วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

"ทัสมา ดำแดง" พิธีกรสาวที่มีดีกว่าแค่..สวย

“พิธีกร” (Master of ceremony) หรือที่เรียกกันติดปากสั้นๆ ว่า M.C. คงเป็นอาชีพหนึ่งที่มีบทบาทสำคัญที่ช่วยดึงดูดความสนใจจากผู้ชม คนที่มาร่วมงาน ซึ่งพิธีกรยังเป็นอีกแรงที่มีส่วนช่วยโปรโมตงาน กิจกรรม หรือผลิตภัณฑ์นั้นๆที่รับงานมา ซึ่งหากดำเนินรายการดีก็ทำให้ผู้ชมประทับใจ และจดจำงานนั้นได้ไม่ยาก

Business On My Way สัปดาห์นี้ขอพาไปสัมผัสกับคำว่า “พิธีกร” จากปากพิธีกรสวยเก่ง “คุณแหม่ม” (ทัสมา ดำแดง) ที่คร่ำหวอดบนเส้นทางนี้มาพอตัว อีกทั้งยังเป็นพิธีกรที่สามารถพูดได้ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษควบคู่กัน

คุณแหม่ม เล่าว่า ถือเป็นโชคดีที่ตนเองค้นพบความชอบด้านภาษาเร็ว จึงมุ่งมั่นทุ่มเทในด้านนี้มาตลอด โดยเริ่มจริงจังมาตั้งแต่มัธยมต้นก็ตั้งใจเรียนวิชาภาษาอังกฤษมาก จากนั้นช่วงมัธยมปลายมาเรียนต่อที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ก็ไม่ทิ้งความมุ่งมั่นเลือกเรียนสายศิลป์ภาษา ซึ่งพูดได้ว่าช่วงเรียนมัธยมภาษาอังกฤษเกรด 4 มาตลอด

แน่นอนตัวแหม่มเองชอบด้านภาษามาแต่ต้น หลังจากจบช่วงชีวิตมัธยมศึกษา ก็ต่อยอดความชอบด้วยการศึกษาต่อปริญญาตรี คณะอักษรศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เอกวิชาภาษาอังกฤษ

“อันที่จริงแหม่มเป็นเด็กที่ไม่ได้เก่งด้านภาษาอังกฤษเลย ซึ่งสิ่งที่ทำให้หันมาสนใจด้านภาษา คือเมื่อครั้งประถมศึกษา 6 มีโอกาสเป็นตัวแทนเป็นนักกีฬาว่ายน้ำให้โรงเรียน และได้ไปแข่งขันซึ่งมีโอกาสไปเจอเพื่อนนักกีฬาเด็ก 5 ขวบจากสิงคโปร์ ซึ่งเขาสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษ ตัวแหม่มเห็นก็รู้สึกมีแรงบันดาลใจอยากที่จะพูดภาษาอังกฤษให้ได้ ซึ่งตอนนั้นวิชาอังกฤษเรียนได้เกรดศูนย์ด้วยซ้ำ”

คุณแหม่ม เล่าว่า หลังจากตั้งเป้าที่จะทุ่มเทให้ภาษาอังกฤษ ก็เริ่มปรับตนเองโดยให้คุณพ่อคุณแม่ ซึ่งท่านก็เป็นคุณครูมาพูดภาษาอังกฤษกันภายในบ้าน อีกทั้งยังเริ่มหาภาพยนตร์ เพลงสากล ต่างประเทศมาดูและฟัง เพื่อศึกษาสำเนียงการออกเสียงแล้วนำมาปรับใช้เวลาที่เราพูด ซึ่งทำแบบนี้มาตั้งแต่ ม.1–ม.6

“ช่วงนั้นคุณพ่อคุณแม่คอยให้กำลังใจมาตลอด และเป็นผู้ช่วยในการสื่อสารกับเราตลอด ซึ่งที่จริงท่านทั้ง 2 เป็นครูสอนวิชาคณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ แต่ก็ยอมที่จะมาพูดภาษากับลูก ก็ถือเป็นเรื่องราวที่ดีภายในครอบครัว”

โดยสิ่งนี้ก็ทำให้แหม่มรู้ว่า ไม่มีอะไรยากเกินไปหากเราตั้งใจที่จะทำสิ่งนั้นอย่างจริงจัง ซึ่งคุณพ่อคุณแม่ก็ทำให้เห็นว่าถึงแม้ท่านไม่ได้เป็นครูภาษาอังกฤษ แต่ก็สามารถพูดและสื่อสารได้

