บริการข่าวไทยรัฐ

สมรภูมิข่าวลวง

ปลายปีที่ผ่านมา Oxford Dictionaries (พจนานุกรมของมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด) บัญญัติคำว่า “Post-Truth” ให้เป็น คำแห่งปี 2016 (Word of the Year 2016) ด้วยเหตุผลเพราะเขาพบว่า ผู้คนในโลกอินเตอร์เน็ตใช้อารมณ์และความรู้สึกส่วนตัวตัดสินที่จะเชื่อหรือไม่เชื่อเรื่องราวต่างๆที่ถูกโพสต์ลงในโลกโซเชียลมากกว่าจะใช้เหตุผล

สถานการณ์เช่นว่านี้ทำให้ “ความจริง” มีอิทธิพลต่อการโน้มน้าวความคิดเห็นของสาธารณชน “น้อยกว่า” อารมณ์ และความรู้สึก!

เหตุนี้จึงเกิดสมรภูมิรบระหว่าง “ข่าวจริง” กับ “ข่าวลวง” ขึ้น แน่นอนมันมีผลทำให้เราทุกฝ่ายเหนื่อยล้าที่จะต้องหาเหตุผล และความถูกต้องมาตอบคำถาม ยืนยัน และลงตราประทับรับรองซ้ำๆว่า ข่าวไหนจริง ข่าวไหนถูกกุขึ้น เพื่อลวงผู้คนไปสู่เป้าหมายแห่งผลประโยชน์ตน

ไม่ใช่แต่ผู้ถูกสาดโคลน-ถูกใส่ร้ายป้ายสีที่ควรจะได้รับการเยียวยาเพราะเหนื่อยหน่ายกับข่าวปลอม ที่กุขึ้นเพื่อหวังผลอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น คนทำสื่อกระแสหลักก็พลอยได้รับผลไปด้วยที่ต้องวิ่งไป-มาเพื่อเช็กว่า ข่าวนี้มั่วนิ่มหรือไม่ เพราะถ้าเล่นข่าวตามไปโดยไม่เช็ก ก็ต้องขายขี้หน้าผู้คนตามมา

สองสัปดาห์ก่อน สื่อกระแสหลักบางแห่งไปเอาข่าวจากโลกโซเชียลมาตีพิมพ์กัน โดยไม่ได้ตรวจสอบว่าจริง หรือเท็จ ข่าวที่ว่านี้ก็คือ ข่าวสั่งปลดบอร์ด และผู้บริหาร บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. (AOT) เจ้าของสนามบินสุวรรณภูมิ ดอนเมือง อู่ตะเภา และอีกหลายแห่งทั่วประเทศ นั่นเอง

สื่อออนไลน์ที่เป็นต้นตอข่าว พาดหัวในเว็บตนด้วยว่า “วิษณุ” ซึ่งหมายถึง ดร.วิษณุ เครืองาม รองนายกฯ เห็นชอบตามข้อเสนอของ กมธ.วิสามัญปฏิรูปประเทศด้านการป้องกันการทุจริตฯของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูป (สปท.) ที่ให้ปลด ผอ.ทอท. คือ ดร.นิตินัย ศิริสมรรถการ และ กรรมการบอร์ดยกชุด

ขณะเดียวกัน ก็ให้ยกเลิกสัญญากับคิง เพาเวอร์ เพราะไม่ปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ร่วมทุนฯ ซึ่งเป็นเรื่องเก่าที่พิสูจน์กันมาหลายครั้งหลายหนแล้วด้วย!

จากข่าวในโลกออนไลน์ที่เผยแพร่ออกไปราว 3-4 วัน ก็มีหนังสือพิมพ์จำนวนหนึ่งหยิบไปเล่นเป็นข่าวพาดหัวใหญ่ว่า ดร.วิษณุ รับลูกปลด ผอ.ทอท.-ส่อเลิกสัญญาคิง เพาเวอร์ ต่อ

นั่นทำให้ผู้ตกเป็นข่าว ทั้ง ดร.นิตินัย และ ประธานบอร์ด ทอท. นายประสงค์ พูนธเนศ อธิบดีกรมสรรพากร ออกมายืนยันว่า ยังคงดำรงตำแหน่งเช่นเดิม และยังไม่ได้รับคำสั่งใดๆจากนายกฯ หรือรองนายกฯตามที่เป็นข่าว

ไม่นาน ดร.วิษณุ จึงออกมาไขข้อข้องใจว่า ไม่เคยมีการหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาพูดคุยกันในระดับรัฐบาล จะมีก็แต่เรื่องที่ กมธ.วิสามัญ สปท.เสนอให้ตรวจสอบบางเรื่อง ซึ่งก็ได้เรียกทุกฝ่ายมาประชุมร่วมกันจนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว วันนั้น อธิบดีกรมศุลฯ อธิบดีสรรพากร ผู้ว่าการ สตง.ประธาน กมธ....ฯลฯ ก็มา ส่วนจะฟังขึ้นหรือไม่ก็แล้วแต่จะไปสรุปกัน

“เรื่องก็มีเท่านี้ จริงๆมันเกิดมาเป็นเวลานานแล้ว ไม่มีข้อเสนอใดให้ปลดใครทั้งสิ้น และข่าวที่ออกมาก็มีผู้แจ้งมาให้ผมทราบแล้วว่า ใครเป็นคนให้ข่าว ก็ไม่เป็นไร เพราะท่านผู้นั้นซึ่งก็เป็นผู้หญิงนะ ท่านก็ไม่ได้มาพบผม แต่ท่านก็ไปปล่อยข่าวอันนี้ ซึ่งก็ตอบว่า ไม่เป็นความจริง...

รัฐบาลรู้ชื่อหมดแล้วล่ะว่าเป็นใคร แต่ก็ไม่ได้ว่าอะไร เพราะไม่ได้ผิดอะไรนะ แต่จะได้ระมัดระวังมากยิ่งขึ้นเมื่อจะต้องมีการพูดคุยกันเรื่องเหล่านี้เพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อน เอาว่าผิดถูกอย่างไร ก็จะต้องมีการตรวจสอบกันไป เป็นเรื่องที่คณะกรรมาธิการเขากล่าวหามา เจ้าหน้าที่ก็ต้องชี้แจงไป ก็มีแค่นั้น จริงๆผมก็สรุปเสนอท่านนายกฯไปแล้วต่อหน้ามวลมหาประชาชนสัก 70 คนได้ และก็นานมาแล้ว ไม่มีเลื่อนลดปลดย้ายใคร และไม่มีเรื่องต้องส่งให้สำนักคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.)”

ดร.วิษณุกล่าวกับนักข่าวก่อนยุติถ้อยแถลงว่า ใครเป็นคนโทร. มาหาผมเรื่องนี้ ขอบคุณมาก เพราะผมไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อน...

แสงทิพย์ ยิ้มละมัย