วันเสาร์ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ไอเอสเอเชีย ต.อ.เฉียงใต้ ปลุกกฎอัยการศึกฟิลิปปินส์

กฎอัยการศึก – ทหารฟิลิปปินส์กรีธาทัพสู่เมืองมาราวี จ.ลาเนา เดล ซูร์ บนเกาะมินดาเนา เพื่อต่อสู้กบฏมุสลิมและไล่ล่านายอิสนิลอน ฮาปิลอน ผู้นำกบฏ หลังประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตร์เต (รูปเล็ก) ประกาศใช้กฎอัยการศึกที่ภาคใต้ (เอเอฟพี–เอพี)

หลังเกิดเหตุผู้ก่อการร้ายโจมตีในสนามกีฬาแมนเชสเตอร์ อารีนา ในอังกฤษ ด้วยระเบิดฆ่าตัวตาย เมื่อ 22 พ.ค. มีผู้บาดเจ็บล้มตายระนาว และกองกำลังรัฐอิสลาม (ไอเอส) อ้างว่าเป็นผู้ลงมือ ถัดมาแค่ 2 วัน กลิ่นคาวเลือดยังไม่ทันจาง กลุ่มไอเอสก็ตกเป็นข่าวใหญ่อีก

เมื่อกลุ่มพันธมิตรกบฏมุสลิมซึ่งเป็นสาขาของไอเอสในภูมิภาคนี้ปะทะกับกองทัพฟิลิปปินส์ดุเดือดที่ภาคใต้ จนประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตร์เต ต้องประกาศกฎอัยการศึกที่ภาคใต้ 60 วัน ทั้งยังขู่จะขยายกฎ อัยการศึกไปทั่วประเทศและลากยาวถึง 1 ปีด้วย

การสู้รบปะทุขึ้นหลังกองทัพพยายามบุกจับกุมนาย “อิสนิลอน โตโตนิ ฮาปิลอน” ผู้นำพันธมิตรกบฏมุสลิมที่หลบซ่อนตัวอยู่ในเมืองมาราวี จ.ลาเนา เดล ซูร์ เกาะมินดาเนา ห่างกรุงมะนิลา 800 กม. จนปะทะกับกบฏมุสลิมหลายกลุ่มซึ่งเป็นพันธมิตรกับกลุ่ม “อาบูไซยาฟ” รวมทั้งกลุ่ม “มอเต้” มีผู้บาดเจ็บล้มตายจำนวนมาก

กลุ่มมอเต้ยึดโรงพยาบาล เรือนจำ โบสถ์คริสต์ จับชาวคริสต์ 14 คน รวมทั้งบาทหลวงเป็นตัวประกัน ทั้งฆ่าตัดคอผู้บัญชาการตำรวจท้องถิ่นและชักธงไอเอสขึ้นสู่ยอดเสาเย้ยรัฐบาล จนดูเตร์เตต้องรีบบินกลับจากรัสเซีย

ชื่อ “มอเต้” และ “อิสนิลอน ฮาปิลอน” ก็โด่งดังไปทั่วโลกชั่วข้ามคืน!

กลุ่มมอเต้มีอีกชื่อว่า “ไอเอส ลาเนา” ก่อตั้งขึ้นในปี 2555 โดยนายอับดุลเลาะห์ มอเต้ (อาคา อาบู ฮาซัน) และน้องชายชื่อนายโอมาร์มีฐานที่มั่นใน จ.ลาเนา เดล ซูร์ มีนักรบไม่กี่ร้อยคน ส่วนใหญ่แตกมาจากกลุ่มกบฏมุสลิมอื่นๆ กลุ่มมอเต้เริ่มปะทะกับกองทัพในปี 2556 ก่อนประกาศสวามิภักดิ์ต่อไอเอสในปี 2558 และเดือน ก.พ.ปีที่แล้ว กองทัพบุกโจมตีรังใหญ่ของมอเต้ที่เมืองบูติก สังหารนักรบมอเต้กว่า 40 ศพ

ส่วนฮาปิลอนวัย 51 ปี ซึ่งเพิ่งถูกแต่งตั้งเป็นผู้นำกลุ่มไอเอสสาขาฟิลิปปินส์และภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เมื่อปีที่แล้ว อดีตเป็นครูสอนศาสนา จบการศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์จากมหาวิทยาลัยฟิลิปปินส์ เคยเป็นผู้บัญชาการทหารของ “แนวร่วมปลดปล่อยแห่งชาติโมโร” (เอ็มเอ็นแอลเอฟ) กบฏแบ่งแยกดินแดนใหญ่อันดับ 2 รองจากกลุ่ม “แนวร่วมปลดปล่อยอิสลามโมโร” (เอ็มไอแอลเอฟ) จากนั้นไต่เต้าขึ้นเป็นผู้นำอันดับ 2 ของอาบู ไซยาฟ

