะ เนื่องจากการลงทุนด้านเทคโนโลยี รวมทั้งนวัตกรรมของอนันดา ฝังอยู่ในทุกองคาพยพ รวมทั้งตัวพนักงานเอง จึงไม่สามารถจำกัดมูลค่าได้ เปิดเผยเพียง เป็นการลงทุนจำนวนมาก เมื่อเทียบกับบริษัทอสังหาริมทรัพย์อื่น

ขณะที่อานิสงส์ของมัน ต่อการลดต้นทุนของบริษัทนั้น ก็ยากที่จะพูดได้อย่างเป็นรูปธรรมหรือจับต้องได้ แต่การที่อนันดา พยายามขยับจากการเป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์สู่บริษัทเทคโนโลยีนั้น ก็เพราะต้องการทำอัตราเติบโตให้ได้ อย่างที่บริษัทเทคโนโลยีทำ

นั่นคือภายในปี 2555-2562 หรือภายใน 7 ปี อนันดาต้องมียอดโอนเติบโต 10 เท่า หรือที่ประมาณ 48,000 ล้านบาท จากปี 2555 ที่มียอดโอนที่ประมาณ 4,000 ล้านบาท โดย ณ ปัจจุบันมียอดเติบโตแล้วประมาณ 5 เท่า

ด้วยอัตราเติบโตดังกล่าว อนันดาสามารถประคองตัวเลขพนักงานได้ในระดับเท่าเดิมและทรงตัวต่อเนื่องตลอด 2-3 ปีที่ผ่านมา เพราะด้วยเทคโนโลยี แม้รายได้และการลงทุนจะขยายตัวเพิ่มขึ้น ก็ไม่จำเป็นต้องเพิ่มจำนวนคนทำงาน

การคงอัตราพนักงาน ซึ่งช่วยคุมต้นทุนด้านเงินเดือน ทำให้อนันดาจ่ายผลตอบแทนได้อย่างเต็มที่ ปีที่ผ่านมา อนันดาจ่ายโบนัสให้พนักงานทุกคนในอัตรา 3-17.5 เดือน โดย 3 เดือนถือเป็นขั้นต่ำที่ทุกคนจะได้ ไม่ว่าประสิทธิภาพการทำงานจะเป็นเช่นไร

“สงครามที่เกิดขึ้นในอนาคต คือสงครามด้านความสามารถ (Talent) เป้าหมายของผมคือจะทำอย่างไร ให้คนเก่งที่สุด ฉลาดที่สุดมาทำงานกับอนันดา ผมสร้างออฟฟิศในวันนี้เพื่อรองรับคนทำงานในอีก 10 ปีข้างหน้า เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว เพื่อตั้งรับ”

“ผมไม่รู้ สิ่งที่คิดอาจผิดก็ได้ ต้องคอยดูกันต่อไป แต่อนันดาก็จะไม่หยุดพัฒนานวัตกรรม เราเชื่อในสิ่งใหม่ๆที่เราคิด เพราะมันได้ผลมาตลอด เราเป็นผู้นำคอนโดแนวรถไฟฟ้า เราเป็นเจ้าแรกที่ขายชัดๆ แบบนี้ เพราะเราเชื่อในความสะดวกสบายของชีวิตคนเมือง”

“ผมยังมองไปถึงการเดินทางด้วยโดรน (Drone) ในอนาคตข้างหน้า เมื่อนั้นทำเลอาจไม่สำคัญอีกต่อไป หากเราหนีรถติดได้ ผมมองไปถึงการใช้สกุลเงิน Bitcoin ในการซื้อบ้านหรือคอนโดของอนันดา มันเป็นเรื่องในอนาคต ที่ผมต้องคิด”.

ทีมเศรษฐกิจ