วันศุกร์ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ชำแหละอนาคต Brexit หลังชัยชนะบนความพ่ายแพ้ ฟันธงไม่เกิน1ปี เลือกตั้งใหม่

“ผลการเลือกตั้งครั้งนี้ กำลังนำพาอังกฤษไปสู่ความไร้เสถียรภาพ และจะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกแน่นอน ทำให้ส่วนตัว เชื่อมั่นว่า อีกภายในไม่เกิน 1 ปี อังกฤษจะมีการเลือกตั้งครั้งใหม่เกิดขึ้นอีกแน่นอน”

ดร.สมภพ มานะรังสรรค์ อธิการบดีสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ กางบทวิเคราะห์ชุดแรก กับ ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ หลังจากผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการของอังกฤษ พรรคอนุรักษนิยม (Conservative Party) ของ นายกรัฐมนตรี เทเรซา เมย์ ไม่ได้รับชัยชนะอย่างเด็ดขาด หนำซ้ำ ยังได้รับเก้าอี้ในสภาลดลง

ในเมื่อ ผลการเลือกตั้งไม่ได้เป็นไปอย่างที่ เทเรซา เมย์ ผู้ซึ่งพร้อมเดินหน้าอย่างแข็งขัน ในการผลักดันอังกฤษ ตัดขาดจากสหภาพยุโรป หรือ อียู แบบสุดขั้ว หรือที่เรียกว่า Hard Brexit ถอนมันทุกข้อตกลง สำหรับตลาด Single Market ได้คาดการณ์เอาไว้

อะไรจะเกิดขึ้น นับจากนี้เป็นต้นไป และนี่คือบทวิเคราะห์ ของ ผู้ช่ำชองสถานะการณ์ด้านการต่างประเทศ ติดตามได้นับจากบรรทัดนี้เป็นต้นไป

เหตุผลหลักที่ทำให้พรรคอนุรักษนิยม ประสบความพ่ายแพ้บนชัยชนะ

1.ปัญหาการก่อการร้าย ที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งในระยะหลัง จนกระทั่งทำให้ชาวอังกฤษรู้สึกไม่ปลอดภัย ทั้งๆที่ เทเรซา เมย์ เองก่อนหน้านี้ ทำงานเกี่ยวกับความมั่นคง ในตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มานานถึง 6 ปี

2.ชาวอังกฤษที่ไม่เห็นด้วยกับการถอนตัวออกจากสหภาพยุโรป คิดว่า เป็นความผิดพลาดในเชิงนโยบายของพรรคอนุรักษนิยม ที่ปล่อยให้ฝ่ายสนับสนุน เอาชนะการทำประชามติก่อนหน้านี้ได้

ผลที่จะตามมา หลัง ผลการเลือกตั้งที่ผิดคาด ของ พรรคอนุรักษนิยม

1.เทเรซา เมย์ จะยังคงได้นั่งเป็นนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาลชุดใหม่ หรือไม่? เพราะผลการเลือกตั้งครั้งนี้ ต้องถือว่า เธอ นำพรรคไปประสบความพ่ายแพ้ ได้เก้าอี้ในสภาลดน้อยลง

2.พรรคอนุรักษนิยม จะไปจับมือจัดตั้งรัฐบาลผสมกับพรรคใด ในเมื่อข้อแม้สำคัญของ พรรคอนุรักษนิยม คือการยึดนโยบาย Hard Brexit แบบสุดขั้ว แต่ผลการเลือกตั้งแม้พรรคอนุรักษนิยมจะเป็นผู้ชนะ แต่มันไม่ได้ชนะแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ซึ่งนั่นแปลว่า ประชาชนชาวอังกฤษ ยังคงก้ำกึ่งกับแนวทางดังกล่าวอยู่ ซึ่งจุดนี้จะมีผลไปถึงพรรคที่คิดจะไปร่วมจัดตั้งรัฐบาลผสมกับ พรรคอนุรักษนิยมแน่นอน

3.การเดินหน้าเจรจา แยกตัวออกจากสหภาพยุโรป ซึ่งจะต้องเสร็จสิ้นภายในกำหนดระยะเวลา 2 ปี นับจากนี้ อังกฤษจะเป็นฝ่ายเสียอำนาจการต่อรองลงไปมาก เพราะการเมืองภายในไม่ได้เข้มแข็ง สวนทางกับ ความเป็นเอกภาพของอียู ที่มีเพิ่มขึ้น จากการที่ ชาติแกนนำอย่าง ฝรั่งเศส และ เยอรมนี ที่รัฐบาลมีเสถียรภาพมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีปัจจัยเรื่องที่ รัสเซีย เข้ามาให้การสนับสนุนเพิ่มขึ้นเข้าไปอีก

ผลกระทบต่อการเดินหน้าแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป และภาคเศรษฐกิจ

ส่วนตัวเชื่อว่า หลังจากรัฐบาลชุดใหม่ของอังกฤษเข้าทำงาน อีกภายในไม่เกิน 1 ปี จะต้องมีการเลือกตั้งเกิดขึ้นอีกครั้ง เพราะเมื่อการเมือง เกิดความคลุมเครือ มันจะมีผลกระทบไปยังเรื่องอื่นๆ

เช่น

1.เศรษฐกิจของอังกฤษ โดยเฉพาะภาคการเงิน ซึ่งอังกฤษถือเป็น ศูนย์กลางการเงินของโลก ที่มีความสำคัญไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่า วอลล์สตรีทของสหรัฐอเมริกา ล่าสุด เห็นได้ชัดๆ ก็คือ ค่าเงินปอนด์ตกต่ำลงเป็นประวัติการณ์

2.แต้มต่อที่ลดลงบวกกับระยะเวลาที่กระชั้นชิด เพียง 2 ปี จะทำให้การเจรจาแยกตัวออกจากอียู ประสบความยุ่งยากมากขึ้น ซึ่งความคลุมเครือนี้ จะไม่เพียงกระทบต่อเศรษฐกิจของอังกฤษเอง แต่จะฉุดเศรษฐกิจโลกให้แย่ลงด้วย เพราะนักลงทุนไม่เห็นภาพที่ชัดเจน

เมื่อเป็นเช่นนี้....ทางเลือกจึงมีเพียงประการเดียว คือ ให้ชาวอังกฤษ ออกมาตัดสินอนาคตของตัวเอง อีกครั้งหนึ่ง

ภาพสะท้อนของการเลือกตั้งอังกฤษ

1.เทเรซา เมย์ มีบารมีน้อยเกินไปสำหรับการจัดการปัญหาต่างๆ ภายในพรรคอนุรักษนิยม

2.ชาวอังกฤษ ยังคงมีความเห็นที่ก้ำกึ่งกันอยู่ในเรื่องการแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป เห็นได้จากในการเลือกตั้ง คราวนี้ คนหนุ่มสาวชาวอังกฤษ ที่มีอายุระหว่าง 18-24 ปี ซึ่งปกติมักจะนิยมลงคะแนนให้กับพรรคแรงงานที่มีนโยบายสวนทาง กับ พรรคอนุรักษนิยม ออกมาใช้สิทธิกันอย่างล้นหลามเกินคาด

ทำให้ นับจากนี้ กระบวนการ หย่าขาด ระหว่าง อังกฤษ และ อียู จึงน่าติดตามตอนต่อไปเป็นอย่างยิ่ง

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ รายงาน