บริการข่าวไทยรัฐ

จีซีซีแตก

(ขอบคุณภาพจาก : AP)

ช่วงที่ ร.ต.อ.ดร.นิติภูมิธณัฐ มิ่งรุจิราลัย ไปอิรัก 7 วัน ผมขออนุญาตนำข้อความจากไลน์แอทไอดี @nitipoom ซึ่งอาจารย์เขียนบรรยายรายละเอียดของสถานการณ์ สถานที่ และผู้คนที่พบเจอ มาเล่าในไทม์ไลน์อยู่เป็นระยะ ผมขอนำมารับใช้ต่อในเปิดฟ้าส่องโลกครับ

นอกจากนั้น ยังไลฟ์สดและบันทึกไว้ในเฟซบุ๊กลิงค์ https://www.facebook.com/nitiphumthanat1959  ท่านใดสนใจเรื่องตะวันออกกลางอย่างกาตาร์ ซีเรีย อิรัก อิหร่าน คูเวต สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โอมาน เยเมน บาห์เรน จอร์แดน อิสราเอล อียิปต์ และเลบานอน เชิญติดตามได้ทางสื่อข้างบนครับ

อิรักประชากร 38 ล้าน ผู้คนร้อยละ 75 นับถือศาสนาอิสลามนิกายชีอะห์เช่นเดียวกับอิหร่าน เป็นประเทศที่ไม่มีผู้ปกครองเป็นกษัตริย์ แถมยังมีการเลือกตั้งที่เป็นประชาธิปไตยอย่างต่อเนื่องมาแล้วหลายครั้ง

มีคนเคยบอกว่าประเทศในตะวันออกกลางหลายแห่งกลัวพลเมืองของตนเองเลียนแบบการปกครองของอิรัก หากอิรักพัฒนาไปได้ดีเมื่อใด ก็จะเป็นตัวอย่าง และทำให้ราชวงศ์ตะวันออกกลางในประเทศอื่นล่มสลายไวขึ้น

ซีเรียไม่มีราชวงศ์ปกครองและมีสายสัมพันธ์อันดีกับอิหร่าน ทั้งอิรักและซีเรียจึงต่างโดนมือที่มองไม่เห็นคอยขย่มถล่มแหลกหลายรอบ

ที่โดนตัดความสัมพันธ์ เป็นเพราะกาตาร์เริ่มสนิทชิดเชื้อกับอิหร่าน แถมกาตาร์ยังรวยมโหฬารบานเบอะเยอะแยะจากก๊าซธรรมชาติ เรื่องความมั่งคั่งจากก๊าซธรรมชาตินี่แหละครับ เป็นหนึ่งในหลายสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาจนถึงขนาดตัดความสัมพันธ์กันในครั้งนี้

นอกจากยูเออี ซาอุดีอาระเบีย บาห์เรน และอียิปต์ ที่ตัดความสัมพันธ์กับกาตาร์แล้ว ต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา มัลดีฟส์ก็ประกาศตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับกาตาร์ด้วย ดูเหมือนว่าการที่เริ่มสนิทชิดเชื้อกับอิหร่านและสนับสนุนกลุ่มมุสลิมภราดรภาพ รวมทั้งเรื่องผลประโยชน์ในก๊าซธรรมชาติ ทำให้กาตาร์ถูกโดดเดี่ยวและเสียหายร้ายแรงเยอะครับ

มัลดีฟส์กับอิหร่านคบหากันเกิน 40 ปี เมื่อปีที่แล้ว มัลดีฟส์ก็ตัดขาดความสัมพันธ์ทางการทูตกับอิหร่าน โดยให้เหตุผลว่า นโยบายในตะวันออกกลางของอิหร่านเป็นอันตรายต่อสันติภาพภูมิภาค

มีหลายประเทศประกาศตัดความสัมพันธ์กับกาตาร์เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นเยเมน และลิเบีย หลายท่านมองว่าการประชุมสุดยอดผู้นำอาหรับ-อิสลาม-สหรัฐฯ ที่ซาอุฯ เมื่อเดือนที่แล้ว อาจจะ มีผลต่อการตัดสินใจต่อการตัดความสัมพันธ์กับกาตาร์ในครั้งนี้

ความฝันที่คณะมนตรีความร่วมมือรัฐอ่าวอาหรับร่วมกันสร้างมาแต่อดีตก็จะหายไปใน พ.ศ.2560 ที่จริงก็เคยทะเลาะกันอยู่บ้างแล้วตั้งแต่ พ.ศ.2557 ซึ่งในปีนั้น ซาอุฯ ยูเออี และบาห์เรน โกรธถึงขนาดขับนักการทูตกาตาร์ออกนอกประเทศ

ความขัดแย้งของกลุ่มจีซีซีในอดีตมักได้รับการแก้ไขโดยคณะกรรมาธิการเพื่อยุติข้อพิพาท ซึ่งเป็น 1 ใน 5 ขององค์กรหลักของคณะมนตรีความร่วมมือรัฐอ่าวอาหรับ แต่ความขัดแย้งที่เกิดระหว่าง พ.ศ.2557-2560 แก้ไขไม่ได้ เมื่อบวกกับนโยบายของสหรัฐฯ ก็ทำให้ดุลอำนาจในตะวันออกกลางอาจเปลี่ยนอย่างพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน

สหภาพยุโรปมีเงินยูโรร่วมกัน กลุ่มจีซีซีก็เคยช่วยกันตั้งคณะมนตรีการเงินด้วยความตั้งใจว่าในอนาคต พวกตนจะมีสหภาพการเงินที่มีธนาคารกลางอ่าวอาหรับและจะได้ใช้เงินสกุลเดียวกัน ทว่า ความหวังอย่างนั้นเป็นไปไม่ได้แล้วครับ

ประเทศไทยของเราก็ควรมีการปรับนโยบายด้านตะวันออก กลางอย่างเร่งด่วน และอย่างทันเหตุการณ์ ต้องรู้ทันการเปลี่ยนแปลงดุลอำนาจที่เกิดขึ้นในภูมิภาค อย่าลืมว่ารายได้หลายอย่างที่เข้าประเทศไทยในปัจจุบันก็มาจากกลุ่มประเทศจีซีซีเหมือนกันนะครับ ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ และการส่งออกหลายประเภทสินค้า

มหาอำนาจอื่นอย่างรัสเซียและจีนเฝ้าดูการกระดิกพลิกตัวในตะวันออกกลางอย่างระมัดระวัง และมีความพร้อมที่จะกระโจนเข้าไปเกี่ยว ด้วยในทุกเรื่อง เพราะประโยชน์ใหญ่ในโลกใบนี้อยู่ที่ตะวันออกกลางเยอะ

ผู้นำบางคนยอมให้โลกด่า เพื่อเอาใจพวกตะวันออกกลางที่รวยน้ำมัน

ดูทรัมป์ก็ได้ครับ แกยอมสวนกระแสโลก

ขณะที่โลกทั้งใบมุ่งพลังงานทดแทน

แต่ทรัมป์กลับให้ความสำคัญกับน้ำมัน.

นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย
songlok1997@gmail.com