บริการข่าวไทยรัฐ

5 วิธีตบตาศุลกากรฉบับไม่เนียน การันตีอำพรางแบบนี้ เจ้าหน้าที่รู้ทัน!

ผอ.สำนักงานศุลกากรตรวจของผู้โดยสารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เผย 5 วิธีฮิต ผู้โดยสารลอบนำสินค้าหรูเข้าประเทศ หวังตบตาเจ้าหน้าที่ แนะผู้โดยสารทำตามกระบวนการให้ถูกต้อง เสียภาษีเข้าช่องแดง ไม่มีสิ่งของให้สำแดงเข้าช่องเขียว...

นายบุญเทียม โชควิวัฒน ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรตรวจของผู้โดยสารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กล่าวถึงวิธีการที่ผู้โดยสารมักจะใช้อำพรางเจ้าหน้าที่ว่า 1. ผู้โดยสารที่มักจะลักลอบนำสินค้าหรูเข้ามาในประเทศนั้น จะทำทีเป็นใช้สินค้านั้นๆ มาแล้ว ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเป็นนาฬิกาก็จะใส่ข้อมือมาเลย หรือถ้าเป็นกระเป๋าหรู ก็จะทำทีเป็นถือประหนึ่งว่าใช้งานมาแล้ว ซึ่งคนเหล่านี้จะเอาบรรจุภัณฑ์ของแบรนด์หรูส่งไปรษณีย์ตามมาทีหลัง

2. หากสินค้าหรูมีขนาดเล็กกะทัดรัด ผู้โดยสารจะใส่ไว้ในช่องต่างๆ ของเสื้อผ้าที่สวมใส่เข้ามา ไม่ว่าจะเป็นกระเป๋าเสื้อ หรือกระเป๋ากางเกงก็ตาม 3. ห่อกระดาษทิชชู 4. ห่อกระดาษ ให้ดูเหมือนว่าสิ่งที่อยู่ภายใต้กระดาษหรือทิชชูนั้นๆ ไม่มีค่า ไม่มีราคาค่างวดใดๆ และ 5. นำสินค้าหรูใส่ไว้ในกระเป๋าถือ หรือกระเป๋าเดินทาง เพื่ออำพรางจากสายตาเจ้าหน้าที่

“จริงๆ แล้วกรณีเช่นนี้ไม่ได้มีบ่อย ในแต่ละวันมีผู้โดยสารหลายหมื่นคน เราไม่มีเวลามาเรียกดูหรือตรวจค้นทีละคน ซึ่งในแต่ละวัน เราสามารถจับผู้โดยสารที่ลักลอบนำเข้าสินค้าที่ต้องเสียภาษีอากรได้มากกว่า 1 รายต่อวัน หรือบางวันอาจมากถึง 5-6 ราย หรือบางวันอาจจะจับไม่ได้เลยสักราย” นายบุญเทียม กล่าว

อย่างไรก็ตาม กรมศุลกากรได้แบ่งช่องตรวจออกเป็นสองช่อง คือ 1. ช่องไม่มีสิ่งของต้องสำแดง (Nothing to Declare) หรือช่องเขียว สำหรับผู้โดยสารที่ไม่มีสิ่งของที่ต้องเสียภาษีอากร ไม่มีสิ่งของต้องห้ามต้องกำกัด
2. ช่องมีสิ่งของต้องสำแดง (Goods to Declare) หรือช่องแดง สำหรับผู้โดยสารที่มีสิ่งของที่ต้องเสียภาษีอากร ของต้องห้ามต้องกำกัดติดตัวเข้ามา หรือผู้โดยสารที่ไม่แน่ใจว่าสัมภาระติดตัวของตนนั้นต้องชำระอากร หรือเป็นของต้องห้ามต้องกำกัดหรือไม่

“เวลาไปต่างประเทศ ถ้าอยากจะซื้ออะไรก็สามารถซื้อ แต่เมื่อเดินทางกลับเข้ามาแล้วไม่แน่ใจว่า สินค้าที่เราซื้อมานั้นต้องเสียภาษีหรือไม่ เราก็สามารถเดินมาสอบถามกับเจ้าหน้าที่ได้ ซึ่งสินค้าบางชิ้นที่ผู้โดยสารซื้อเข้ามา อาจมีราคา 2 หมื่นนิดๆ แต่มันเป็นสิ่งของเพียงชิ้นเดียว และซื้อเพื่อมาใช้งานจริงๆ เจ้าหน้าที่เขาก็เข้าใจหัวอกอยู่แล้ว แต่สำหรับผู้ที่นำสินค้าเข้ามาเพื่อจำหน่าย หรือเป็นการพรีออเดอร์ ขบวนการเหล่านี้ก็จะต้องถูกจับและได้รับบทลงโทษไปตามกฎหมาย” นายบุญเทียม กล่าว