วันศุกร์ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เผยปฏิบัติการลับ เอฟ-22 แร็พเตอร์ แหวกน่านฟ้าซีเรียถล่มไอซิส (คลิป)

ภาพจาก กองทัพอากาศสหรัฐ (USAF)

เผยบางส่วนของเรื่องเล่าจากนักบิน เอฟ-22 แร็พเตอร์ ทอ.สหรัฐฯ กับภารกิจลอบบินเข้าน่านฟ้าซีเรีย โจมตีเป้าหมายของกลุ่มไอซิส และภารกิจแทรกที่ไม่คาดฝัน ก่อนจะกลับออกมาอย่างปลอดภัย โดยที่ไม่ได้รับอันตราย...

ย้อนกลับไปในปี 2015 กองทัพสหรัฐฯ เปิดฉากถล่มทางอากาศต่อกลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม หรือ ไอซิส โดยมีเป้าหมายอยู่ในประเทศซีเรียและนี่เป็นสมรภูมิรบแรกของเครื่องบินขับไล่สเตลธ์ ที่ทรงอานุภาพเหนือเวหามากที่สุดของกองทัพอากาศสหรัฐฯ เอฟ-22 แร็พเตอร์ (F-22 Raptor) ตามข่าว เผยภาพ เอฟ-22 สหรัฐฯ แอบบินไปร่วมถล่มโรงงานกลุ่มไอซิส

มาครั้งนี้ เอวิเอชั่นวีค สื่อด้านการบินดังของต่างประเทศ ได้เผยบางส่วนจากการสัมภาษณ์ 1 ในนักบินของเครื่องบินเอฟ-22 ซึ่งเขาได้ขอสงวนนาม มาเล่าถึงภารกิจในขณะนั้น ว่า จริงๆ แล้ว เอฟ-22 ไม่มีคนรู้ว่าเราอยู่ตรงนั้นเลย สัปดาห์สุดท้ายของการวางกำลังในตะวันออกกลาง 6 เดือน เอฟ-22 แร็พเตอร์ ของฝูงบิน 95 ประจำฐานทัพอากาศธินดาล ถูกกำหนดให้กลับสหรัฐฯ โดยมีการติดถังเชื้อเพลิงสำรองที่ปีก ทั้งที่ฝูงบินนี้รอรับคำสั่งระหว่างที่สหรัฐฯ และพันธมิตรกำลังชั่งใจว่าจะเดินหน้าการโจมตีทางอากาศต่อไอซิสในซีเรียหรือไม่

มันเป็นเวลากว่า 3 ปีของคืนวันนั้นที่ เอฟ-22 มีส่วนสำคัญต่อการดำเนินการของสหรัฐฯ และพันธมิตร ในประเทศที่กำลังมีความวุ่นวาย ด้วยประสิทธิภาพของการบูรณาการเทคโนโลยี ของเอฟ-22 มันช่วยให้นักบินสามารถมุ่งเน้นไปที่การตัดสินใจทางยุทธวิธี แทนที่จะพยายามรวบรวมหาข้อมูลเพื่อตัดสินใจ ด้วยความสามารถในการบินแบบซุปเปอร์ครุยส์ และยืดหยุ่น แน่นอนว่าด้วยคุณลักษณะสเตลธ์ ที่ตัวเครื่องบินลดการสะท้อนของคลื่นเรดาร์ ทำให้สามารถบินเล็ดลอดเข้าน่านฟ้าทางตะวันตกของซีเรีย ที่เป็นโซนมีระบบป้องกันภัยทางอากาศแบบบูรณาการ ที่ใช้อาวุธปล่อยต่อต้านอากาศยานของโซเวียต ที่สามารถจับเป้าและทำลายเครื่องบินของฝ่ายพันธมิตรได้

จากการกำหนดเป้าหมาย 4 จุดในประเทศแถบตะวันออกกลาง ฝูงบินแร็พเตอร์ 4 ลำถูกกำหนดให้จัดการภัยคุกคามทั้งภาคพื้นดินและทางอากาศ ทางตะวันตกของซีเรีย โดย 2 ลำแรกจะเข้าจัดการศูนย์ควบคุมสังการของกองกำลังไอซิส ส่วนอีก 2 ลำทำหน้าที่คุ้มกัน เอฟ-15 อี สไตร์คอีเกิ้ล เข้าจัดการเป้าหมายอื่นๆ โดยเอฟ-22 ติดทั้งอาวุธแบบอากาศสู่อากาศและอากาศสู่พื้นเข้าปฏิบัติในภารกิจที่รับมอบหมาย

