บริการข่าวไทยรัฐ

ทรัมป์ทำให้สหรัฐฯตกต่ำ

จันทร์วันนี้ 10.00-12.00 น. ร.ต.อ.ดร.นิติภูมิธณัฐ มิ่งรุจิราลัยพูด “การสร้างอาชีพด้วยการท่องเที่ยวชุมชน” ที่วิทยาลัยชุมชน จ.สระแก้ว

หนึ่งในความยิ่งใหญ่ของสหรัฐฯสะสมมาจาก Containment Policy หรือนโยบายสกัดกั้นลัทธิคอมมิวนิสต์ที่โซเวียตแพร่เข้าไปในประเทศต่างๆ หนึ่งในคนที่มีส่วนทำให้สหรัฐฯเป็นที่นิยมของชาวโลกคือจอร์ช เอฟ เคนแนน นักการทูตผู้เชี่ยวชาญด้านรัสเซียศึกษา ที่เสนอให้ประธานาธิบดีแฮร์รี เอส ทรูแมน ของสหรัฐฯ ประกาศหลักการทรูแมน

หลักการทรูแมนเสนอให้สหรัฐฯมอบความช่วยเหลือแก่ประเทศต่างๆ เพื่อให้ประเทศเหล่านั้นพัฒนาและอยู่รอดปลอดภัยจากการแทรกแซงของลัทธิคอมมิวนิสต์

ผู้ให้ย่อมเป็นที่รัก ตั้งแต่ พ.ศ.2490 เป็นต้นมา ผู้คนบนโลกจำนวนไม่น้อยรักและเกรงใจสหรัฐฯ และเมื่อเป็นผู้นำในการจัดตั้งองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ หรือนาโต สหรัฐฯก็ผงาดโลกทั้งด้านการเมืองระหว่างประเทศและการทหาร

ผู้คนเริ่มชอบวัฒนธรรมอเมริกัน แม้แต่วรรณคดีอเมริกันก็ถูกนำมาเป็นวิชาสอนกันเป็นวิชาเอกในมหาวิทยาลัย ไม่ว่าจะเป็นงานเขียนของเออร์เนสต์ เฮมิงเวย์ เบอร์นาร์ด มาลามุด นอร์แมน เมลเลอร์ โฮวาร์ด เนเมรอฟ ฯลฯ

ความยิ่งใหญ่ของสหรัฐฯมีต่อเนื่องมา กระทั่ง...

กระทั่ง พ.ศ.2560 เมื่อสหรัฐฯได้ผู้นำชื่อนายโดนัลด์ ทรัมป์ การเป็นประธานาธิบดีของทรัมป์ คือการเริ่มต้นของการสูญเสียสถานะความเป็นผู้นำโลกของสหรัฐฯ การกระดิกพลิกตัวของทรัมป์ทำให้ประชาคมโลกดูหมิ่นถิ่นแคลน นิสัยหลายอย่างของทรัมป์คนบนโลกรับไม่ได้ เช่น การผลักผู้นำชาติอื่นเพื่อให้ตนมายืนอยู่แถวหน้าเพื่อให้ได้ถ่ายรูป การไม่จับมือกับนายกรัฐมนตรีเยอรมันเพื่อถ่ายภาพทั้งที่ได้รับการร้องขอ ฯลฯ

ทุกวันนี้โลกมีภาระเรื่องภาวะโลกร้อน ในยุคของโอบามา รัฐบาลสหรัฐฯก็ยังให้สัญญาว่าจะมุ่งมั่นลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ได้ร้อยละ 26-28 จากระดับเมื่อ พ.ศ.2551 ภายใน พ.ศ.2568 อดีตประธานาธิบดีโอบามาก็ยอมรับว่าสหรัฐฯปล่อยก๊าซเรือนกระจกออกมามากเป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากประเทศจีน

