บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

"แชมป์บ๊ะจ่าง"...ในมือ..."ทายาทรุ่น 4"

อะไรเอ่ย...ทำด้วยข้าวเหนียวนำมาผัดน้ำมัน มีไส้หมูเค็มหรือหมูพะโล้ กุนเชียง ไข่เค็ม (ไข่แดง) กุ้งแห้ง เห็ดหอม แล้วห่อด้วยใบไผ่นำไปนึ่งให้สุก เกริ่นคำถามชวนให้คิดมาขนาดนี้ ท่านผู้อ่านหลายท่านคงร้องอ๋อ ทายถูกว่าคำตอบนั้นคืออะไร

เพื่อไม่เสียเวลาก็ขอเฉลยว่าสิ่งนั้นคือ “บ๊ะจ่าง” อาหารคาวชนิดหนึ่งของจีนที่คนไทยต่างก็รู้จัก และมีหลายคนที่ชอบรับประทาน เพราะด้วยรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ หากได้ลิ้มลองแล้วส่วนใหญ่ติดใจ Business On My Way เสาร์นี้ขอพาไปรู้จักกับสุดยอดบ๊ะจ่างของประเทศไทยอีกหนึ่งร้าน กับ “ร้านแชมป์บ๊ะจ่าง”

คุณวิน (ธีรนัย ตรีเพิ่มทรัพย์) หนุ่มดีกรีนักเรียนนอกจบจากประเทศอังกฤษ ทายาทรุ่นที่ 4 ร้านแชมป์บ๊ะจ่าง เล่าว่า รู้หรือไม่ ทำไมบ๊ะจ่างที่ร้านถึงถูกขนานนามว่าเป็นสุดยอดตำนานบ๊ะจ่าง ถึงขนาดว่าเกิดมาต้องได้ลิ้มลองสักครั้ง ไม่เช่นนั้นจะถือว่าพลาด ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะสูตรบ๊ะจ่างของที่ร้านได้ถูกถ่ายทอดมาจากบรรพบุรุษซึ่งเป็นคนจีนที่โล้สำเภามาจากเมืองซัวเถา มณฑลกวางเจา ประเทศจีน ก็พูดได้ว่าสูตรต้นตำรับแท้ๆดั้งเดิม

“ผมถูกมอบหมายจากทางครอบครัวให้เข้ามาบริหารและจัดการกิจการที่ร้าน โดยพุ่งเป้าไปที่การขยายตลาด ซึ่งผมก็ได้วางแผนการตลาดแบบวิสัยทัศน์ของคนรุ่นใหม่ โดยเน้นใช้ช่องทางสื่อออนไลน์ เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้หลากหลายมากขึ้นจากเดิม”

นอกจากนี้วางแผนกลยุทธ์เพื่อเปลี่ยนความคิดของผู้บริโภคที่จะทานบ๊ะจ่างเฉพาะช่วงเทศกาล มาเป็นอาหารหลักที่ทานง่าย และยังให้สารอาหารครบถ้วนเหมาะกับการดำเนินชีวิตที่เร่งรีบของคนในยุคปัจจุบัน ที่สำคัญที่ร้านยังคงคอนเซปต์เรื่องความอร่อยและการคัดสรรวัตถุดิบคุณภาพจากแหล่งขึ้นชื่อในท้องที่ต่างๆ เพื่อนำมารังสรรค์เป็นส่วนผสมของสุดยอดบ๊ะจ่างสูตรเฉพาะของร้านแชมป์บ๊ะจ่าง

คุณวินเล่าว่า กว่าจะมาเป็นบ๊ะจ่างแต่ละลูกนั้น ทางคุณแม่ได้ให้ความสำคัญกับกระบวนการผลิตเป็นอย่างมาก ตั้งแต่การเลือกวัตถุดิบอย่างพิถีพิถัน ตลอดจนกรรมวิธีการผลิต โดยทุกขั้นตอนจะคำนึงถึงความสะอาด และความอร่อย ที่ยังคงรสชาติดั้งเดิมตั้งแต่รุ่นแรกที่ส่งทอดกันมา

สำหรับสูตรลับประจำตระกูล คุณวินแอบเล่าให้ฟังว่า จริงๆแล้วสูตรที่สืบทอดต่อๆกันมาจากรุ่นสู่รุ่นนั้น เขาจะมีการเลือกผู้สืบทอด เป็นผู้หญิงเพียงคนเดียวของตระกูล ซึ่งตอนนี้คนที่ถือสูตรทั้งหมดคือ พี่สาวผม (คุณชุติมา ตรีเพิ่มทรัพย์) ซึ่งการจัดการของธุรกิจที่ร้านจะมีการแบ่งแยกสายบริหารกันอย่างชัดเจน อย่างเช่น คุณชุติมาจะเป็นผู้คุมเรื่องของการผลิต คุณธนบูรณ์ ตรีเพิ่มทรัพย์ (น้องชาย) จะดูแลเรื่องการเงินทั้งหมดรวมไปถึงรายรับรายจ่ายของทางร้าน ส่วนตัวผมเองจะเป็นคนวางแผนด้านการตลาดและกำหนดทิศทางของแบรนด์ร้าน “แชมป์บ๊ะจ่าง”

