บริการข่าวไทยรัฐ

ย้ายฐานที่มั่นใหม่?

กลายเป็นเรื่องทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์ กับกรณีสถานการณ์การปะทะในเกาะมินดาเนา ทางภาคใต้ฟิลิปปินส์ ที่กลุ่มกบฏสาขา “กองกำลังรัฐอิสลาม” หรือไอเอส ชักธงรบภายในเมืองมาราวี

จนถึงขั้นที่โรดริโก ดูเตร์เต ประธานาธิบดี ฟิลิปปินส์ประกาศกฎอัยการศึกเทกำลังรบ หวังจัดการให้ราบคาบ เพราะงานนี้มี “เดิมพันสูง” คืออิสนิลอน ฮาปิลอน แกนนำกลุ่มกบฏติดอาวุธ ที่ประกาศสวามิภักดิ์ไอเอส

กลายเป็นไอเอสแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

และแน่นอนว่าถึงจะเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในฟิลิปปินส์ แต่พอเป็นชื่อ “ไอเอส” แล้ว ก็ถือเป็นภัยคุกคามในระดับภูมิภาคทันที เนื่องจากคำว่าไอเอส มิใช่เพียงกลุ่มก่อการร้ายในอิรักและซีเรียอย่างเดียว แต่หมายถึงอุดมการณ์หัวรุนแรงที่ใครจะหยิบไปใช้ก็ได้

ผิดจากรูปแบบเครือข่ายก่อการร้ายสากล อัล-เคดา ที่อยู่ในลักษณะองค์กร บริษัท แต่ สำหรับไอเอส กลับเปรียบเสมือน “แฟรนไชส์” ไม่ว่าจะมีกองกำลังอยู่ในมือ หรือเป็นหมาป่าเดียวดาย ก็สามารถเข้าเป็นส่วนหนึ่งของความวิกลจริตได้ทันที

ด้วยเหตุนี้จึงทำให้นักรบของไอเอส ประกอบไปด้วยคนหลายเชื้อชาติ มีทั้งชาติ ตะวันตก ตะวันออกกลาง ไปจนถึงเอเชีย อย่าง เหตุการณ์ในฟิลิปปินส์ล่าสุดนี้ ที่มีข่าวคนมาเลเซีย อินโดนีเซีย สิงคโปร์

นักวิเคราะห์ความมั่นคงหลายสาย มีการตั้งคำถามว่า จากกรณีสถานการณ์ฟิลิปปินส์ มีความเป็นไปได้หรือไม่ ที่จะเป็นชนวนของการแผ่ขยายกิ่งก้านเครือข่ายไอเอสในอาเซียน เพราะอย่างในมาเลเซียก็มีการจับกุมผู้ต้องสงสัยพัวพันกลุ่มไอเอสมาตลอด ซึ่งล่าสุดถูกกวาดไป 6 คน

รวมถึงหนึ่งคนที่ได้รับคำสั่งให้เล็ดลอดเข้ามาในภาคใต้ของไทยพร้อมอาวุธ

เช่นเดียวกับอินโดนีเซีย ที่บรรยากาศการเมืองเริ่มจะเข้าสู่ยุคโปรมุสลิมมากขึ้น เช่นการเลือกตั้งผู้ว่าการจาการ์ตาคนใหม่การใช้กฎหมายชารีอะห์ลงโทษคนรักร่วมเพศในจังหวัดอาเจะห์ ไปจนถึงเหตุความไม่สงบ จุดชนวนระเบิดฆ่าตัวตาย สถานีรถโดยสารกรุงจาการ์ตา เจ้าหน้าที่เสียชีวิต 3 นาย

ส่วนในไทยแม้จะยังไม่มีอะไรชัดเจนเกี่ยวกับไอเอส แต่ก็ได้ยินมาว่า มีการเคลื่อนไหวของกลุ่ม “บีอาร์เอ็น” ขั้วใหม่ ซึ่งไม่ใช่ชุดที่ทางการกำลังเจรจาอยู่ จึงน่าจับตาว่าจะมีการแฟรนไชส์กันอีกไหม

เพราะ ณ เพลานี้ สาขาใหญ่ในอิรัก และซีเรียกำลังลำบาก จะไปมีฐานที่มั่นที่อื่นคงไม่ใช่เรื่องแปลกแต่อย่างใด?

ตุ๊ ปากเกร็ด