วันอาทิตย์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

น่าสะพรึง ไอซิสมาแน่! สยายปีก ยึดมินดาเนา ตั้งรัฐคอลิฟะห์ในอาเซียน

สถานการณ์กลุ่มติดอาวุธ ซึ่งประกาศสวามิภักดิ์เป็นพวกเดียวกับกลุ่มสุดโหด ไอซิส บุกยึดเมืองมาราวี บนเกาะมินดาเนา ทางภาคใต้ของฟิลิปปินส์ ตั้งแต่ 23 พ.ค.ที่ผ่านมา ถือเป็นเหตุการณ์ที่นอกจากจะทำให้ชาวฟิลิปปินส์ตื่นตระหนกตกใจ และชาวเมืองมาราวีพากันอพยพหนีภัยออกจากเมืองจำนวนมากแล้ว ยังทำเอาผู้คนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) โดยเฉพาะ มาเลเซีย อินโดนีเซีย สิงคโปร์ และ ไทย ต้องหวาดหวั่นขวัญผวาไปด้วย

การก่อเหตุบุกยึดเมืองมาราวี ของกลุ่มติดอาวุธมาอูเต ที่ประกาศสนับสนุนไอซิสในครั้งนี้ แสดงให้เห็นว่า กลุ่มติดอาวุธในฟิลิปปินส์มีความแข็งแกร่งขึ้นมาก มีการระดมกำลังกันมาหลายร้อยคน บุกยึดเมือง เผาอาคารสถานที่ทางการ และยังจับบาทหลวงและชาวคริสต์หลายคนไปเป็นตัวประกัน เพื่อขัดขวางกองทัพฟิลิปปินส์ ที่ได้ส่งทหารพยายามจะจับกุม นายอิสนิลอน ฮาปิลอน หัวหน้ากลุ่มติดอาวุธ อาบูไซยาฟในฟิลิปปินส์ ซึ่งได้รับการสถาปนาจากไอซิส ให้เป็น ‘เอเมียร์’ หรือผู้นำทางศาสนาของกลุ่มไอซิส ในภูมิภาคอาเซียน!

เพียงแค่ นายฮาปิลอน ร้องขอความช่วยเหลือด่วน ให้กลุ่มติดอาวุธในพื้นที่บนเกาะมินดาเนา ออกมาช่วยตนไม่ให้ถูกทหารจับเท่านั้น ปรากฏว่า มีกลุ่มติดอาวุธออกมาช่วยกันพรึบ! ...ฟังแค่นี้ พวกเราคงรู้สึกตกใจแล้วว่า กลุ่มไอซิส ที่มีฐานใหญ่อยู่ในซีเรียและอิรัก หันมาเล็ง เกาะมินดาเนา ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิม ถึงขนาดตั้งเอเมียร์ แล้วเรียบร้อย

*ชี้ ไอซิสแผ่ขายอิทธิพลทั่วอาเซียน ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

หากย้อนกลับช่วงปีสองปีที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุรุนแรงหลายครั้งในมาเลเซีย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ จากฝีมือกลุ่มติดอาวุธที่เกี่ยวข้องกับไอซิส

- 14 มกราคม 59 เกิดเหตุโจมตีย่านใจกลางกรุงจาการ์ตา ดับ 4 ศพ บาดเจ็บ 20 ราย โดยเจ้าหน้าที่อินโดนีเซียชี้ว่าเหตุรุนแรงเกี่ยวข้องกับนักรบไอซิสในอินโดนีเซีย ที่กลับมาจากซีเรียและอิรัก ซึ่งทวีจำนวนมากขึ้น

- 28 มิถุนายน 59 เกิดเหตุคนร้ายขว้างระเบิดมือโจมตีไนต์คลับแห่งหนึ่ง ในกรุงกัวลาลัมเปอร์ บาดเจ็บ 8 ราย โดยตำรวจมาเลเซียเชื่อว่าเป็นคำสั่งของ นายโมฮัมหมัด วันดี โมฮาเหม็ด เจดี นักรบไอซิสชาวมาเลเซียที่ไปเข้าร่วมการต่อสู้กับไอซิสในซีเรีย

- 3 กันยายน 2559 เกิดเหตุระเบิดที่เมืองดาเวา เมืองใหญ่สุดบนเกาะมินดาเนา โดยรัฐบาลฟิลิปปินส์ชี้ว่าเป็นฝีมือกลุ่มติดอาวุธแบ่งแยกดินแดน อาบู ไซยาฟ มีฐานอยู่ทางภาคใต้ของฟิลิปปินส์ ซึ่งได้เคลื่อนไหวก่อเหตุรุนแรงมาอย่างต่อเนื่อง และดังกระฉ่อนในความโหดเหี้ยม ฆ่าตัดหัวตัวประกัน

