วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

จีนประชุมทางสายไหมใหม่ ยกระดับภาพลักษณ์ สี จิ้นผิง

รัฐบาลจีนเตรียมจัดการประชุมระดับนานาชาติครั้งใหญ่ ที่กรุงปักกิ่ง ระหว่างวันที่ 14-15 พ.ค.นี้ ภายใต้หัวข้อ “หนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง” หรือวันเบลต์ วันโรด นโยบายเส้นทางสายไหมยุคใหม่ของจีน ที่จะเชื่อมถนนการค้าของเอเชีย เอเชียกลาง เอเชียใต้ ตะวันออกกลาง และยุโรปเข้าด้วยกันทั้งทางบกและทางทะเล

ทั้งนี้ สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า การประชุมจะครอบคลุมในหัวข้อหลัก ได้แก่ โครงสร้างขั้นพื้นฐาน การลงทุนอุตสาหกรรม ความร่วมมือเศรษฐกิจและการค้า ทรัพยากรพลังงาน ความร่วมมือทางการเงิน การแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม ระบบนิเวศ สิ่งแวดล้อม และความร่วมมือทางทะเล โดยมีผู้นำจากอย่างน้อย 28 ประเทศเข้าร่วม อาทิ นายวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย นายโรดริโก ดูเตร์เต ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ ไปจนถึงนายเปาโล เกนติโลนี นายกรัฐมนตรีอิตาลี และนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน ชาติเจ้าภาพ เช่นเดียวกับตัวแทนระดับรัฐมนตรี เจ้าหน้าที่การทูตจากชาติต่างๆราว 110ประเทศ รวมถึงไทย สหรัฐฯ อังกฤษ เยอรมนี ฝรั่งเศส และญี่ปุ่น

การประชุมครั้งนี้ยังถูกจับตาใกล้ชิดจากทั่วโลก โดยบรรดานักวิเคราะห์มองว่านโยบายหนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทางของจีน จะเป็นการยกระดับศักยภาพทางเศรษฐกิจของจีน ให้ถนนทุกสายมุ่งสู่กรุงปักกิ่ง ทั้งนี้จีนยังมีโครงการสำคัญหลัก เช่น การทำท่อส่งก๊าซในเอเชียกลาง การพัฒนาท่าเรือมหาสมุทรอินเดียในปากีสถานและศรีลังกา ให้พร้อมรองรับการค้า และอาจหมายถึงทางการทหารด้วยเช่นกัน ซึ่งเป็นที่กังวลแก่บางประเทศ อย่างอินเดียที่แสดงความวิตกตลอดมา เนื่องจากจีนยังมีความร่วมมือแถบเศรษฐกิจแบบทวิภาคีกับปากีสถาน และจะมีเส้นทางผ่านแคว้นแคชเมียร์ ที่เป็นปัญหาพิพาทระหว่างอินเดียกับปากีสถาน

นอกจากนี้ การประชุมหนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง ยังมีขึ้นก่อนหน้าการประชุมใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์จีน ในปลายปี ซึ่งจะจัดเพียง 2 ครั้งในทุกๆ 10 ปี ทำให้ถูกมองว่าเป็นการยกระดับนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน ให้มีภาพลักษณ์สำคัญในเวทีโลก เป็นผู้ผลักดันความเจริญก้าวหน้าแก่เศรษฐกิจในประเทศ และก่อนหน้านี้นายสี จิ้นผิง ยังอัดเสียงลงในวีดิโอโปรโมตนโยบายหนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง โดยเป็นเรื่องราวนิทานพ่อชาวอเมริกันเล่าให้ลูกฟังก่อนนอน ว่าจีนเป็นคนเปิดความเจริญให้กับโลก อย่างไรก็ตาม สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานด้วยว่า สื่อมวลชนจีนถูกรัฐบาลร้องขอไม่ให้เขียนข่าวว่าจีนลงทุนในแต่ละประเทศเป็นมูลค่าเท่าไร เพราะถือเป็นประเด็นอ่อนไหว.