บริการข่าวไทยรัฐ

พบตัวหน่วงเวลา หลักฐาน ยืนยันไปป์บอมบ์

ป่วนหน้าโรงละครแห่งชาติแบบเดียวบึมกองสลากเก่า‘บิ๊กตู่’ลั่นต้องตามจับให้ได้

ยืนยันเป็นไปป์บอมบ์ ตำรวจพบหลักฐานสำคัญ “ไอซี ไทม์เมอร์” ตัวหน่วงเวลาระเบิดหน้าโรงละครแห่งชาติ แฉกลุ่มผู้ก่อเหตุเป็นรายเดียวกับเหตุบึมหน้ากองสลากเก่าใกล้แยกคอกวัว เมื่อต้นเดือน เม.ย. มีความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษ หวังผลแค่เสียงไม่ได้ประสงค์ต่อชีวิต “บิ๊กตู่” ลั่นต้องตามจับให้ได้ ส่วน “บิ๊กป้อม” ชี้มีพวกคอยจ้องดิสเครดิตรัฐบาล ตำรวจนครบาลเตรียมของบฯ 150 ล้านบาทจาก กสทช. ติดกล้องวงจรปิดรอบสนามหลวงเพิ่ม 498 ตัว เพื่อป้องกันเหตุร้าย

จากเหตุเสียงดังคล้ายระเบิดบริเวณหน้าโรงละครแห่งชาติ ถนนราชินี ใกล้เชิงสะพานสมเด็จ พระปิ่นเกล้า เขตพระนคร กทม. เมื่อคืนวันที่ 15 พ.ค. ทำให้มีผู้บาดเจ็บเล็กน้อย เป็นหญิง 2 คน เนื่องจากถูกแรงอัด ขณะที่ตำรวจหน่วยงานที่รับผิดชอบทั้ง พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. และเจ้าหน้าที่หน่วยเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด บก.สปพ. ออกมาระบุว่า ไม่ใช่เหตุระเบิดป่วนเมือง แต่เกิดจากแรงอัดภายในท่อพีวีซีขาตั้งป้ายประชาสัมพันธ์ ที่มัดอยู่กับเสาไฟฟ้าตรงจุดเกิดเหตุ สะสมความร้อนจนเกิดแรงดันท่อแตก ท่ามกลางความฉงนงงงวยของบรรดาผู้รับข่าวสาร

ความคืบหน้าที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 13.40 น. วันที่ 16 พ.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์หลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงเหตุนี้ว่า ตำรวจชี้แจงเบื้องต้นแล้ว อยู่ระหว่างสืบสวนติดตามตัวผู้ก่อเหตุอยู่ ฝากให้ช่วยกันเฝ้าระวัง แม้สถานการณ์จะดูปกติแต่อาจมีคนไม่ดีแอบแฝงอยู่ รัฐบาลไม่อยากปิดบัง ใครทำต้องติดตามจับกุมมาให้ได้ กำชับตำรวจ ทหารไปดูแลทุกพื้นที่ พร้อมทั้งตรวจสอบและปรับปรุงคุณภาพกล้องวงจรปิดให้มีความชัดเจนมากขึ้น ถึงเวลาปรับปรุงอาจต้องวางแผนการใช้งบประมาณให้เป็นขั้นตอน

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เปิดเผยว่า รายงานเรื่องนี้ต่อ ครม. แล้ว ทุกหน่วยงานต้องเพิ่มความระมัดระวังยิ่งขึ้น รวมทั้งการสำรวจกล้องวงจรปิดทุกพื้นที่ เพราะช่วงนี้จะครบ 3 ปีการทำงานของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) อาจมีบางพวกอยากดิสเครดิตรัฐบาลและ คสช. ขณะนี้ฝ่ายความมั่นคงจับตาทุกคนที่ไม่หวังดีต่อรัฐบาลและ คสช. มีรายงานความเคลื่อนไหวเข้ามาตลอด แต่ไม่มากเป็นกลุ่มเล็กๆใช้คนเพียง 2 คน เจ้าหน้าที่ฝ่ายข่าวติดตามอยู่ทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ส่วนที่ตำรวจระบุว่า เหตุผู้ก่อเหตุระเบิดครั้งนี้เป็นกลุ่มเดียวกับที่เคยก่อเหตุหน้ากองสลากเก่า ใกล้แยกคอกวัว ยังไม่มีการรายงานมาที่ตน ต้องให้เวลาตำรวจสืบสวนรายละเอียดแล้วชี้แจงเข้ามา อย่าให้ตนพูดเพราะยังไม่ทราบรายละเอียด

