กฎอัยการศึก – ทหารฟิลิปปินส์กรีธาทัพสู่เมืองมาราวี จ.ลาเนา เดล ซูร์ บนเกาะมินดาเนา เพื่อต่อสู้กบฏมุสลิมและไล่ล่านายอิสนิลอน ฮาปิลอน ผู้นำกบฏ หลังประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตร์เต (รูปเล็ก) ประกาศใช้กฎอัยการศึกที่ภาคใต้ (เอเอฟพี–เอพี)หลังเกิดเหตุผู้ก่อการร้ายโจมตีในสนามกีฬาแมนเชสเตอร์ อารีนา ในอังกฤษ ด้วยระเบิดฆ่าตัวตาย เมื่อ 22 พ.ค. มีผู้บาดเจ็บล้มตายระนาว และกองกำลังรัฐอิสลาม (ไอเอส) อ้างว่าเป็นผู้ลงมือ ถัดมาแค่ 2 วัน กลิ่นคาวเลือดยังไม่ทันจาง กลุ่มไอเอสก็ตกเป็นข่าวใหญ่อีกเมื่อกลุ่มพันธมิตรกบฏมุสลิมซึ่งเป็นสาขาของไอเอสในภูมิภาคนี้ปะทะกับกองทัพฟิลิปปินส์ดุเดือดที่ภาคใต้ จนประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตร์เต ต้องประกาศกฎอัยการศึกที่ภาคใต้ 60 วัน ทั้งยังขู่จะขยายกฎ อัยการศึกไปทั่วประเทศและลากยาวถึง 1 ปีด้วยการสู้รบปะทุขึ้นหลังกองทัพพยายามบุกจับกุมนาย “อิสนิลอน โตโตนิ ฮาปิลอน” ผู้นำพันธมิตรกบฏมุสลิมที่หลบซ่อนตัวอยู่ในเมืองมาราวี จ.ลาเนา เดล ซูร์ เกาะมินดาเนา ห่างกรุงมะนิลา 800 กม. จนปะทะกับกบฏมุสลิมหลายกลุ่มซึ่งเป็นพันธมิตรกับกลุ่ม “อาบูไซยาฟ” รวมทั้งกลุ่ม “มอเต้” มีผู้บาดเจ็บล้มตายจำนวนมากกลุ่มมอเต้ยึดโรงพยาบาล เรือนจำ โบสถ์คริสต์ จับชาวคริสต์ 14 คน รวมทั้งบาทหลวงเป็นตัวประกัน ทั้งฆ่าตัดคอผู้บัญชาการตำรวจท้องถิ่นและชักธงไอเอสขึ้นสู่ยอดเสาเย้ยรัฐบาล จนดูเตร์เตต้องรีบบินกลับจากรัสเซียชื่อ “มอเต้” และ “อิสนิลอน ฮาปิลอน” ก็โด่งดังไปทั่วโลกชั่วข้ามคืน!กลุ่มมอเต้มีอีกชื่อว่า “ไอเอส ลาเนา” ก่อตั้งขึ้นในปี 2555 โดยนายอับดุลเลาะห์ มอเต้ (อาคา อาบู ฮาซัน) และน้องชายชื่อนายโอมาร์มีฐานที่มั่นใน จ.ลาเนา เดล ซูร์ มีนักรบไม่กี่ร้อยคน ส่วนใหญ่แตกมาจากกลุ่มกบฏมุสลิมอื่นๆ กลุ่มมอเต้เริ่มปะทะกับกองทัพในปี 2556 ก่อนประกาศสวามิภักดิ์ต่อไอเอสในปี 2558 และเดือน ก.พ.ปีที่แล้ว กองทัพบุกโจมตีรังใหญ่ของมอเต้ที่เมืองบูติก สังหารนักรบมอเต้กว่า 40 ศพส่วนฮาปิลอนวัย 51 ปี ซึ่งเพิ่งถูกแต่งตั้งเป็นผู้นำกลุ่มไอเอสสาขาฟิลิปปินส์และภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เมื่อปีที่แล้ว อดีตเป็นครูสอนศาสนา จบการศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์จากมหาวิทยาลัยฟิลิปปินส์ เคยเป็นผู้บัญชาการทหารของ “แนวร่วมปลดปล่อยแห่งชาติโมโร” (เอ็มเอ็นแอลเอฟ) กบฏแบ่งแยกดินแดนใหญ่อันดับ 2 รองจากกลุ่ม “แนวร่วมปลดปล่อยอิสลามโมโร” (เอ็มไอแอลเอฟ) จากนั้นไต่เต้าขึ้นเป็นผู้นำอันดับ 2 ของอาบู ไซยาฟกลุ่มอาบู ไซยาฟ ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ทศวรรษ 1990 ขึ้นชื่อเรื่องความโหดเหี้ยม นิยมใช้ความรุนแรง ลอบวางระเบิด ลอบสังหาร โจมตีเจ้าหน้าที่รัฐ ลักพาตัวและฆ่าตัดคอเหยื่อ ทั้งชาวฟิลิปปินส์และต่างชาติชื่อของฮาปิลอนเริ่มดังไปทั่วโลกหลังนำกลุ่มอาบู ไซยาฟ ลักพาตัวประกัน 20 คนจากรีสอร์ตแห่งหนึ่งในปี 2544 เหยื่อรวมทั้งชาวอเมริกัน 3 คน คนหนึ่งถูกฆ่าตัดคอ จนปี 2555 กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯสั่งฟ้องฮาปิลอนและขึ้นบัญชีดำเป็นผู้ก่อการร้ายที่สหรัฐฯต้องการตัวมากที่สุด มีค่าหัวนำจับถึง 5 ล้านดอลลาร์ (175 ล้านบาท) ปี 2557 ฮาปิลอนปรากฏตัวในวีดิโอพร้อมกับชายสวมหน้ากาก 2 คน ประกาศสวามิภักดิ์ต่อกลุ่มไอเอสซึ่งยึดพื้นที่ในอิรักและซีเรียได้อย่างกว้างขวาง จากนั้นเขาก็เป็นแกนนำจัดตั้งพันธมิตรกลุ่มใหม่ ให้ชื่อว่า “ดอว์ลาตุล อิสลาม วิลายาตุล มาชริค” ประกอบด้วยกลุ่มมุสลิมติดอาวุธกลุ่มเล็กๆ อย่างน้อย 10 กลุ่ม รวมถึงกลุ่มมอเต้ และบางกลุ่มแยกตัวออกมาจากอาบู ไซยาฟกองทัพฟิลิปปินส์เคยใช้ยุทธการครั้งใหญ่ไล่ล่าโจมตีฮาปิลอนแล้วหลายครั้ง บางครั้งเกือบจับหรือเด็ดชีพเขาได้ แต่สุดท้ายก็หนีรอดไปได้ทุกครั้ง โดยในปี 2551 กองทัพฟิลิปปินส์ระดมยิงปืนใหญ่และปืนครกถล่มค่ายของกลุ่มอาบู ไซยาฟ ใกล้เกาะโจโล มีรายงานว่าเขาได้รับบาดเจ็บที่มือในปี 2556 มีรายงานว่าเขาได้รับบาดเจ็บอีกในปฏิบัติการไล่ล่าของกองทัพฟิลิปปินส์ และครั้งล่าสุดที่เข้าใกล้ตัวเขามากที่สุด คือกองทัพบุกโจมตีกลุ่มกบฏมุสลิมอย่างหนักหน่วงทั้งด้วยกองกำลังภาคพื้นดินและการโจมตีทางอากาศเมื่อเดือน ม.ค.ปีนี้ครั้งนั้น กองทัพถึงขั้นลงทุนทิ้งระเบิดขนาดใหญ่ 500 ปอนด์ (225 กิโลกรัม) หลายลูกถล่มเป้าหมาย ทำให้นักรบฝ่ายกบฏเสียชีวิตอย่างน้อย 15 ศพ กองทัพฟิลิปปินส์เผยว่า ฮาปิลอนก็ได้รับบาดเจ็บรุนแรงที่แขน เขาสูญเสียเลือดมากจนลูกน้องต้องหามใส่เปลสนามหนีไปหลบซ่อนรักษาแผลในเขตป่าเขาอันสลับซับซ้อนในเมืองบูติก ทางใต้ของ จ.ลาเนา เดล ซูร์ ซึ่งเป็นจุดปะทะนองเลือดล่าสุดครั้งนี้ ดูเตร์เตและกองทัพคงไม่ปล่อยให้กบฏยึดเมืองได้ยาวนาน หรือปล่อยให้ฮาปิลอนหนีไปได้ง่ายๆ ต้องระดมสรรพกำลังกวาดล้างไล่ล่าถึงที่สุด เพราะห้วงเพลานี้ ฮาปิลอนไม่ใช่ผู้นำกบฏมุสลิมแบ่งแยกดินแดนธรรมดา แต่เป็นถึงผู้นำสาขาภูมิภาคตะวันออกเฉียงใต้ของกลุ่มไอเอส กลุ่มผู้ก่อการร้ายสากลอันดับ1 ของโลกยุคนี้พันธมิตรกบฏ “ดอว์ลาตุล อิสลาม วิลายาตุล มาชริค” และฮาปิลอนจึงเป็นภัยคุกคามใหญ่หลวงต่อทั้งฟิลิปปินส์และภูมิภาคนี้ ถ้าจัดการไม่ได้ ผู้นำจอมห้าวอย่างดูเตร์เตย่อม “เสียฟอร์ม” ไม่น้อยเลยทีเดียว!บวร โทศรีแก้ว