วันอาทิตย์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ขอแทรกด้วยเรื่องกัมพูชา

ร.ต.อ.ดร.นิติภูมิธณัฐ มิ่งรุจิราลัย กำลังตระเวนไปตามเมืองต่างๆ ในสาธารณรัฐอิรักท่ามกลางความผันผวนรวนเรของสถานการณ์การเมืองเรื่องอำนาจในตะวันออกกลาง แต่ศุกร์วันนี้ ขอคั่นด้วยเรื่องของกัมพูชาหน่อยครับ

เสาร์พรุ่งนี้ 06.00-06.25 น. ผู้อ่านท่านที่สนใจเรื่องการพัฒนาและการเมืองของกัมพูชา เปิดดูรายการ “เวิลด์บียอนด์เดินทางสร้างชาติ” ทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 ได้ครับ

นาทีที่ 10 ของรายการเป็นการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งท้องถิ่น ซึ่งทั้งพรรคประชาชนกัมพูชาของสมเด็จฮุน เซน และพรรคกู้ชาติกัมพูชาของนายกึม ซกคา ต่างประกาศว่าตนชนะ ทว่า ในความเป็นจริง จากทั้งหมด 1,646 ที่นั่ง พรรคกู้ชาติกัมพูชาได้สมาชิกสภาท้องถิ่นร้อยละ 46 เพิ่มขึ้นจากคราวที่แล้ว ส่วนพรรคประชาชนกัมพูชาได้สมาชิกร้อยละ 51 ซึ่งก็ชนะ (แต่ลดลงจากครั้งที่แล้วที่ได้ร้อยละ 62) นี่ละครับ ที่ต่างฝ่ายต่างบอกว่าตนเองชนะ

ผลเลือกตั้งเมื่อ 4 มิถุนายน 2560 ทำให้เรามองเห็นการเลือกตั้งส.ส. ที่จะเกิดขึ้นในเดือนกรกฎาคม 2561 ว่าจะมีการแข่งขันกันอย่างมันหยด

สารคดีที่ท่านจะได้รับชมทางช่อง 3 พรุ่งนี้ นาทีที่ 10.30จะพบ กึม ซกคา และอาจารย์นิติภูมิธณัฐนั่งทานข้าวเที่ยงในป่าข้าวโพดด้วยกันที่ อ.กอมเรียง จ.พระตะบอง นอกจากนั้น ยังมีภาพการหาเสียงของพรรคการเมืองไม้ประดับกัมพูชา และการเลือกตั้ง ส.ส.ครั้งที่ 3 ของกัมพูชาเมื่อ พ.ศ.2546 ซึ่งตอนนั้น นายสม รังสี ยังหนุ่มฟ้อหล่อเฟี้ยว เพิ่งกระโจนมาเล่นการเมืองใหม่ๆ และกำลังได้รับความนิยมจากบรรดาวัยรุ่น

จังหวัดหนึ่งซึ่งคนไทยไม่ค่อยไปเยือน เป็นจังหวัดที่สงบเรียบร้อยมากคือ โพธิ์สัตว์ จังหวัดนี้ทำนาได้ข้าวมากเป็นอันดับ 2 ของกัมพูชารองจากจังหวัดพระตะบอง สิ่งที่น่าสนใจในสารคดีตอน “สำรวจการเปลี่ยนแปลงที่น่าจับตามองของกัมพูชา” ก็คือ ถนนหนทางที่บริษัทจีนเข้าไปก่อสร้างให้ทั้งด้วยเงินช่วยเหลือ และเงินกู้ที่ไม่มีเงื่อนไขจากรัฐบาลของสาธารณรัฐประชาชนจีน

จีนเข้าไปกัมพูชามากซะจนสามารถพูดได้ว่า กัมพูชาเป็นเครือข่ายของจีนอย่างแท้จริง โรงงานต่างๆ กำลังก่อสร้างด้วยพลังเงินจากจีน ผมขอทำนายทายทักว่า ต่อไปในอนาคต เราจะมีปัญหาเรื่องแรงงาน เพราะเมื่อโรงงานของจีนเปิดดำเนินการ คนงานกัมพูชาในประเทศไทยก็จะเดินทางกลับไปทำงานในประเทศตนเอง

สมัยก่อนตอนโน้น กัมพูชาเป็นประเทศที่มีทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ แต่ในห้วงช่วงเกือบ 30 ปีที่ผ่านมา มีการนำทรัพยากรธรรมชาติเหล่านั้นมาใช้อย่างเร่งรีบเป็นจำนวนมาก ทว่าประชาชนคนกัมพูชาเจ้าของประเทศไม่ค่อยได้ใช้ดอกครับ

ตอนสงครามสงบจบลงใหม่ๆ ทรัพยากรเหล่านั้นถูกใช้โดยคนเวียดนามและคนไทย ต่อมาก็เป็นคนมาเลเซียและคนสิงคโปร์ แต่ทุกวันนี้ เป็นคนจีนครับ อีกไม่นาน เราอาจจะเห็นกัมพูชาที่มีทรัพยากรน้อยลงเพราะคนจีนเข้ามาใช้อย่างรีบเร่ง และใช้มากซะจนไม่เหลือให้คนพื้นเมืองได้ใช้อย่างพอเพียง

กัมพูชากับเวียดนามเหมือนกันตรงที่เมื่อ 40 ปีที่แล้ว คนชั้นนำจำนวนไม่น้อยของ 2 ประเทศนี้อพยพไปลงหลักปักฐานอยู่ในประเทศที่ 3 สร้างเนื้อสร้างตัวจนพ้นสถานะยากจน

แต่ก็ผิดกันตรงที่ คนเวียดนามโพ้นทะเลยังเดินทางกลับประเทศ นำเม็ดเงินจากต่างประเทศกลับมาลงทุน ทำให้เวียดนามเป็นหนึ่งในประเทศที่เจริญพุ่งกระฉูดส่งตูดจัมโบ้ หลายคนที่เป็นเจ้าของห้างสรรพสินค้าก็สั่งสินค้าจากเวียดนามไปขายในประเทศที่ตนเองพำนักพักอาศัยอยู่ ทำให้เศรษฐกิจเวียดนามโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง รัฐบาลเวียดนามเองก็ยอมรับว่า ส่วนหนึ่งของการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของตนมาจากเวียดนามโพ้นทะเล

ทว่าชาวกัมพูชาโพ้นทะเลไม่ค่อยกลับแผ่นดินเกิดของบรรพบุรุษ อาจจะเป็นเพราะคอมมิวนิสต์พอล พต เลือกฆ่าบุคลากรที่เป็นมันสมองชั้นเลิศของชาติ ตายเป็นล้านคน คนที่หนีรอดไปได้ก็อาจจะยังแขยงแขงขนและสยองขวัญ แถมบางส่วนก็ไม่มีศักยภาพพอที่จะพัฒนาตัวเองให้กลายเป็นคนชั้นนำในสังคมของประเทศใหม่ที่ตนเองไปอยู่

ผมตระเวนไปต่างประเทศ เมื่อเจอคนจากภูมิภาคเดียวกันก็แอบสังเกตพบว่า คนไทยและเวียดนามมักประสบความสำเร็จในการสร้างเนื้อสร้างตัวในต่างประเทศ และมักจะเลือกกลับมาช่วยเหลือเกื้อกูลบ้านเกิดเมืองนอนของตนเอง ทำให้ชาติรัฐเติบโตด้วยเงินได้จากโพ้นทะเล และนี่เป็นสิ่งหนึ่งที่อาเซียนบางประเทศไม่มีครับ.

นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย

songlok1997@gmail.com