- 23 พ.ค. 60 เกิดเหตุกลุ่มติดอาวุธมาอูเต ซึ่งประกาศสวามิภักดิ์ไอซิส บุกยึดเมืองมาราวี บนเกาะมินดาเนา ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 103 ศพ

- 24 พ.ค. 60 เกิดเหตุระเบิดพลีชีพ 2 จุดโจมตีสถานีขนส่งรถโดยสารในกรุงจาการ์ตา ทำให้ตำรวจสิ้นชีพ 3 นาย และบาดเจ็บ 11 ราย

*เผย มีกลุ่มติดอาวุธในอาเซียน สวามิภักดิ์ ไอซิส แล้วกว่า 60 กลุ่ม

ซีเอ็นเอ็น เผยว่า ตามรายงานของ นายโรฮัน กูนารัตนา หัวหน้าศูนย์ระหว่างประเทศ ด้านเหตุรุนแรงทางการเมืองและการวิจัยการก่อการร้าย ซึ่งมีสำนักงานอยู่ในสิงคโปร์ ระบุว่า ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา กลุ่มไอซิสได้แผ่อิทธิพลเข้ามาทั่วภูมิภาคอาเซียน และได้มีกลุ่มมุสลิมติดอาวุธในภูมิภาคนี้กว่า 60 กลุ่ม ประกาศสวามิภักดิ์กลุ่มไอซิส ภายใต้การนำของอาบู บาการ์ อัล บักห์ดาดีแล้ว

ตามรายงานว่า สถาบันวิเคราะห์นโยบายความขัดแย้ง (IPAC) ในกรุงจาการ์ตา ยังเผยว่า กลุ่มไอซิสได้มีความร่วมมืออย่างลึกซึ้งกับกลุ่มติดอาวุธหัวรุนแรงในภูมิภาคอาเซียน

*ต้องการให้มินดาเนา เป็นส่วนหนึ่งของรัฐคอลิฟะห์

นายโฮเซ คาลิดา รองอธิบดีกรมอัยการของฟิลิปปินส์ ชี้ว่า เหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นบนเกาะมินดาเนา ไม่ใช่ฝีมือของกบฏแบ่งแยกดินแดน ที่เป็นพลเมืองของฟิลิปปินส์อีกต่อไปแล้ว แต่เป็นการแปรรูปไปสู่การรุกรานของกลุ่มก่อการร้ายจากต่างชาติ ที่ต้องการจัดตั้ง เกาะมินดาเนา ให้เป็นส่วนหนึ่งของรัฐคอลิฟะห์ (เขตการปกครองแบบหนึ่งในอาณาจักรมุสลิมที่มีประมุขเป็นคอลิฟะห์ ที่มาจากปรัชญาว่าเป็นผู้สืบอำนาจจาก นบีมูฮัมหมัด ศาสดาของศาสนาอิสลาม)

ขณะที่ นักวิเคระห์จำนวนมาก ยังเชื่อว่า ถึงแม้ อาบู บาการ์ อัล บักห์ดาดี หัวหน้ากลุ่มไอซิสยังไม่ได้ประกาศรัฐคอลิฟะห์ในอาเซียน เหมือนกับที่ได้ทำในลิเบีย และซาอุดีอาระเบียแล้วก็ตาม แต่พวกเขาก็เชื่อว่าคงจะเกิดขึ้นในอนาคต

*ชี้ เกาะมินดาเนา เป็นพื้นที่เปราะบาง เกิดความรุนแรงมายาวนาน

เกาะมินดาเนา ซึ่งเป็นเกาะทางภาคใต้สุดของฟิลิปปินส์ ถือเป็นพื้นที่ที่เกิดเหตุรุนแรงความขัดแย้งมายาวนาน ทั้งการเคลื่อนไหวของบรรดาพวกนิยมลัทธิคอมมิวนิสต์ ที่เบ่งบานหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ไปจนถึงกบฏชาตินิยม และกลุ่มติดอาวุธที่มีความโหดเหี้ยม ซึ่งตามรายงานของโครงการอาหารโลกของสหประชาชาติ ระบุว่า เหตุรุนแรงบนเกาะมินดาเนา ระหว่างปี 2543-2551 ทำให้มีชาวฟิลิปปินส์ต้องอพยพโยกย้ายถิ่นที่อยู่เกือบล้านคน

การที่เกาะมินดาเนา เป็นภูมิภาคที่ไร้เสถียรภาพ และยังมีแนวพรมแดนทางทะเล ติดต่อกันระหว่างฟิลิปปินส์ กับมาเลเซีย และอินโดนีเซีย ทำให้เป็นเรื่องง่ายที่กลุ่มติอาวุธจะหลบหนีการปราบปรามของเจ้าหน้าที่ทางการมาซ่อนตัว อีกทั้งกลุ่มติดอาวุธยังจับมือกัน ทำให้พื้นที่นี้เป็นพื้นที่หลบซ่อนของบรรดาแก๊งค้ายาเสพติด ไปจนถึงกลุ่มจับตัวประกันเรียกค่าไถ่ และกลุ่มก่อการร้ายที่เพิ่มมากขึ้นจากทั่วภูมิภาคอาเซียน


