บริการข่าวไทยรัฐ

โลกร้อน...ฝนชุ่มฉ่ำ

โดย สะ-เล-เต

ปีนี้ฝนมาเร็วและแรงตั้งแต่เริ่มฤดู ชุ่มฉ่ำกันทั่วทุกภาค โดยเฉพาะกรุงเทพมหานครและปริมณฑล หนักเป็นพิเศษ ทำเอาหลายคนตั้งข้อสงสัยเกิดอะไรขึ้นกับโลกใบนี้

“ที่เราเห็นฝนตกมาเร็วตั้งแต่เดือนที่แล้ว นอกจากเข้าสู่ฤดูฝนเร็วขึ้นตามประกาศของกรมอุตุฯ สาเหตุไม่ได้มาจากอิทธิพลจากพายุโมรา ที่ขึ้นฝั่งประเทศบังกลาเทศเท่านั้น ยังเกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพราะภาวะโลกร้อน ที่ก่อให้หย่อมความกดอากาศต่ำเกิดถี่ขึ้น ขณะนี้บ้านเราถูกขนาบโดยหย่อมความกดอากาศต่ำทางฝั่งเวียดนาม กับอีกหย่อมกำลังก่อตัวในมหาสมุทรอินเดีย แถบประเทศมาเลเซีย

ก่อให้เกิดร่องลมมรสุมพัดผ่านกรุงเทพฯและภาคกลาง เท่านั้นไม่พอ ยังมีความร้อนของเมืองใหญ่ นิคมอุตสาหกรรม ที่เกิดจากการใช้พลังงาน ฝุ่นละออง และมลภาวะ ยังเหนี่ยวนำเมฆจากรอบนอกเข้ามาเพิ่มฝนอีก แล้วเมื่อความชื้นของหย่อมความกดอากาศต่ำถูกลมพัดมาถึงอ่าวไทย กระทบกับความร้อนทำให้เกิดปฏิกิริยายกตัวขึ้นสูง ความร้อนเลยเข้าปกคลุม สังเกตได้จากหลังฝนตก อากาศจะร้อนอบอ้าวแทบจะทันที”

สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ ดร.รอยล จิตรดอน ผอ.สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (องค์กรมหาชน) บอกว่า ยังไม่รวมปรากฏการณ์ Cloudburst หรือฝนตกกระหน่ำอย่างกะทันหัน อันเกิดจากความร้อน และมลภาวะทั้งหลายถูกผลักตัวขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศ เมื่อปะทะกับลมเย็นด้านบนจะกลายเป็นฝนเทลงมาสมทบอีก

และปรากฏการณ์แบบนี้ ในยุคนี้สามารถเกิดขึ้นได้ทุกฤดู...แม้ไม่มีพายุ ไม่ใช่ฤดูฝน คนเมืองใหญ่และกรุงเทพฯจะหนีความร้อนอบอ้าวและฝนเช่นนี้ไม่พ้น

ฝนยิ่งตก รถยิ่งติด เข้าสู่วัฏจักรเดิมๆ พ่นความร้อนเรียกหาฝน ไม่มีจบสิ้น

จากปัจจัยเหล่านี้ คนกรุง คนเมืองใหญ่ ทำใจไว้ล่วงหน้าเลยถ้ากรมอุตุนิยมวิทยาประกาศฝนตกกี่มิลลิเมตร เราจะโดนมากกว่าที่ประกาศค่อนข้างแน่

ดร.รอยล เตือนอีกว่า เรามัวแต่ไปกลัวพายุจะทำให้ฝนตกน้ำท่วม เอาเข้าจริง พายุนำแค่ลมมาเป็นส่วนใหญ่ ฝนฟ้าคะนองเป็นของแถม แต่หย่อมความกดอากาศต่ำนี่สิ ร้ายยิ่งกว่า ทำฝนตกแช่นาน ยิ่งเจอเยอะ ยิ่งเสี่ยงจมบาดาล.

สะ–เล–เต