ยังคงตามค้นหาหนุ่มกาฬสินธุ์ ที่หายไปในป่าลึกนานถึง 9 วัน เจ้าหน้าที่ระดมพลกว่า 100 คนกระจายกำลังตามจุดที่คาดว่าหนุ่มจะอยู่ ขณะที่พ่อแม่ทำพิธีขอขมาเจ้าป่าเจ้าเขา เปิดทางให้พบลูกชาย ไม่ว่าจะมีชีวิตหรือไม่ก็ยังอยากพบ

จากกรณี นายสงวน ภูแอบหิน อายุ 41 ปี ชาวกาฬสินธุ์ ที่พลัดหลงหายในป่า ขณะที่เข้าไปหาของป่ากับเพื่อนบ้าน ตั้งแต่คืนวันที่ 3 พ.ค. 60 แม้ว่าชาวบ้าน ผู้นำชุมชน อปพร. อส. ตำรวจ และหน่วยกู้ภัยได้ช่วยกันระดมพลออกค้นหามาตั้งแต่วันที่ 4 พ.ค. แต่ก็ยังไม่พบตัว ตามที่เสนอข่าวไปก่อนหน้านี้ (ระดมกำลังเต็มสูบ ช่วยหนุ่มกาฬสินธุ์หลงป่านาน 8 วัน พบเพียงรองเท้า-หมวก)

ล่าสุด เมื่อวันที่ 12 พ.ค. 60 เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่กู้ภัย รวมถึงชาวบ้าน ได้ระดมกำลังกว่า 100 คน ทำการค้นหาที่บริเวณเทือกเขาที่นายสงวน หายตัวไป โดยได้แบ่งกำลังออกค้นหา 2 ชุด ทิศใต้และทิศเหนือ ระยะทาง 10 กิโลเมตร เพื่อเข้าไปตรวจสอบที่บริเวณถ้ำน้ำทิพย์

ทั้งนี้ พ่อแม่ของนายสวงนได้ทำพิธีขอขมาเจ้าป่าเจ้าเขาเพื่อเปิดป่าให้พบเห็นผู้ที่สูญหาย จากนั้นได้แยกย้ายกันออกตามหาบริเวณถ้ำและตามหุบเขา แต่ก็ยังไม่พบเห็น อีกอย่างการเดินทางขึ้นลงเขาเป็นไปด้วยความลำบาก ฝนก็ตก แต่ทุกคนที่ค้นหาด้วยจิตอาสาก็ไม่ย่อท้อ พร้อมที่จะค้นหาต่อไป

นายแหลม ภูแอบหิน อายุ 68 ปี พ่อของนายสงวน กล่าวว่า หลังจากที่ลูกชายหายไปก็ออกตามหาทุกวัน โดยจะมีชาวบ้านและเพื่อนนายพรานออกไปหาตามถ้ำตามหุบเขา แต่ก็ยังไม่พบ ซึ่งวันนี้เป็นวันที่ 9 แล้ว ตนก็มีความหวังที่จะพบลูกชาย เพราะมีเจ้าหน้าที่มาช่วยออกระดมตามหา ซึ่งตนอยากพบร่างลูกชายถึงแม้จะมีชีวิตหรือไม่มีชีวิตก็ตาม และตนอยากขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกคนที่ช่วยออกมาตามหาในครั้งนี้

...

นายคำปน ภูต้อม เพื่อนของนายสงวน กล่าวว่า วันเกิดเหตุได้ขับรถจักรยานยนต์ขึ้นไปหาของป่าด้วยกันสองคน โดยหลังจากหาของป่าแล้วได้เดินลงมาจากเขาด้วยกัน แต่ไม่ให้เดินใกล้กันและส่งเสียง เนื่องจากตนจะได้ยิงนก จากนั้นเดินไปประมาณ 2 กิโลเมตร ตนไม่ได้ยินเสียงคนเดินตาม คิดว่านายสงวนจะเดินตามมาช้าเลยนั่งพัก

ทั้งนี้ ตนได้นั่งพัก แต่ยังไม่พบนายสงวน เลยได้เดินล่วงหน้าเพื่อไปเอารถจักรยานยนต์ขับขึ้นมารับนายสงวน แต่ก็ไม่พบ ตนได้จอดรออยู่นาน แต่ยังไม่พบ เลยคิดว่านายสงวนจะเดินกลับเอง จึงได้ขับรถกลับไปบ้านช่วงนั้นก็กำลังมืด พอตนขับกลับบ้านถามหาเพื่อนบ้านแต่ก็ไม่พบนายสงวน จึงคิดว่านายสงวนจะหลงป่า ในช่วงเช้าวันที่ 4 พ.ค.จึงได้พากันมาแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจดังกล่าว.