แน่นอนว่าผลิตภัณฑ์ตัวแรกของร้านคือบ๊ะจ่างรสดั้งเดิม ที่ถือว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่สร้างชื่อ และติดลมบนยอดนิยมตลอดกาลตั้งแต่รุ่นบุกเบิกจนถึงรุ่นทายาทปัจจุบัน แต่เนื่องด้วยทางร้านมีเป้าต้องการขยายตลาด จึงจำเป็นต้องเพิ่มไลน์ผลิตภัณฑ์ให้หลากหลายมากขึ้น จึงเกิด “บ๊ะจ่าง จักรพรรดิ” ขึ้น ซึ่งเป็นบ๊ะจ่างอีกเวอร์ชั่นหนึ่ง ที่นำเสนอออกมาเพื่อตอบโจทย์ของกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการอะไรที่แปลกใหม่ ไม่สามารถหาทานได้จากที่อื่น

โดยส่วนผสมหลักที่ทำให้บ๊ะจ่างจักรพรรดิแตกต่างกับบ๊ะจ่างดั้งเดิมจนได้ถูกขนานนามให้เป็น “สุดยอดราชาแห่งท้องทะเล” คือมีส่วนผสมของหูฉลาม ที่ถือเป็นสุดยอดวัตถุดิบของอาหารจีน นำมาตุ๋นยาจีน เพื่อให้ได้สรรพคุณตามแบบฉบับของอาหารจีนสูตรดั้งเดิม ตามด้วยหอยเป๋าฮ้ือทั้งตัว และหน่อไม้ทะเลจากประเทศออสเตรเลีย ที่นำมาผ่านวิธีการสะดุ้งไฟ ก่อนนำมาห่อและนึ่งพร้อมกับข้าวเหนียวร้อนๆ ต่อด้วยกระเพาะปลาชั้นดีนำมาตุ๋นน้ำแดงเป็นเวลากว่า 10 ชั่วโมง ปิดท้ายด้วยอินทผลัมที่คัดพิเศษนำเข้าจากประเทศอิสราเอล

คุณวินเล่าว่า นอกจากบ๊ะจ่างแล้วทางร้านยังมีเมนูอื่นไว้ให้เลือกลิ้มลองมากมาย อาทิ กานาฉ่าย, น้ำพริกเห็ดหอม, ฮ่อยจ๊อ และสินค้าอื่นๆตามเทศกาลต่างๆ เพื่อให้สอดคล้องกับจุดยืนของร้านที่ต้องการชักจูงลูกค้าที่กำลังหาของเด็ดของอร่อยทานในเทศกาลสำคัญต่างๆ โดยสูตรยังคงจะต้องมาจากบรรพบุรุษ และปรับเปลี่ยนเล็กน้อยให้เข้ากับยุคสมัย

นอกจากด้านความอร่อยและคุณภาพผลิตภัณฑ์แล้ว คุณวินยังให้ความสำคัญกับช่อง ทางจัดจำหน่าย ที่ถือว่าเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบหลักของการขยายตลาด ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มจำนวนสาขา หรือว่าการส่งแบบดีลิเวอรี่ให้ถึงหน้าประตูบ้านลูกค้า โดยล่าสุดทางร้านได้เข้าร่วมกับหลายแอพพลิเคชั่น เช่น Eat me และ Line Man เพื่อรองรับบริการให้ลูกค้าเข้าถึงผลิตภัณฑ์ทางร้านได้สะดวกขึ้น หรือจะเข้าไปดูเมนูได้ในเฟซบุ๊ก : ChampBajang and Home Gourmet อินสตาแกรม : Home Gourmet หรือเข้ามาร้านที่สุขุมวิท 36

ท้ายสุดคุณวินกล่าวฝากข้อคิดในการ บริหารธุรกิจเขาไว้ว่า “ไม่มีอะไรที่ได้มาง่ายๆ ขอเพียงแต่เราตั้งใจทำธุรกิจด้วยความซื่อสัตย์ ตรงไปตรงมา ทั้งต่อตัวลูกค้าและคู่ค้า เท่านี้ก็จะทำให้พบกับสิ่งดีๆที่เรียกว่าความสำเร็จได้”