บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

โดดเดี่ยวกาตาร์

เดิมผมคิดว่าคณะมนตรีความร่วมมือรัฐอ่าวอาหรับ หรือ GCC ซึ่งประกอบไปด้วยสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ซาอุดีอาระเบีย กาตาร์ โอมาน คูเวต และบาห์เรน มีความมั่นคงและมีความรักสามัคคีกันเหนียวแน่นมาก

ตั้งแต่ 5 มิถุนายน 2560 เป็นต้นมา ผมไม่คิดเหมือนเดิมแล้วครับ เพราะสมาชิกจีซีซี 3 ชาติ คือ ซาอุดีอาระเบีย บาห์เรน และยูเออีตัดความสัมพันธ์การทูตกับกาตาร์

ตัดปุ๊บ ซาอุดีอาระเบียก็สั่งปิดพรมแดนปั๊บ ปิดการติดต่อทั้งทางบก ทางทะเล และทางอากาศ ระหว่างซาอุดีอาระเบียกับกาตาร์ รัฐบาลยูเออีก็สั่งให้ทูตกาตาร์ว่าขอให้พวกคุณออกนอกประเทศของข้าพเจ้าภายใน 48 ชั่วโมง

สายการบินเอทิฮัด แอร์เวย์ ประกาศระงับทุกเที่ยวบินที่จะไปยังกรุงโดฮา สายการบินสัญชาติซาอุดีอาระเบีย บาห์เรน ยูเออี ก็หยุดบินเช่นเดียวกัน

คนสัญชาติกาตาร์ต้องออกจากซาอุดีอาระเบีย ยูเออี และบาห์เรน ภายใน 14 วัน และห้ามพลเมืองซาอุดีอาระเบีย ยูเออี และบาห์เรน เดินทางไปกาตาร์

ไม่ใช่เฉพาะ 3 ประเทศสมาชิกจีซีซีเท่านั้นที่ตัดสัมพันธ์กับกาตาร์ อียิปต์ก็เอาด้วย ผู้อ่านท่านถามมาในไลน์ไอดี @nitipoom ว่าอียิปต์ซึ่งไม่ใช่สมาชิกจีซีซีไปเกี่ยวดองหนองยุ่งอะไรกะเขาด้วย?

เหตุผลที่หลายประเทศตัดสัมพันธ์กับกาตาร์ มีคนบอกว่า เป็นเพราะกาตาร์หนุนการก่อการร้ายและทำให้เกิดปัญหาความยุ่งยากในภูมิภาคอ่าว

ส่วนอียิปต์กล่าวหาว่ากาตาร์หนุนกลุ่มมุสลิมภราดรภาพ

กลุ่มมุสลิมภราดรภาพตั้งเมื่อ พ.ศ.2471 โดยหะซัน อัล-บันนา นักการศาสนาชื่อดังของอียิปต์ ตั้งด้วยความคิดที่ว่า “ศาสนาไม่ได้เป็นเพียงเครื่องยึดเหนี่ยวทางจิตใจของมนุษย์เท่านั้น แต่เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต”

คติพจน์ของกลุ่มนี้มีว่า “อัลลอฮฺคือเป้าหมายของเรา ท่านศาสดาคือแบบอย่างของเรา อัลกุรอานคือธรรมนูญของเรา การต่อสู้ในหนทางศาสนาคือแนวทางของเรา และการตายในหนทางของอัลลอฮฺคือความหวังสูงสุดของเรา”

กลุ่มมุสลิมภราดรภาพมีสมาชิกเพียง 6 คนในวันก่อตั้ง พ.ศ.2484 มีสมาชิกเพิ่มเป็น 100 คน จำนวนสมาชิกของกลุ่มเพิ่มขึ้นเร็วมาก ยังไม่ทันสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 ก็มีสมาชิกมากกว่า 2 ล้านคน โลกในสมัยนั้นถือว่ากลุ่มมุสลิมภราดรภาพถือว่าเป็นต้นแบบขององค์กรการเมืองที่เคลื่อนไหวด้วยแรงผลักดันของศาสนา

พ.ศ.2491 รัฐบาลอียิปต์ปราบกลุ่มมุสลิมภราดรภาพ ยึดทรัพย์สินของกลุ่ม ปีต่อมา หะซัน อัล-บันนา ถูกลอบฆ่า ผู้นำคนต่อๆมาของกลุ่มก็มักจะถูกจับบ่อย

พ.ศ.2494 อังกฤษสนับสนุนการปฏิวัติโค่นล้มกษัตริย์อียิปต์ โดยมีกลุ่มมุสลิมภราดรภาพหนุนคณะปฏิวัติ แต่เมื่อประสบความสำเร็จแล้ว กลุ่มก็ไม่ยอมร่วมรัฐบาล ภายหลังมีความขัดแย้งกัน สมาชิกของกลุ่มจำนวนหนึ่งถูกจับ ถูกทรมาน ถูกลอบสังหาร ถูกประหารชีวิต แต่พวกสมาชิกที่เหลือก็ยังมุ่งมั่นสอนศาสนาและทำกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคม กระทั่ง พ.ศ.2548 ในยุคที่มูบารักยังเป็นประธานาธิบดี กลุ่มตัดสินใจส่งผู้สมัคร ส.ส. ในนามอิสระและได้ ส.ส.มา 88 คน ไม่นานอดีตประธานาธิบดีมูบารักสั่งกวาดล้างกลุ่มมุสลิมภราดรภาพและจับสมาชิกระดับสูงของกลุ่มไปขังหลายคน

มูบารักหมดอำนาจเมื่อ พ.ศ.2554 กลุ่มมุสลิมภราดรภาพก็มีพลังขึ้นมาใหม่และส่งผู้สมัคร ส.ส. ในนามพรรคเสรีภาพและความยุติธรรม พอถึง พ.ศ.2555 ดร.โมฮัมเหม็ด มอร์ซี ดุษฎีบัณฑิตวิศวกรรมศาสตร์จากสหรัฐฯ สมัครชิงประธานาธิบดีในนามกลุ่มมุสลิมภราดรภาพ และชนะได้เป็นประธานาธิบดีคนแรกที่มาจากการเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตย

แต่ดันไปตั้งรองประธานาธิบดีหญิงและเอานักการเมืองคริสต์มาร่วมรัฐบาล ทำให้ถูกประชาชนประท้วงบ่อยมาก จนกองทัพต้องเข้ามายึดอำนาจเมื่อ 3 ก.ค.2556

กลุ่มมุสลิมภราดรภาพปลุกให้คนออกมาต้านกองทัพและรัฐบาลรักษาการ ทหารจึงปราบ 14 ส.ค.2556 เพียงวันเดียวมีคนตาย ถึง 638 คน บาดเจ็บ 4,000 คน

เปิดฟ้าส่องโลกขอทำนายทายทักว่า ตั้งแต่นี้เป็นต้นไปตะวันออก กลางจะเพิ่มความรุนแรงและความยุ่งอีนุงตุงนังอีกหลายเท่าทวีคูณ

เมื่อบวกกับความยุ่งเหยิงในอีกหลายภูมิภาค โลกทั้งใบจะร้อนเป็นไฟเหมือนตอนที่ตกอยู่ในภาวะสงครามโลกทั้งสองครั้ง.

นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย

songlok1997@gmail.com