พิธีกรสาว เล่าต่อถึงการก้าวสู่วงการนี้ของเธอว่า ช่วงที่เรียนปริญญาตรีปีที่ 1 ได้รับโอกาสเป็นล่าม และพิธีกรดำเนินงานให้มหาวิทยาลัย จากนั้นก็ได้รับโอกาสเป็นพิธีกรในงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ เนื่องจากลูกค้าเห็นความสามารถจึงชวนให้ไปร่วมงานด้วย ก็รู้สึกสนุกและชอบงานด้านนี้เพิ่มไปอีก

หลังเรียนจบปริญญาตรีก็ได้ไปทำงานเลขาในบริษัทผลิตภัณฑ์ยา แน่นอนด้วยความรักและชอบงานพิธีกร ก็ยังรับงานในวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ จนทำงานประจำมาระยะหนึ่งก็ตัดสินใจลาออก แล้วเลือกทำอาชีพพิธีกรเป็นหลักเมื่อประมาณอายุ 25 ปี ซึ่งวันนี้อายุก็ก้าวสู่เลข 3 แล้ว คุณแหม่มเล่าไปพร้อมเสียงหัวเราะ

เมื่อถามถึงความท้าทายและความยากของงานพิธีกร คุณแหม่ม ตอบว่า การรับหน้าที่เป็นพิธีกรไม่ใช่แค่การขึ้นไปอ่านสคริปต์ให้ฟัง แต่พิธีกรที่ดีต้องเตรียมตัวและทำการบ้านมาเป็นอย่างดี ซึ่งส่วนตัวแหม่มจะขอรายละเอียดข้อมูลงานจากลูกค้า แล้วมาสรุปทำสคริปต์ภาษาอังกฤษในแบบฉบับของตนเอง เพราะเวลาที่แหม่มเป็นพิธีกรจะเน้นแบบพูดสด จะไม่ยกสคริปต์ขึ้นมาอ่าน ซึ่งก็ทำ ให้เห็นถึงความใส่ใจในงาน สร้างความประทับใจจากผู้จ้างได้

นอกจากข้อมูลจากลูกค้าแล้ว การใส่ใจเรียนรู้ในด้านต่างๆ ความรู้รอบตัว ก็มีส่วนสำคัญในอาชีพนี้ ต้องอัพเดตข่าวสารตลอด เพราะจะมีผลตอนที่เราต้องจับประเด็นเวลาที่สรุปปิดท้ายงาน หรือรับหน้าที่พิธีกรในงานสัมมนาวิชาการ ซึ่งในงานอาจพูดประเด็นที่เป็นกระแสข่าวช่วงนั้นเราก็ต้องตามให้ทัน เป็นต้น ทั้งนี้หากสนใจก็สามารถชมผลงานด้านพิธีกรของแหม่มได้ที่เฟซบุ๊ก : Tassama Damdaeng

ท้ายสุดคุณแหม่ม ฝากถึงใครที่อยากจะเป็นพิธีกร อาจไม่จำเป็นต้องดูสวยเสมอไป แต่อยากให้ใส่ใจด้านความสามารถในการใช้ภาษา ซึ่งภาษาไทยเองก็ต้องออกเสียง หรือใช้คำให้ถูกต้อง ที่สำคัญอาชีพนี้ดูเหมือนจะทำง่าย แต่การพัฒนาตนเองก็มีส่วนสำคัญ ตัวแหม่มเองตอนนี้ก็เรียนภาษาจีนเพิ่ม เพื่อขยายโอกาสในงานเพราะปัจจุบันคนจีนก็กระจายตัวไปในทุกประเทศ ในหลายธุรกิจ ซึ่งในอนาคตอาจจะไม่ใช่แค่เป็นพิธีกรที่พูดภาษาจีนได้ แต่อาจต่อยอดในด้านธุรกิจ หรือเจรจาค้าขายก็ได้

“การไม่หยุดที่จะพัฒนาตนเอง อาจจะไม่ใช่แค่กับอาชีพพิธีกรอย่างเดียว แต่ยังสำคัญในทุกๆอาชีพ ทุกๆหน้าที่ เพราะจะเป็นหนึ่งในโอกาสที่ทำให้เราได้รับสิ่งใหม่เพิ่มเข้ามาในชีวิต ได้ฝึกฝนเสริมทักษะต่างๆ ซึ่งสิ่งนี้จะติดอยู่กับเราตลอดเวลา”.