กลุ่มอาบู ไซยาฟ ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ทศวรรษ 1990 ขึ้นชื่อเรื่องความโหดเหี้ยม นิยมใช้ความรุนแรง ลอบวางระเบิด ลอบสังหาร โจมตีเจ้าหน้าที่รัฐ ลักพาตัวและฆ่าตัดคอเหยื่อ ทั้งชาวฟิลิปปินส์และต่างชาติ

ชื่อของฮาปิลอนเริ่มดังไปทั่วโลกหลังนำกลุ่มอาบู ไซยาฟ ลักพาตัวประกัน 20 คนจากรีสอร์ตแห่งหนึ่งในปี 2544 เหยื่อรวมทั้งชาวอเมริกัน 3 คน คนหนึ่งถูกฆ่าตัดคอ จนปี 2555 กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯสั่งฟ้องฮาปิลอนและขึ้นบัญชีดำเป็นผู้ก่อการร้ายที่สหรัฐฯต้องการตัวมากที่สุด มีค่าหัวนำจับถึง 5 ล้านดอลลาร์ (175 ล้านบาท)

ปี 2557 ฮาปิลอนปรากฏตัวในวีดิโอพร้อมกับชายสวมหน้ากาก 2 คน ประกาศสวามิภักดิ์ต่อกลุ่มไอเอสซึ่งยึดพื้นที่ในอิรักและซีเรียได้อย่างกว้างขวาง จากนั้นเขาก็เป็นแกนนำจัดตั้งพันธมิตรกลุ่มใหม่ ให้ชื่อว่า “ดอว์ลาตุล อิสลาม วิลายาตุล มาชริค” ประกอบด้วยกลุ่มมุสลิมติดอาวุธกลุ่มเล็กๆ อย่างน้อย 10 กลุ่ม รวมถึงกลุ่มมอเต้ และบางกลุ่มแยกตัวออกมาจากอาบู ไซยาฟ

กองทัพฟิลิปปินส์เคยใช้ยุทธการครั้งใหญ่ไล่ล่าโจมตีฮาปิลอนแล้วหลายครั้ง บางครั้งเกือบจับหรือเด็ดชีพเขาได้ แต่สุดท้ายก็หนีรอดไปได้ทุกครั้ง โดยในปี 2551 กองทัพฟิลิปปินส์ระดมยิงปืนใหญ่และปืนครกถล่มค่ายของ
กลุ่มอาบู ไซยาฟ ใกล้เกาะโจโล มีรายงานว่าเขาได้รับบาดเจ็บที่มือ

ในปี 2556 มีรายงานว่าเขาได้รับบาดเจ็บอีกในปฏิบัติการไล่ล่าของกองทัพฟิลิปปินส์ และครั้งล่าสุดที่เข้าใกล้ตัวเขามากที่สุด คือกองทัพบุกโจมตีกลุ่มกบฏมุสลิมอย่างหนักหน่วงทั้งด้วยกองกำลังภาคพื้นดินและการโจมตีทางอากาศเมื่อเดือน ม.ค.ปีนี้

ครั้งนั้น กองทัพถึงขั้นลงทุนทิ้งระเบิดขนาดใหญ่ 500 ปอนด์ (225 กิโลกรัม) หลายลูกถล่มเป้าหมาย ทำให้นักรบฝ่ายกบฏเสียชีวิตอย่างน้อย 15 ศพ กองทัพฟิลิปปินส์เผยว่า ฮาปิลอนก็ได้รับบาดเจ็บรุนแรงที่แขน เขาสูญเสียเลือดมากจนลูกน้องต้องหามใส่เปลสนามหนีไปหลบซ่อนรักษาแผลในเขตป่าเขาอันสลับซับซ้อนในเมืองบูติก ทางใต้ของ จ.ลาเนา เดล ซูร์ ซึ่งเป็นจุดปะทะนองเลือดล่าสุด

ครั้งนี้ ดูเตร์เตและกองทัพคงไม่ปล่อยให้กบฏยึดเมืองได้ยาวนาน หรือปล่อยให้ฮาปิลอนหนีไปได้ง่ายๆ ต้องระดมสรรพกำลังกวาดล้างไล่ล่าถึงที่สุด เพราะห้วงเพลานี้ ฮาปิลอนไม่ใช่ผู้นำกบฏมุสลิมแบ่งแยกดินแดนธรรมดา แต่เป็นถึงผู้นำสาขาภูมิภาคตะวันออกเฉียงใต้ของกลุ่มไอเอส กลุ่มผู้ก่อการร้ายสากลอันดับ1 ของโลกยุคนี้

พันธมิตรกบฏ “ดอว์ลาตุล อิสลาม วิลายาตุล มาชริค” และฮาปิลอนจึงเป็นภัยคุกคามใหญ่หลวงต่อทั้งฟิลิปปินส์และภูมิภาคนี้ ถ้าจัดการไม่ได้ ผู้นำจอมห้าวอย่างดูเตร์เตย่อม “เสียฟอร์ม” ไม่น้อยเลยทีเดียว!

บวร โทศรีแก้ว