โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ร่วมการประชุมสุดยอดในการเยือนซาอุดีอาระเบีย วันที่ 2 เมื่อวันอาทิตย์ โดยเข้าเรียกร้องให้เหล่าผู้นำชาติมุสลิมร่วมขับไล่ผู้ก่อการร้ายออกจากประเทศ...

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา ร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำ ‘อาหรับ-อิสลามิก-อเมริกัน’ รวม 35 ประเทศที่กรุงริยาด เมืองหลวงของประเทศซาอุดีอาระเบีย เมื่อวันอาทิตย์ (21 พ.ค.) โดยเขาเรียกร้องให้เหล่าผู้นำชาติอาหรับและมุสลิม ให้ยืนหยัดต่อต้านการใช้ความรุนแรงในนามของศาสนา และขับไล่กลุ่มก่อการร้ายไม่ให้มีที่ยืนในประเทศ

นายทรัมป์ ยังเรียกร้องให้ผู้นำชาติมุสลิมเริ่มผลักดันการรับมือกลุ่มหัวรุนแรงครั้งใหม่ และเพิ่มความพยายามในการยุติการสนับสนุนกลุ่มหัวรุนแรง ไม่ให้พวกผู้ก่อการร้ายมีที่ปลอดภัยในดินแดนของพวกเขา นอกจากนี้ เขายังประกาศทำข้อตกลงกับกลุ่มประเทศแถบอ่าวเปอร์เซีย เพื่อต่อสู้กับการจัดหาเงินของกลุ่มหัวรุนแรงด้วย “อนาคตที่กว่าจะเป็นไปได้ก็ต่อเมื่อประเทศของพวกคุณขับไล่ผู้ก่อการร้ายและกลุ่มหัวรุนแรง ไล่พวกมันออกไป ไล่พวกมันออกจากดินแดนที่พวกคุณเคารพบูชา ไล่พวกมันออกจากสังคมของพวกคุณ” นายทรัมป์ กล่าว

ขณะเดียวกัน นายทรัมป์ยังกล่าวหาอิหร่าน คู่อริของซาอุดีอาระเบีย ว่า เป็นผู้สุมไฟความขัดแย้งทางศาสนาและการก่อการร้าย “จนกว่ารัฐบาลอิหร่านจะยินยอมเป็นหุ้นส่วนเพื่อความสงบสุข ทุกประเทศที่เกี่ยวข้องต้องทำงานร่วมกันเพื่อโดดเดี่ยวอิหร่าน” ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าว

ทั้งนี้ นายทรัมป์ ทำภารกิจเยือนต่างประเทศครั้งแรกหลังจากรับตำแหน่งประธานาธิบดี โดยเลือกเยือนซาอุดีอาระเบียเป็นชาติแรกในวันเสาร์และวันอาทิตย์ เป็นโอกาสครั้งสำคัญในการแสดงจุดยืนของเขาต่อชาติมุสลิม ที่เขาเคยมีท่าทีแข็งกร้าวด้วยมาตลอด อย่างไรก็ตาม ในการกล่าวปราศรัยในวันอาทิตย์ นายทรัมป์หลีกเลี่ยงการใช้ถ้อยคำรุนแรง ไม่วิพากษ์วิจารณ์เจ้าภาพอย่างซาอุดีอาระเบีย รวมทั้งผู้นำชาติอาหรับและมุสลิมอื่นๆ ในเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชนในประเทศนั้นๆ ต่างจากสมัยรัฐบาลของบารัค โอบามา

...

“เราไม่ได้มาสั่งสอนใคร เราไม่ได้มาที่นี่เพื่อบอกกับใครๆ ว่าควรใช้ชีวิตอย่างไร” นายทรัมป์ กล่าวในประเด็นเรื่องสิทธิมนุษยชน