บริการข่าวไทยรัฐ

เลาะหูหนาน–เจียงซี แลกลไกขับดันอี้ไต้, อี้ลู่

“7 วันรอบโลก” สัปดาห์ก่อน เล่าถึงจีนเร่งผลักดันอภิมหาโครงการ “เส้นทางสายไหมใหม่” ทั้งทางบกทางทะเล “One Belt, One Road” หรือ “อี้ไต้, อี้ลู่” อย่างเข้มข้น ตั้งแต่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ประกาศนโยบายนี้ในปี 2556 และจัดประชุมอี้ไต้, อี้ลู่ นานาชาติครั้งแรกที่ปักกิ่ง ในช่วง 14-15 พ.ค.นี้ มีผู้แทนจากกว่า 110 ประเทศ รวมทั้งผู้นำจาก 28 ประเทศเข้าร่วม

ก่อนหน้านี้ จีนเชิญสื่อมวลชนจาก “อาเซียน” 10 ประเทศไปเยือนมณฑล “หูหนาน” และ “เจียงซี” ทางภาคใต้ตอนกลางและตะวันออก ซึ่งมีความสำคัญในเชิงภูมิศาสตร์ เศรษฐกิจ วัฒนธรรม เป็นส่วนหนึ่งในกลไกผลักดัน “อี้ไต้, อี้ลู่” สู่เป้าหมาย

หูหนาน เรียกสั้นๆว่า “เซียง” เพราะตั้งอยู่ริมแม่น้ำเซียง แม่น้ำสายยาวที่สุดของมณฑลนี้ เป็นที่ตั้งทะเลสาบ “ต้งถิง” ทะเลสาบน้ำจืดใหญ่อันดับ 2 ของจีน อันเป็นที่มาของชื่อ “หูหนาน” ที่แปลว่า “ทิศใต้ของทะเลสาบ” หูหนานมีประชากรกว่า 68 ล้านคน สูสีกับไทย อุดมสมบูรณ์ไปด้วยสินแร่ต่างๆ เป็นแหล่งเพาะสุกรใหญ่อันดับ 2 เป็นแหล่งผลิตข้าวและปลาน้ำจืดรายใหญ่ พืชผลสำคัญอื่นๆ มีทั้งเม็ดบัว ชา พริก พริกไทย

หูหนานมีผู้คนอยู่อาศัยมากว่า 8,000 ปี จึงมีวัฒนธรรมเก่าแก่เป็นบ้านเกิดบุคคลสำคัญๆมากมาย รวมทั้งท่านประธานเหมา เจ๋อตุงผู้นำพรรคคอมมิวนิสต์ บิดาผู้สถาปนา “สาธารณรัฐประชาชนจีน” โดยท่านเกิดที่หมู่บ้านเฉาซาน เมืองเซี่ยงถาน ห่างนครฉางซา เมืองเอกของหูหนานราว 30 กม.

ส่วน “เจียงซี” หรือกังไส มีชื่อย่อว่า “กั้น” ตามชื่อแม่น้ำกั้นที่ไหลผ่านทั้งมณฑล ตั้งอยู่ริมแม่น้ำแยงซีตอนล่าง มีประชากรราว 46 ล้านคน เมืองหลวงชื่อ “หนานชาง” มี “ป๋อหยาง” ทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในจีน

เจียงซียังเป็นจุดเริ่มต้นการปฏิวัติจีน เป็นจุดเริ่มการเดินทางไกล 25,000 ลี้ของกองทัพแดง จึงได้ชื่อว่า “เมืองวีรบุรุษ” (Heroes City) ส่วนเมือง “อู้หยวน” ได้ฉายา “ชนบทที่สวยที่สุดในจีน” มีหมู่บ้านชาวเขา “ฮวงหลิง” อันเลื่องชื่อ เจียงซียังเป็นแหล่งแร่ทองแดงที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย เมือง “เต๋อซิ่ง” ได้ฉายาเมืองแห่งทองแดงของเอเชีย

ทั้ง 2 มณฑลนี้มีพัฒนาการแบบ “ก้าวกระโดด” ทั้งด้านเศรษฐกิจและโครงสร้างพื้นฐาน มีถนนและระบบรถไฟดีมาก รวมทั้งรถไฟความเร็วสูง ซึ่งจีนเร่งพัฒนาส่งออกตีตลาดโลก

คณะสื่อฯอาเซียนตระเวนชมแหล่งพัฒนาต่างๆ เต็มอิ่ม โดยที่หูหนานได้ไปชมสถาบันวิชาการ “ยเว่ ลู่” มหาวิทยาลัยที่มีประวัติศาสตร์เก่าแก่กว่า 1,000 ปี ไปชมเขตพัฒนาเศรษฐกิจและเทคนิคฉางซา (CETZ) มีพื้นที่ถึง 105 ตร.กม. เป็นที่ตั้งของกว่า 2,200 บริษัท มีมูลค่าธุรกิจรวม 211,000 ล้านหยวน ไปชมเครือบริษัท “ซานี กรุ๊ป” ผู้ผลิตเครื่องจักรกลอุตสาหกรรมหนัก