แต่แผนการก็ไม่ราบรื่นอย่างที่คิดเพราะเอฟ-15 อีที่ร่วมในหมู่บินโจมตี เกิดเครื่องยนต์ขัดข้องขวางรันเวย์ก่อนออกปฏิบัติการ ทำให้ต้องล่าช้ากว่ากำหนด 20 นาที อีกทั้งยังมีกระแสลมแรงทำให้ยากต่อการนำทางเครื่องไต่ระดับที่กำหนด ทำให้ไม่มีเวลารอ เอฟ-22 ทะยานขึ้นฟ้าทันที โดยพวกเขาบินในระดับต่ำและความเร็วต่ำกว่าแผนที่วางไว้ ระหว่างที่เครื่องเข้าใกล้กรุงแบกแดดของอิรัก นักบินเอฟ-22 รู้ว่าด้วยความเร็วและความสูงนี้พวกเขาไม่มีทางไปถึงเป้าหมายทันเวลา

นักบินเอฟ-22 จึงเร่งเครื่องที่ความเร็ว 1.5 มัค ไปที่ความสูง 40,000 ฟุต โดยไม่จุดสันดาปท้าย เครื่องบินสเตลธ์บินข้ามอิรักเข้าซีเรียในเวลา 15 นาที ก่อนทิ้งระเบิด GBU-32 แจแดมขนาด 1,000 ปอนด์ เข้าเป้าหมายได้ตรงเวลา มันเหมือนกับเราวิ่งไปขึ้นรถไฟคนสุดท้ายแต่ถึงก่อนคนขึ้นรถไฟคนแรก ต้องขอบคุณความสามารถของเอฟ-22 แต่อย่างไรก็ตามดูเหมือนงานของฝูงแร็พเตอร์ยังไม่จบ

เครื่องแร็พเตอร์ที่มีเชื้อเพลิงพอแค่กลับบ้าน แต่ได้รับภารกิจใหม่จากศูนย์บัญชาการว่า “เราต้องการให้พวกคุณบินกลับไปซีเรีย” เนื่องจากเอฟ-15 โจมตีเป้าหมายที่ต้องการได้ไม่ทั้งหมด และยังต้องบินคุ้มกัน เครื่องบินทิ้งระเบิดความเร็วเหนือเสียงแบบ บี-1บี แลนเซอร์ เข้าสู่น่านฟ้าศัตรูเพื่อทำลายเป้าหมาย ในอีกไม่กี่ชั่วโมงจึงจะเสร็จภารกิจ เพราะเชื้อเพลิงไม่พอ เอฟ-22 ต้องรับการเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ 3 รอบจึงจะได้เชื้อเพลิงพอปฏิบัติงาน ก่อนจะกลับไปยังซีเรียอีกรอบ โชคดีที่งานนี้นักบินเอฟ-22 ที่รับภารกิจบินคุ้มกันเครื่องบินบี-1บี ไม่ได้รับอันตรายใดๆ บี-1 ทิ้งระเบิดลงสู่เป้าหมายตามแพ็กเกจการโจมตี ไร้การต่อต้านทั้งทางอากาศและภาคพื้นดิน จากนั้นพวกเขาบินเอฟ-22 ขึ้นไปที่ความสูง 40,000 ฟุต เพื่อกลับบ้านจบภารกิจที่จากเดิมวางแผนไว้ 6 ชั่วโมง แต่กลับต้องบินนานถึง 9 ชั่วโมง

ทั้งนี้ เอฟ-22 เอ เป็นเครื่องบินที่ผลิตออกแบบมาในยุค 90 แต่เทคโนโลยียังก้าวหน้าไปเรื่อยๆ ผู้ผลิตเครื่องบินอย่างล็อกฮีดมาร์ตินกำลังเสนอแผนพัฒนาปรับปรุงขีดความสามารถให้ เอฟ-22 ได้แก่ การพัฒนาเคลือบพื้นผิวเครื่องบินสเตลธ์ใหม่ที่คาดว่าจะมีอายุการใช้งานยาวนาน และช่วยลดการบำรุงรักษาอากาศยาน รวมทั้งระบบเชื่อมต่อข้อมูล หรือดาต้าลิงก์แบบ Link 16 รวมทั้งซอฟต์แวร์อาวุธ เพื่อให้แร็พเตอร์ ทำงานกับระบบอาวุธใหม่อย่าง AIM-9X ไซด์วายเดอร์ และ AIM-120D แอมแรม ได้เต็มประสิทธิภาพ อีกทั้งจะมีการปรับปรุงห้องนักบินใหม่ให้ทันสมัยแบบ เอฟ-35 รวมทั้งทำให้ใช้งานกล้องเล็งหน้าหมวกนักบินได้ นี่จะทำให้ เอฟ-22 คือ ตัวเปลี่ยนเกมในสงครามเหนือท้องฟ้าได้อย่างแท้จริง.

ที่มา : aviationweek