บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ดวงจันทร์ในดวงใจ

ตามติดกันมาหมาดๆ การเลือกตั้งจาก 2 ประเทศที่ได้ผู้นำคนใหม่ไปเรียบร้อย ทั้งสาธารณรัฐฝรั่งเศส ได้นายเอ็มมานูเอล มาครง เป็นประธานาธิบดี และ สาธารณรัฐเกาหลีหรือ “เกาหลีใต้”ได้นายมูน แจ–อิน (Moon Jae–in) วัย 64ปี จากพรรคประชาธิปไตยแห่งเกาหลี ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้าน อดีตทนายความด้านสิทธิมนุษยชนและมีแนวคิดแบบเสรีนิยม เคยดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาของประธานาธิบดีโร มู–ฮุน ในปี 2546–2551 โดยครั้งนี้เขาชนะเลือกตั้งอย่างถล่มทลาย คิดเป็น 41% เหนือผู้สมัครคนอื่นๆ

เมื่อก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งผู้นำของโสมขาวก็ประกาศเดินหน้าทำงานทันที แต่อะไรก็ไม่สำคัญไปกว่า “นโยบายประกาศล้างบางคอร์รัปชัน” ที่ทำให้นายมูนก็กลายเป็นดวงจันทร์ในดวงใจชาวประชา นโยบายดังกล่าวเสมือนยาบรรเทาแค้นของชาวเกาหลีใต้ที่มีต่อนางปัก กึน-เฮ อดีตประธานาธิบดีสายอนุรักษนิยม ผู้ถูกศาลรัฐธรรมนูญถอดถอนจากตำแหน่งเนื่องจากทุจริตประพฤติมิชอบ เปิดโอกาสให้เพื่อนสาวคนสนิท เข้ามาแทรกแซงการ บริหารราชการแผ่นดินจนถูกจำคุก เป็นบทเรียนราคาแพงลิบลิ่วแก่อดีตประธานาธิบดีหญิงคนแรกของเกาหลีใต้

นอกจากนี้ นายมูนยังมีนโยบายอื่นๆที่โดนใจอย่างแรง เช่น การส่งเสริมอาชีพ ลดอัตราการว่างงาน ปฏิรูปอุตสาหกรรมด้านวัฒนธรรมและความบันเทิง ซึ่งอุตสาหกรรมภาพยนตร์เกาหลีใต้นั้นใหญ่เป็นอันดับ 6 ของโลก แต่ในสมัย ปธน.ปัก กึน–เฮ ได้มีการเข้าควบคุมกองทุนรวมที่มีนโยบายลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนอื่น ซึ่งเกือบ 40% ของการสร้างภาพยนตร์เกาหลีในแต่ละปี ถูกใช้เป็นเครื่องมือเพื่อสนับสนุนรัฐบาลและอุดมการณ์แบบชาตินิยม

แต่ศึกในที่เป็นอุปสรรคใหญ่ คือการปฏิรูปเศรษฐกิจ โดยเฉพาะทำการเมืองให้ปลอดจากกลุ่มแชโบล ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจครอบครัวกว่า 10 ตระกูลที่มีอิทธิพลทางการเมืองและการเงิน ทั้งยังต้องรับศึกนอกที่ต้องป้องกันการคุกคามจากเกาหลีเหนือ เขาเปิดแผนลดความร้อนแรงด้วยการเยือนโสมแดงเพื่อฟื้นฟูความสัมพันธ์ พร้อมๆกับต้องรักษาท่าทีกับชาติตะวันตก ไม่ให้เข้ามาครอบงำประเทศ ซึ่งก่อนหน้าการเลือกตั้ง มีชาวเกาหลีหลายร้อยคนประท้วงอย่างรุนแรงที่กองทัพสหรัฐฯเข้ามาติดตั้งเครื่องป้องกันขีปนาวุธพิกัดสูง THAAD เร็วกว่ากำหนด

สิ่งที่รอมูน แจ–อิน อยู่ล้วนท้าทายและไม่ง่ายที่จะข้ามผ่าน ภาษาชาวบ้านเรียกสั้นๆว่า “หืดจับ”.

ภัค เศารยะ