นอกจากนี้ ยังไปชมกลุ่มบริษัทผลิตรถยนต์ “หูหนาน เลิพเพิร์ด” เจ้าของรถยี่ห้อ Leopardและบริษัท “ซันเวิร์ด กรุ๊ป” ผู้ผลิตเครื่องจักรอุตสาหกรรมก่อสร้าง ไปชม “นครการค้านานาชาติเซี่ยงเจียง-เกาหลิง” อันสุดมโหฬาร ซึ่งใช้เทคโนโลยีอินเตอร์เน็ตล้ำสมัย หวังให้เป็น “ฮับ” การค้าระหว่างจีนกับต่างชาติ

ที่ศูนย์นำเข้าและส่งออกสินค้าหูหนาน (IECC) เราได้เห็นสินค้านานาชาติ รวมทั้งสินค้าไทยมากมาย เช่น ผลิตภัณฑ์จากทุเรียน ส่วนที่เมืองจูโจว ได้ชมบริษัทรถไฟจูโจว (CRRC ZELC) หนึ่งในจุดกำเนิดการรถไฟของจีน ผู้พัฒนาและผลิตรถไฟ รถราง รถไฟแม่เหล็กไฟฟ้า หรือ “แม็กเลฟ”

อีกแห่งที่น่าทึ่งคือกลุ่มบริษัท “ทิดโฟร์” (Tidfore) ซึ่งใหญ่โตล้ำสมัยสุดๆ มีพนักงานกว่า 3,000 คน ทำธุรกิจผลิตเครื่องจักรอุตสาหกรรมหนัก ด้านก่อสร้าง เหมืองแร่ สัมปทานท่าเรือ และการเงิน มีสาขาทั้งในจีน บราซิล อินเดีย ออสเตรเลีย เกาหลีใต้ มีมูลค่าธุรกิจกว่า 10,000 ล้านหยวน

ส่วนที่เจียงซี นอกจากได้ชมเครือบริษัทรถยนต์ เจียงหลิง มอเตอร์ (JMC) ซึ่งร่วมทุนกับบริษัท “ฟอร์ด” ของอเมริกา เรายังไปชมเขตพัฒนาเศรษฐกิจและเทคโนโลยีจิ่วเจียง ไปชมโรงงานบริษัท “เจริญโภคภัณฑ์” หรือ “ซีพี” ของไทยซึ่งร่วมธุรกิจกับจีนผลิตอาหารสัตว์ด้วยระบบอัตโนมัติ ใช้พนักงานแค่ 6 คนแทนแรงงานกว่า 60 คน

จิ่วเจียงยังมีบริษัทเทคโนโลยีชีวภาพ “ซินเค่อไหล” ผู้เชี่ยวชาญด้านการวิจัยและผลิตภัณฑ์จาก “เห็ดหลินจือ” ยาอายุวัฒนะเลื่องชื่อของจีนมานับพันๆ ปี แต่ที่ประทับใจที่สุดคือเมือง “จิ่งเต๋อ-เจิ้น” ฉายา “เมืองหลวงแห่งเครื่องลายครามโลก” ซึ่งส่งเครื่องลายครามไปขายตามเส้นทางสายไหมตั้งแต่ยุคโบราณมากว่า 1,000 ปี

บริษัทเครื่องลายคราม “จิ่งเต๋อเจิ้น เซรามิกส์” เจ้าของยี่ห้อ “ใบไม้แดง” (Redleaf) โด่งดังไปทั่วโลก เมืองนี้ยังมี “สถาบันเซรามิกส์จิ่งเต๋อเจิ้น” สถาบันอุดมศึกษาด้านเครื่องเคลือบดินเผาเพียงแห่งเดียวของจีน

สถาบันนี้รวบรวมวิทยาการยุคโบราณและสมัยใหม่เข้าด้วยกันเพื่อต่อยอดพัฒนาอุตสาหกรรมเครื่องเคลือบดินเผาอย่างต่อเนื่อง มีคณาจารย์สอนถึง 802 คน มีนักศึกษาทั้งชาวจีนและต่างชาติเกือบ 20,000 คน มีนโยบายให้ทุนการศึกษาและร่วมมือกับนานาชาติ โดยเมืองจิ่งเต๋อเจิ้นเคยส่งเจ้าหน้าที่มาดูลู่ทางการลงทุนและหาวัตถุดิบที่ จ.ลำปาง แหล่งเซรามิกสำคัญของไทยในปี 2557-2558 และอาจมีการร่วมธุรกิจในอนาคต

ที่เล่ามานี้เป็นแค่เสี้ยวหนึ่งของกลไกอันมหึมาเพื่อช่วยผลักดัน “อี้ไต้, อี้ลู่” ที่จีนตั้งเป้าขยายธุรกิจ การลงทุน และความร่วมมือทุกด้านจากภายในแผ่นดินใหญ่ออกไปกว่าครึ่งค่อนโลก

ส่วนประเทศอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ก็มี “โอกาส” อยู่ในนั้นด้วย ขึ้นอยู่กับว่าจะรับมืออย่างไร แม้อาจยังคลางแคลงสงสัยในเกมการรุกครั้งใหญ่ของพญามังกร!

บวร โทศรีแก้ว