พ.อ.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ ทีมโฆษก คสช.กล่าวว่า ต้องยอมรับว่าเหตุการณ์ดังกล่าวคือบททดสอบที่สำคัญ อีกครั้งในด้านการรักษาความปลอดภัย เพราะบางจุดอาจจะรอดสายตาของเจ้าหน้าที่จนมีเหตุเกิดขึ้น เหตุดังกล่าวอยู่ใกล้พื้นที่สนามหลวงที่มีประชาชนทยอยเข้าไปถวายสักการะพระบรมศพในหลวง ร.9 ก่อให้เกิด เสียงดัง ประชาชนตื่นตระหนกตกใจ ต้องรอความชัดเจน จากเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดว่ามีเจตนาหรือไม่เจตนา ใครเป็นผู้ลงมือ ตำรวจอยู่ระหว่างตรวจเช็กว่าจุดเกิดเหตุมีกล้องวงจรปิดหรือไม่

มีรายงานว่า หลังเกิดเหตุชุดสืบสวน บก.สส.บช.น. กก.สส.บก.น.1 และตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.ชนะสงคราม สนธิกำลังเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุอีกครั้งเมื่อกลางดึกของคืนวันที่ 15 พ.ค.ต่อเนื่องจนถึงเช้าวันที่ 16 พ.ค. พบหลักฐานชิ้นสำคัญ คือไอซี ไทม์เมอร์ หนึ่งในชิ้นส่วนใช้ประกอบระเบิดไปป์บอมบ์ แบบตั้งเวลาตกอยู่ที่พื้นห่างจากจุดเกิดเหตุไปประมาณ 15 เมตร ตรวจสอบชิ้นส่วนมีลักษณะเดียวกับเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดไปป์บอมบ์หน้ากองสลากเก่า ใกล้แยกคอกวัว เมื่อค่ำวันที่ 5 เม.ย. เบื้องต้นชุดสืบสวนสันนิษฐานทั้งสองเหตุน่าจะเกิดจากฝีมือคนร้ายกลุ่มเดียวกันและมีความเชี่ยวชาญประกอบระเบิดเป็นพิเศษ เนื่องจากระเบิดครั้งนี้มีขนาดเล็กกว่าระเบิดที่หน้ากองสลากเก่า หลังจากระเบิดแล้วทำให้หลักฐานต่างๆที่ใช้ประกอบระเบิดถูกทำลายไปหมด ทั้งสารประกอบระเบิดและวัสดุที่ใช้หุ้มดินระเบิด คาดผู้ก่อเหตุลงมือเพื่อต้องการสร้างสถานการณ์ไม่ได้ประสงค์ต่อชีวิตแต่อย่างใด ส่วนที่พบท่อพีวีซีดัดแปลงเป็นขาตั้งป้ายแตกเป็นท่อนๆนั้น น่าจะเกิดจากแรงอัดระเบิดที่คนร้ายนำไปวางในระยะใกล้

