บริการข่าวไทยรัฐ

ขโมยรถหรูโผล่ไทย จาก ‘อังกฤษ’ ซุกในโชว์รูมของไฮโซดัง

ดีเอสไอ-กรมศุลกากร ประสานความร่วมมือตรวจสอบขบวนการนำเข้ารถหรูเสียภาษีต่ำกว่าความเป็นจริง ทำรัฐเสียรายได้กว่า 2.9 พันล้านบาท อธิบดีกรมศุลฯแจง ก่อนหน้าไม่มีราคาแท้จริงของรถหรู เมื่อเจ้าของนำเอกสารมาเสียภาษีครบต้องปล่อยเลยตามเลย ขณะที่หน่วยต่อต้านการโจรกรรมรถยนต์สหราชอาณาจักร (NaVCIS) ประสานดีเอสไอ พบรถถูกโจรกรรมส่งเข้าไทย 10 คัน 7 ใน 10 คัน พบที่โชว์รูมรถหรูย่านสุขุมวิทและห้วยขวาง ของไฮโซดัง มีคดีเกี่ยวกับรถหรูหลายครั้ง

จากกรณีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นำหมายค้นเข้าตรวจสอบเป้าหมายบริษัทนำเข้ารถหรูในพื้นที่ กทม. สามารถอายัดรถหรูอาทิ มาเซอราติ โรลส์-รอยซ์ แอสตัน มาร์ติน แมคคาเรน และเฟอร์รารี่ รวม 160 คัน หลังพบหลักฐานการเสียภาษีไม่ถูกต้อง ทำให้รัฐเสียหายเป็นเงินกว่า 2,900 ล้านบาท เมื่อวันที่ 18 และ 24 พ.ค.นั้น

ความคืบหน้าที่ห้องประชุมชั้น 1 กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 26 พ.ค. พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ นายกุลิศ สมบัติศิริ อธิบดีกรมศุลกากร นายชัยยุทธ คำคุณ รองอธิบดีกรมศุลกากร นายวรวุฒิ วิบูลย์ศิริชัย ผอ.สำนักสืบสวนและปราบปราม กรมศุลกากร พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร รองอธิบดีดีเอสไอ และ พ.ต.ท.ปกรณ์ สุชีวกุล ผบ.สำนักคดีการเงินการธนาคาร ดีเอสไอร่วมแถลงข่าวความร่วมมือดำเนินการทลายขบวนการนำเข้ารถหรูเลี่ยงภาษีทำให้รัฐสูญเสียรายได้

พ.ต.อ.ไพสิฐกล่าวว่า เป็นนโยบายของนายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมว.ยุติธรรม ให้ดำเนินคดีขบวนการนำเข้ารถหรูหรือซุปเปอร์คาร์เข้ามาในราชอาณาจักร หลีกเลี่ยงภาษี สำแดงราคาต่ำกว่าความเป็นจริง ดีเอสไอประสานความร่วมมือกับสำนักงานอัยการสูงสุด ฝ่ายต่างประเทศ จนบริษัทแม่ผู้ผลิตรถซุปเปอร์คาร์จากประเทศอังกฤษและอิตาลี ส่งราคากลางที่แท้จริงมาให้กับดีเอสไอ ต่อมาวันที่ 18 และ 24 พ.ค. เจ้าหน้าที่ดีเอสไอนำหมายค้นเข้าตรวจสอบบริษัทนำเข้ารถหรูหลายจุด ก่อนอายัด ตรวจสอบ 160 คัน รวมทั้งเอกสารที่เกี่ยวข้อง หลังจากนี้ดีเอสไอจะร่วมมือกับกรมศุลกากรในขั้นตอนตรวจสอบการนำเข้ารถหรูเลี่ยงภาษี เพื่อดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด

นายกุลิศเผยว่า หลังจากนี้กรมศุลกากรจะส่งเจ้าหน้าที่เข้าร่วมในคณะทำงานกับดีเอสไอเพื่อตรวจสอบหลักฐาน ส่วนข้อสงสัยที่ผ่านมาทำไมกรมศุลกากรถึงทำงานช้าและไม่ตอบสนองกับดีเอสไอนั้น เพราะเจ้าหน้าที่สองหน่วยงานทำงานคนละส่วนกัน กรมศุลกากรทำตามขั้นตอน ประกอบกับไม่ทราบราคาที่แท้จริงของรถหรูที่ดีเอสไอจับกุมมา ทำให้อ้างอิงกับราคาที่แท้จริงไม่ได้ กรมศุลกากรไม่สามารถตั้งราคาเองได้ เมื่อเจ้าของรถหรูนำหลักฐานต่างๆมาแสดงให้กรมศุลกากรตรวจสอบอย่างถูกต้องครบถ้วน เลยจำเป็นต้องปล่อยรถคืนให้เจ้าของกลับไปตามขั้นตอน นับจากนี้กรมศุลกากรกับดีเอสไอจะร่วมมือตรวจสอบขบวนการนำเข้ารถหรูเลี่ยงภาษี ส่วนที่สื่อมวลชนถามว่า ขณะนี้ผู้บริหารระดับสูงของกรมศุลกากรถูก ป.ป.ช.ตรวจสอบนั้น ยังไม่ทราบเพราะยังไม่มีเอกสารจาก ป.ป.ช.ส่งมา

พ.ต.ท.กรวัชร์กล่าวว่า ขณะนี้ดีเอสไอรับการประสานขอความร่วมมือจากหน่วยต่อต้านการโจรกรรมรถยนต์ สหราชอาณาจักร หรือ NaVCIS (National Vehicle Crime Intelligence Sevice) ว่ามีรถถูกโจรกรรมส่งมาที่ประเทศไทย 10 คัน ตรวจสอบพบอยู่ที่โชว์รูมรถหรู เอส ทีที ออโต้คาร์ (สาขาสุขุมวิท) เลขที่ 267/13 ถนนสุขุมวิท 63 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กทม. 4 คัน ประกอบด้วยรถออดี้ QS Line รถบีเอ็มดับเบิลยู M 4 รถฮอนด้า Civic GT รถลัมโบร์กีนี Huracan อีก 3 คันพบที่โชว์รูม เอส ทีที ออโต้คาร์ (สาขาห้วยขวาง) เลขที่ 41 ถนนเทียมร่วมมิตร แขวง-เขตห้วยขวาง กทม. ประกอบด้วย รถบีเอ็มดับเบิลยู 1 คัน และรถเปอร์เช่ 2 คัน ที่เหลือมีผู้ซื้อไป 2 คัน ส่วนคันสุดท้าย อยู่ในฟรีโซน เขตปลอดภาษีของกรมศุลกากร ทั้งหมดอยู่ระหว่างดำเนินการตามกฎหมาย

“ขอชี้แจงกรณีมีผู้แอบอ้างชื่อผมและเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ สามารถเคลียร์คดีจับกุมอายัดรถหรูแลกกับการเรียกรับเงิน 50,000 บาท ว่าขณะนี้สามารถจับกุมผู้แอบอ้างได้แล้วชื่อ นายอรรคพล ทรัพย์พูลปฐม ส่งตัวให้ตำรวจ สน.หัวหมาก ดำเนินคดีไปแล้ว หากผู้ประกอบการหรือประชาชนรายใดถูกบุคคลแอบอ้างในลักษณะนี้สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ได้ทันที ทั้งนี้หากพบมีเจ้าหน้าที่ดีเอสไอเข้าไปเกี่ยวข้อง ต้องถูกดำเนินคดีทางวินัยและอาญาอย่างเด็ดขาด ที่ผ่านมาดีเอสไอไล่เจ้าหน้าที่ที่มีพฤติกรรมแบบนี้ออกหลายรายแล้ว” พ.ต.ท.กรวัชร์กล่าว

มีรายงานว่าสำหรับโชว์รูมรถหรูทั้ง 2 สาขาที่พบรถถูกโจรกรรม ตามข้อมูลของหน่วยต่อต้านการโจรกรรมรถยนต์ สหราชอาณาจักร หรือ NaVCIS นั้นเป็นของไฮโซชื่อดังรายหนึ่งที่เคยก่อคดีพาพวกบุกทวงรถสปอร์ตหรู เมื่อปี 51 ภายหลังศาลยกฟ้อง กระทั่งปี 58 ถูกตำรวจ บก.ปอศ. เข้าตรวจสอบโชว์รูมย่านรัชดาฯอีกครั้ง หลังถูกลูกค้าร้องเรียนว่าซื้อรถสปอร์ตหรูไปแล้วไม่สามารถนำไปจดทะเบียนได้