บริการข่าวไทยรัฐ

ไม่เชื่อขโมยเงิน พ่อชวนพาศพเณรปลื้มผ่าชันสูตร ร่ำไห้มีลูกชายคนเดียว

นายชวน พ่อ "สามเณรปลื้ม" นำศพลูกชายส่งชันสูตรที่ รพ.สุราษฎร์ฯ เผยเณรเป็นลูกชายคนเดียว ติดต่อครั้งสุดท้ายเมื่อ 5 เดือนก่อน เพิ่งรู้ข่าวร้ายเพราะไปทำงานที่อื่น ส่วนลุงไม่เชื่อหลานขโมยเงิน ชี้เป็นคนพูดตรง อาจขัดแย้งคนร้ายเรื่องอื่น...

จากเหตุฆาตกรรมในวัดดังเมืองคอน ตำรวจชุดสืบสวน บก.ภ.นครศรีธรรมราช ได้จับกุมตัวพระภิกษุ 1 รูป สามเณร 2 รูป และฆราวาส 2 คน หลังมีส่วนเกี่ยวข้องกับการหายตัวไปของ “สามเณรปลื้ม” หรือ นายศุภโชค เอกเกียรติกุล อายุ 17 ปี ซึ่งหายตัวไปประมาณ 5 เดือน จนสุดท้ายรับสารภาพว่า ลงมือฆ่า “สามเณรปลื้ม” เนื่องจากทะเลาะกันเรื่องเงินภายในวัดที่หายไป หลังจากนั้นจึงฝังศพใต้ต้นตะเคียนภายในวัดวังตะวันตก อ.เมืองนครศรีธรรมราช เทคอนกรีต พร้อมวางพระพุทธรูปทับไว้เพื่อไม่ให้คนสงสัย

จากการสอบปากคำทั้ง 5 คน โดยพระเด่น หรือ นายเด่นชัย ภูมินิยม อายุ 36 ปี หนึ่งในผู้ร่วมก่อเหตุ ซึ่งขณะถูกจับพระภิกษุของวัดดังกล่าว ได้เปิดปากรับสารภาพโดยอ้างว่า เป็นผู้ลงมือฆ่า “สามเณรปลื้ม” สาเหตุจากทะเลาะกันเรื่องเงินภายในวัดที่หายไป เมื่อวันที่ 5 ม.ค. 60 ที่ผ่านมา ทุบตี “สามเณรปลื้ม” จนหมดสติไป ก่อนนำร่างที่ยังหายใจรวยรินขึ้นท้ายรถกระบะ จะนำไปที่วัดแห่งหนึ่งที่ อ.ลานสกา แต่ “สามเณรปลื้ม” ได้เสียชีวิตลง จึงได้นำศพกลับมาที่วัดเกิดเหตุ และผู้ก่อเหตุได้ช่วยกันขุดดินฝังร่าง “สามเณรปลื้ม” ที่ใต้ต้นตะเคียนภายในวัด ซึ่งในขณะที่ก่อเหตุนั้น พระเด่น ยังเป็นฆราวาส หลังฆ่า “สามเณรปลื้ม” แล้วจึงได้บวชเป็นพระอยู่ในวัดและทำตัวปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ก่อนจะถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจมาจับกุม ส่วนสถานที่ฝังศพ “สามเณรปลื้ม” อยู่หน้าอาคารเก็บกัณฑ์เทศน์ภายในวัด หลังฝังศพมีการปรับปรุงพื้นที่ด้วยการเทพื้นคอนกรีตใหม่ เป็นที่เช่าจอดรถ และหลังจากเจ้าหน้าที่ได้ขุดนำศพขึ้นมาในสภาพยังห่มจีวรถูกห่อด้วยเสื่ออีกชั้น และโบกทับด้วยคอนกรีต (อ่านข่าวรู้ความจริงยิ่งสยอง คดีฆ่าเณร โบกปูนฝังหน้ากุฏิ ฆาตกรลงทุนบวชพระเฝ้า)

ต่อมา เวลา 15.00 น. วันที่ 2 มิ.ย. ที่ศูนย์นิติเวช โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี เจ้าหน้าที่มูลนิธิประชาร่วมใจ นครศรีธรรมราช พร้อมพ่อและลุงของสามเณรปลื้ม ได้เดินทางนำศพสามเณรปลื้ม ส่งตรวจพิสูจน์อย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อหาสาเหตุการตายโดย จะทำการผ่าชันสูตรในวันพรุ่งนี้ (3 มิ.ย.)

นายชวน เอกเกียรติกุล อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 196/2 หมู่ที่ 3 ต.ควนชะริก อ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นพ่อของสามเณรปลื้ม ผู้ตาย เปิดเผยว่า ตนเองมีอาชีพรับจ้างอยู่ที่ จ.กาฬสินธุ์ และจะติดต่อกับเณรตลอด ซึ่งเณรเล่าว่ามีปัญหากับพระรูปหนึ่งที่บวชอยู่ที่วัด แต่ไม่ได้บอกว่าเป็นเรื่องอะไร แต่ช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมาได้โทรไปหาเณร แต่เป็นเสียงคนอื่นมารับบอกว่า เณรปลื้มออกไปทำธุระข้างนอก และหลังจากนั้นก็ไม่สามารถติดต่อกับลูกได้อีกเลย จนมาทราบเรื่องเมื่อวานนี้ว่าเณรเสียชีวิตแล้ว จึงได้รีบเดินทางมาจาก จ.กาฬสินธุ์

"ตอนนี้เมื่อเห็นสภาพของลูกยังรับไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จึงอยากจะวอนให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งติดตามจับกุมคนร้ายทั้งหมดที่ร่วมก่อเหตุมาลงโทษโดยเร็ว เนื่องจากสามเณร เป็นลูกชายคนเดียว" นายชวน กล่าว

ด้าน นายมีชัย เอกเกียรติกุล อายุ 44 ปี อยู่บ้านเลขที่ 196/1 หมู่ที่ 3 ต.ควนชะริก อ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช ลุงแท้ๆ ของสามเณรปลื้ม เปิดเผยว่า ตนเองไม่ปักใจเชื่อที่สามเณรปลื้มจะเป็นคนลักขโมยตามที่กลุ่มผู้ต้องหาอ้าง แต่เณรเป็นคนที่พูดจาโผงผาง ตรงไปตรงมา เชื่อว่าหลานน่าจะไปรับรู้เรื่องอะไรบางอย่างภายในวัด หรือมีเรื่องขัดผลประโยชน์ จนไปสร้างความไม่พอใจให้กับกลุ่มคนร้าย จึงวางแผนลงมือสังหารดังกล่าว.