ทรัมป์ทำให้สหรัฐฯเป็นประเทศที่หลายคนแขยงแขงขนในความไม่รับผิดชอบในก๊าซเรือนกระจกที่ตัวเองปล่อยออกมา ด้วยการประกาศนำสหรัฐฯถอนตัวออกจากข้อตกลงปารีส 2558 “เพื่อทำหน้าที่อันทรงเกียรติของผมสำหรับการปกป้องสหรัฐฯและพลเมืองสหรัฐฯให้สมบูรณ์ สหรัฐฯขอถอนตัวออกจากข้อตกลงโลกร้อนปารีส”

นี่เป็นความผิดพลาดในเรื่องนโยบายต่างประเทศที่แย่ที่สุดของสหรัฐฯ ความดีทั้งหลายที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯคนก่อนๆ สะสมในด้านการพิทักษ์โลกหายวับไปกับตา ทั้งที่สหรัฐฯเป็น 1 ใน 195 ประเทศ ที่เห็นชอบข้อตกลงโลกร้อนปารีสเมื่อเดือนธันวาคม 2558 คนสำคัญในการทำให้มีข้อตกลงในคราวนั้นก็คือประธานาธิบดีโอบามา ทว่าเมื่อเปลี่ยนประธานาธิบดี นโยบายของสหรัฐฯก็เปลี่ยน ต่อไปนี้ใครจะไว้เนื้อเชื่อใจสหรัฐฯ สหรัฐฯกลายเป็นประเทศที่มีชื่อเสียหายในเรื่องไม่ปฏิบัติตามพันธสัญญาระหว่างประเทศ

ผิดกับจีนที่มุ่งสร้างความเชื่อถือในเวทีระหว่างประเทศเพิ่มขึ้นทุกวัน ขณะที่สหรัฐฯบอกลาข้อตกลงปารีสว่าด้วยสภาพภูมิอากาศ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีนกลับประกาศยึดมั่นข้อตกลง แถมยังยืนยันว่านี่คือความรับผิดชอบที่จีนต้องแบกรับในฐานะประเทศใหญ่ “เราได้ยินมาว่าการกระทำและบทบาทผู้นำของเราได้รับคำชมเชยจากประชาคมโลก เราจะทำหน้าที่ของเราให้สำเร็จอย่างจริงจัง”

จีนได้ใจคนทั้งโลกด้วยการประกาศว่า “จีนพร้อมที่จะร่วมมือกับสมาชิกประชาคมโลกซึ่งรวมถึงสหรัฐฯด้วย เพื่อผลักดันการพัฒนาสีเขียวแบบคาร์บอนต่ำทั่วโลก”

แม้ว่าจะเพิ่งเป็นประธานาธิบดีฝรั่งเศส แต่นายเอมานุแอล มาครง ก็เป็นคนแรกๆ ที่ออกมาประณามว่าทรัมป์คิดผิด และยืนยันว่าฝรั่งเศสจะปกป้องข้อตกลงที่จะทำให้โลกต่อสู้กับภาวะโลกร้อน

ผู้นำอีกคนหนึ่งซึ่งแม้ว่าจะอายุยังน้อย แต่มีการกระทำและคำพูดที่เต็มไปด้วยวุฒิภาวะในการปกป้องโลก คือนายกรัฐมนตรีแคนาดา นายจัสติน ทรูโด นายกฯแคนาดาโทรศัพท์ถึงทรัมป์แสดงความผิดหวัง แต่ก็ยังให้กำลังใจโลกว่า ตนรู้สึกมีแรงบันดาลใจที่ทั่วโลกให้ความสำคัญกับการต่อสู้ปัญหาสภาพอากาศและการเปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจที่เติบโตอย่างสะอาดมากขึ้นเรื่อยๆ

ได้คนเฟอะฟะมาเป็นผู้นำ

ทำให้สหรัฐฯตกต่ำทันตาเห็นเลยครับ.

นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย

songlok1997@gmail.com