บริการข่าวไทยรัฐ

อย่าปฏิเสธอีกเลยครับ

(ขอบคุณภาพจาก : AFP PHOTO)

บ้านลาดกระบังกลายเป็นแหล่งชุมนุมคนต่างชาติ ตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ผ่านมา ชาวออสเตรเลียท่านหนึ่งมาพักผ่อนก่อนบินไปเวียดนาม ชาวอังกฤษอีกท่านหนึ่งมาพักผ่อนก่อนบินไปเมียนมา ส่วนอังคารคืนนี้ ร.ต.อ.ดร.นิติภูมิธณัฐ มิ่งรุจิราลัย จะบินไปสาธารณรัฐอิรัก ใช้เวลา 7 วัน ตระเวนดูนกตามเมืองเล็กเมืองใหญ่ ไปชมดอกไม้เขาลือกันว่าสวยงามครับ

ขณะที่โลกภายนอกวุ่นวายขายปลาช่อนด้วยการก่อการร้าย อิรักมีทีท่าว่าอาจจะสงบจบสงครามสุดท้ายกับกองกำลังรัฐอิสลามหรือไอเอส ผมว่ากองทัพอิรักน่าจะฆ่าไอเอสที่เมืองโมซูลได้ครบเบ็ดเสร็จเด็ดขาดภายในสัปดาห์นี้

ไม่กี่วันก่อน ไอเอสเอาระเบิดฆ่าตัวตายไปใส่ในร้านขายไอศกรีมที่อร่อยที่สุดในกรุงแบกแดด ทำให้คนที่กำลังนั่งกินไอศกรีมตายไป 16 คน พวกนอกร้านเจ็บ 75 คน

ระเบิดฆ่าตัวตายและคาร์บอมบ์ที่ทำโดยไอเอสเดี๋ยวนี้ เหมือนมีคำสั่งจากใครที่ไหนก็ไม่รู้ ให้ปฏิบัติการพร้อมกันทีละหลายจุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งระเบิดต้อนรับเทศกาลรอมฎอนที่ให้ระเบิดเกิดขึ้นตอนที่มุสลิมเริ่มถือศีลอด เมื่อระเบิดเกิดในร้านไอศกรีมในกรุงแบกแดด วันต่อมาก็มีระเบิดเกิดในคาบูลใกล้กับสถานทูตเยอรมัน สถานทูตอินเดีย สถานทูตจีน สถานทูตฝรั่งเศส สถานทูตญี่ปุ่นสถานทูตตุรกี สถานทูตปากีสถาน ฯลฯ ทำให้มีคนตาย 90 ศพ บาดเจ็บ 463 คน นอกจากนั้น ยังมีระเบิดเล็กน้อยอีกหลายแห่งในแอฟริกา

ตุลาคม 2559 รัสเซียยิงมิสไซล์ 26 ลูก ออกจากเรือรบ 4 ลำ ที่จอดอยู่ทะเลสาบแคสเปียน ยิงข้ามประเทศอิหร่านและอิรักไปถล่มไอเอสในซีเรีย 11 จุด แต่การยิงเมื่อปลายปีที่แล้วไม่ได้ผลร้อยเปอร์เซ็นต์

ทันทีที่มีคาร์บอมบ์ระเบิดในกรุงคาบูลของอัฟกานิสถานเมื่อ 31 พฤษภาคม 2560 รัสเซียก็ยิงมิสไซล์คาร์ลิบร์ 4 ลูกจากเรือรบฟริเกตแอดมิรัลเอสเซน และเรือดำน้ำกราสโนดาร์ไปใส่ยานยนต์ไอเอสนอกเมืองพัลไมรา ปรากฏว่าคราวนี้ลงเป้าหมายเป๊ะ

ห้วงระยะเวลาไม่กี่วัน มีข่าวล่ามาเร็วเล่าว่ามิสไซล์คาร์ลิบร์สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กระทรวงกลาโหมของหลายชาติ มีการกระดิกพลิกตัวติดต่อขอซื้อมิสไซล์มหาประลัยคาร์ลิบร์มาไว้ในครอบครองจากหลายประเทศ ทำให้เรานึกถึงว่า ซีเรียและอิรักเป็นเวทีแสดงแสนยานุภาพของมหาอำนาจชาติผลิตอาวุธดีๆ นี่เอง ผู้คนมากมายตายกลายเป็นผี มนุษย์ไม่มีที่ซุกหัวนอนเป็นแสนครอบครัว ทว่ามหาอำนาจชาติใหญ่กลับได้เม็ดเงินมหาศาลจากการขายอาวุธ

อนาคตอันใกล้ จะไม่มีที่ให้ไอเอสซ่อนตัวได้อีกต่อไปทั้งในอิรักและซีเรีย พวกนี้จะหนีไปอาหรับประเทศอื่นก็ยาก ทวีปแอฟริกาก็เริ่มมีการตรวจสอบเข้มข้น ผมเชื่อแบบคนกิ๊กก๊อกที่ไม่มีข้อมูลอะไรมากมายว่าสถานที่ที่ปลอดภัยที่สุดของไอเอสในปัจจุบันทุกวันนี้คือเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แม้ใครหลายคนจะปฏิเสธนักวิชาการรัฐศาสตร์ของหลายมหาวิทยาลัยชั้นนำก็แย้งว่า ไม่น่าเป็นไปได้ที่ไอเอสจะมาลงหลักปักฐานในอาเซียน

ทว่าสิ่งที่ท่านปฏิเสธ ดันตรงข้ามกับที่หน่วยข่าวกรองของฟิลิปปินส์เชื่อ ซึ่งตอนนี้ไม่ใช่ข้อมูลที่เป็นความลับแล้วละครับว่า นักรบ 500 คน ที่ยึดเมืองมาราวี มี 40 คนมาจากปากีสถาน ตุรกี ซาอุดีอาระเบีย อินเดีย อินโดนีเซีย มาเลเซีย เชชเนีย โมร็อกโก เยเมน

หน่วยข่าวของฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย และสิงคโปร์ สรุปด้วยกันว่า ไอเอสกำลังเสียพื้นที่ในอิรักและซีเรีย และตอนนี้ได้กระจายไปในประเทศต่างๆ ทางเอเชียและตะวันออกกลาง ภูมิภาคที่ไอเอสแผ่ขยายกระจายไปอยู่มากที่สุดก็คือเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และในขณะนี้ไอเอสได้ใช้ฟิลิปปินส์เป็นศูนย์กลาง

มีหลักฐานแน่นหนาทั้งภาพและเสียงจากภาพสำนักข่าวทั่วโลกถึงการต่อสู้ระหว่างทหารรัฐบาลฟิลิปปินส์กับพวกผู้ก่อการร้ายในมาราวี ซึ่งบางท่านอาจจะยังไม่ได้ชม

ผมก็ไม่ทราบว่า อ้า นักวิชาการจากประเทศอย่างบูร์กินาฟาโซ โตโก รวันดา บุรุนดี ได้ดูข่าวทหารฟิลิปปินส์รบกับผู้ก่อการร้ายที่ประกาศสวามิภักดิ์ไอเอสบ้างหรือยัง

ถ้ายังก็ไม่เป็นไร เพราะประเทศพวกนั้นอยู่ไกล

แต่เราชาวไทย เขมร ลาว ญวน น่าจะดู เพราะอยู่ใกล้

ดูแล้วจะได้ยอมรับความจริง

และจะได้ช่วยกันป้องกันครับ.

นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย
songlok1997@gmail.com