ที่หน้าโรงละครแห่งชาติ ถนนราชินี พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน รองผู้ว่าฯกทม. พล.ต.ธานี ฉุยฉาย ที่ปรึกษาแม่ทัพภาคที่ 1 ฐานะประธานคณะกรรมการบริหารพื้นที่และการบริการโดยรอบพระบรมมหา ราชวัง พร้อมผู้เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุ พล.ต.ท.อำนวยกล่าวว่า เหตุที่เกิดขึ้นอยู่ระหว่างการพิสูจน์ทราบว่าเกิดจากอุบัติเหตุ หรือเป็นเหตุต่อเนื่อง จากเหตุระเบิดที่หน้ากองสลากเก่า อย่างไรก็ตามคนที่ไม่ประสงค์ดีก่อความวุ่นวายในบริเวณนี้ตนถือว่าบุคคลนั้นมีความผิดปกติ คนไทยทุกคนต้องประณาม การสืบสวนสอบสวน ตอนนี้ กทม.กองทัพภาคที่ 1 และตำรวจ ทำงานร่วมกัน ยืนยันกล้องวงจรปิดทุกจุดรอบบริเวณสามารถใช้การได้ดี เตรียมประชุมร่วมกับ กอร.รส.ในวันที่ 17 พ.ค. เพื่อประสานตำรวจฝึกอาสาสมัครคอยสังเกตบุคคลและสิ่งของที่น่าสงสัยให้มากยิ่งขึ้น

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. ระบุว่า สั่งการให้ตรวจ สอบข้อเท็จจริงและรวบรวมหลักฐานทั้งหมด ขณะนี้ยังไม่สามารถยืนยันสาเหตุ ต้องใช้เวลาตรวจสอบหลัก– ฐานให้ชัดเจน ส่วนกรณี พล.ท.อภิรักษ์ คงสมพงษ์ แม่ทัพภาคที่ 1 ระบุว่า อาจเป็นการสร้างสถานการณ์เช่นเดียวกับเหตุระเบิดหน้ากองสลากเก่า ยังไม่ทราบข้อมูลต้องตรวจสอบอีกครั้ง

ด้าน พล.ต.ต.ธวัชชัย เมฆประเสริฐสุข ผบก.พฐก. ชี้แจงว่า เจ้าหน้าที่เข้าไปเก็บวัตถุพยานในที่เกิดเหตุแล้ว เบื้องต้นไม่พบการเผาไหม้หรือเขม่าดินปืนอย่างชัดเจน พบเพียงท่อพีวีซีที่ใช้ยึดป้ายโฆษณาแตกหัก จากนี้จะตรวจหาลายนิ้วมือแฝงและดีเอ็นเอบนวัตถุพยาน พร้อมตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์อย่างละเอียดอีกครั้งว่ามีสารที่เป็นส่วนประกอบของสารระเบิดติดอยู่หรือไม่ เพื่อยืนยันผลที่ชัดเจน คาดจะใช้เวลาในการตรวจพิสูจน์อีก 1-2 วัน

ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.ภาณุรัตน์ หลักบุญ รอง ผบช.น. รับผิดชอบงานมั่นคง เปิดเผยว่า มอบหมายให้ตำรวจพื้นที่สำรวจจุดเสี่ยง จุดล่อแหลมต่อการเกิดอาชญากรรมและความมั่นคง เพื่อติดตั้งกล้องวงจรปิดเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างสูงสุด เห็นควรติดตั้งกล้องในรัศมี 2 กม.จากท้องสนามหลวง รวม 204 จุด 498 ตัว ครอบคลุมพื้นที่ 10 สน. ในเขต บก.น.1, 6, 7 และ 8 เตรียมขอสนับสนุนงบประมาณ 150 ล้านบาทจากคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) พื้นที่ติดตั้ง ได้แก่ สน.ชนะสงคราม 26 จุด กล้อง 26 ตัว สน.นางเลิ้ง 22 จุด กล้อง 44 ตัว สน.พระราชวัง 18 จุด กล้อง 41 ตัว สน.สำราญราษฎร์ 21 จุด กล้อง 41 ตัว สน.จักรวรรดิ 27 จุด กล้อง 39 ตัว สน.พลับพลาไชย เขต 1 40 จุด กล้อง 128 ตัว สน.บางยี่ขัน 38 จุด กล้อง 138 ตัว สน.บางกอกน้อย 4 จุด กล้อง 12 ตัว สน.บางกอกใหญ่ 3 จุด กล้อง 10 ตัว และ สน.บุปผาราม 5 จุด กล้อง 19 ตัว