*ไอซิสตั้ง ‘อิสนิลอน ฮาปิลอน’ เป็น ผู้นำศาสนาของไอซิสในอาเซียน

ตามรายงานของสำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐฯ (เอฟบีไอ) ระบุว่า กลุ่มไอซิส ได้แต่งตั้งนายฮาปิลอน วัย 51 ปี เป็นเอเมียร์หรือผู้นำศาสนาของไอซิส ประจำภูมิภาคอาเซียน เมื่อปี 2559 โดยตามรายงานของสถาบันวิเคราะห์นโยบายความขัดแย้ง เผยว่า นายฮาปิลอน หัวหน้ากลุ่มอาบูไซยาฟ ซึ่งมีถิ่นฐานดั้งเดิมมาจากจังหวัดบาซิลัน บนเกาะซูลู ซึ่งอยู่ทางใต้ของเกาะมินดาเนานั้น พูดภาษาอังกฤษไม่ได้ อีกทั้งความรู้ในเรื่องศาสนาของเขาก็มีจำกัด

นอกจากนั้น นายฮาปิลอน เป็นหนึ่งในผู้ก่อการร้ายที่สหรัฐฯ ต้องการตัวมากที่สุดคนหนึ่ง โดยรัฐบาลสหรัฐฯ ได้ตั้งค่าหัว รางวัลนำจับนายฮาปิลอน สูงถึง 5 ล้านดอลลาร์ (165 ล้านบาท)

*อาเซียนเปราะบาง อาจมีคนเคยไปร่วมไอซิสเป็นพันคน

ซีเอ็นเอ็น ยังชี้ถึงความเปราะบางของภูมิภาคอาเซียน ในการตกเป็นเป้าหมายโจมตี เนื่องจากอาจมีผู้คนเดินทางไปเข้าร่วมกับกลุ่มไอซิสในตะวันออกกลาง มากถึง 1,000 คน เพียงแต่ตัวเลขนี้ ยังไม่มีการยืนยันชัดเจน ซึ่งหากเจ้าหน้าที่ทางการไม่มีมาตรการและยุทธวิธีในการติดตามจับตาคนเหล่านี้ที่กลับมาในพื้นที่แล้ว อาจเกิดเหตุร้ายแรงขึ้นได้

*เมืองมาราวี ตึงเครียด เป้าหมายไอซิส!

ท่ามกลางความหวั่นวิตกต่อการสยายปีกของไอซิส มายังเกาะมินดาเนา ขณะที่ไอซิสกำลังสูญเสียดินแดนในซีเรียและอิรักมากขึ้นเรื่อยๆ จากการถูกโจมตีทางอากาศโดยกองกำลังพันธมิตรนำโดยสหรัฐฯนั้น สถานการณ์ที่เมืองมาราวี คือสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของกลุ่มติดอาวุธที่ภักดีต่อไอซิสที่เข้ามาในภูมิภาคนี้ โดยประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตร์เต ของฟิลิปินส์ ถึงกับออกปากเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน ที่ผ่านมาว่า เหตุรุนแรงที่เมืองมาราวี ไม่ใช่การเคลื่อนไหวของกลุ่มกบฏ มาอูเต แต่เป็นฝีมือของกลุ่มไอซิส 100%

ประธานาธิบดีดูเตร์เต ซึ่งได้ประกาศใช้กฎอัยการศึกที่เมืองมาราวี เป็นเวลา 60 วัน นับตั้งแต่เกิดเหตุกลุ่มติดอาวุธยึดเมือง ยังกล่าวว่า มีสมาชิกกลุ่มไอซิสที่ถูกผลักดันออกจากอิรัก และซีเรีย กำลังมองหา ‘ฐานใหม่’ และมีแผนจะยึดเมืองมาราวีมานานแล้ว

ที่น่าระทึกใจสำหรับชาวเมืองมาราวี ตลอดจนประชาชนในอาเซียน รวมทั้งไทย ก็คือ ถึงแม้กองทัพจะระดมส่งกำลังทหาร อาวุธยุทโธปกรณ์ และระดมโจมตีทางอากาศถล่มกลุ่มติดอาวุธอย่างหนักหน่วง แต่ก็ไม่สามารถเอาชนะกลุ่มติดอาวุธที่ยึดครองเมืองได้โดยง่าย อีกทั้ง ยังมีทหารฟิลิปปินส์ต้องสิ้นชีพไปแล้วหลายสิบนาย