วันอังคารที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

"ซีพี" สุดยอดแชมป์แกงไทย

ความนิยมของอาหารไทยในต่างประเทศในช่วงที่ผ่านมานับว่ามีกระแสตื่นตัวค่อนข้างมาก เนื่องจากรสชาติที่โดดเด่น ความผสมผสานอย่างลงตัวของรสเปรี้ยว หวาน เผ็ด กับส่วนผสมที่มาจากสมุนไพรเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ อีกทั้งการให้การสนับสนุนการเปิดร้านอาหารไทยของรัฐบาลหลายยุคหลายสมัยกับเป้าหมาย “ครัวไทยสู่ครัวโลก”

สำหรับยักษ์ใหญ่ผู้ผลิตอาหาร บริษัทเจริญโภคภัณฑ์อาหารจำกัด (มหาชน) ได้ขยายธุรกิจทางด้านอาหารทั้งในและต่างประเทศอย่างเข้มข้น เป็นหนึ่งในตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนกับการยกระดับเป็นครัวของโลกด้วยการนำผลิตภัณฑ์อาหารจากประเทศไทยส่งออกไป รวมทั้งการร่วมทุนกับเอกชนท้องถิ่นเพื่อทำฟาร์มและผลิตอาหารป้อนท้องถิ่นหรือในประเทศนั้นๆ

ล่าสุดได้เริ่มโครงการ “CP สุดยอดแชมป์แกงไทย” เพื่อกระตุ้นกระแสการอนุรักษ์และสืบสานตำรับอาหารไทยขึ้น ซึ่งเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของชาติให้คงอยู่ ตลอดจนช่วยยกระดับอาหารไทยที่มีเอกลักษณ์ในด้านรสชาติและความละเมียดละไมในการปรุงให้เป็นที่สนใจของผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศอีกครั้ง โดยเข้าร่วมแข่งขันปรุงแกงไทย 5 เมนู ได้แก่ แกงเขียวหวานไก่ แกงกะหรี่ไก่ มัสมั่นหมู พะแนงหมู และฉู่ฉี่ปลาทับทิม

นายสุขวัฒน์ ด่านเสริมสุข ประธานผู้บริหารฝ่ายปฏิบัติการ สายธุรกิจอาหารสำเร็จรูป บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ กล่าวว่า ที่ผ่านมาการแข่งขันได้ดำเนินการแล้ว 2 รอบ คือ รอบท้าชิม และรอบท้าปรุง จนได้ผู้เข้ารอบ 15 คนจาก 5 เมนู โดยการตัดสินจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากมหาวิทยาลัยซึ่งจะมาประชันฝีมือการปรุงแกงไทยเพื่อหาผู้ชนะเลิศในแต่ละเมนูในวันที่ 14 พ.ค.นี้ ณ ลานพาร์คพารากอน ศูนย์การค้าสยามพารากอน

“ทางซีพีเอฟได้มีความคิดริเริ่มโครงการนี้ขึ้นมา โดยคัดเลือกการแข่งขันทำแกงเพราะถ้าพูดถึงอาหารไทยก็ต้องเป็นแกงไทย เพื่อช่วยยกระดับคุณภาพและรสชาติของอาหารไทยที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลกและคนไทยที่เป็นเจ้าของร้านอาหารที่ต้องการจะพัฒนาสูตรอาหารของตนขึ้นมา จึงได้ทุ่มงบประมาณกว่า 30 ล้านบาท เพื่อจัดมหกรรมการแข่งขันนี้ขึ้นมา โดยปีนี้เป็นปีแรกได้รับความสนใจจากผู้สมัครกว่า 1,200 คน และคัดเลือกเข้ารอบท้าชิม 500 คน รอบท้าปรุง 100 คน และได้ทำการเลือกเฟ้นอย่างเข้มข้นจนได้ 15 คนสุดท้าย เพื่อลงแข่งขันชิงตำแหน่งสุดยอดแชมป์แกงไทย เพียงเมนูละคน รวม 5 คนเท่านั้นที่จะได้รับถ้วย ประทานรางวัลชนะเลิศ จากพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา พร้อมโล่เกียรติยศจากสำนักนายกรัฐมนตรี และเงินทุนมูลค่าเมนูละ 1 ล้านบาท รวม 5 เมนู 5 ล้านบาท”

แกงไทย ถือเป็นทรัพย์สินของแผ่นดินที่บรรพชนรุ่นก่อนทิ้งไว้ให้บรรดาลูกหลานได้สืบทอดกัน ถ้าเรารวบรวมสูตรแกงที่ถือว่าเป็นสุดยอดของความอร่อยต้องเป็นรสชาติไทยๆ กับคุณภาพของวัตถุดิบสมุนไพรและเครื่องเทศที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ เก็บเอาไว้ให้เป็นสมบัติของคนไทย หรือต่างชาติ ก็สามารถนำสูตร นี้ไปทำเองได้ เราไม่ได้หวงเพราะท้ายที่สุดความอร่อยก็มาจากวัตถุดิบที่ต้องนำเข้าจากประเทศไทย จะทั้งหมดหรือบางส่วนก็แล้วแต่ข้อห้ามทางกฎหมายเกี่ยวกับการนำเข้าของประเทศนั้นๆ และท้ายที่สุดก็คือชื่อเสียงต้นตำรับแกงไทยก็มาจากประเทศไทยเอง

“ทางซีพีเอฟไม่ได้จัดขึ้นเพื่อนำสูตรแกงของผู้ชนะเลิศในแกงต่างๆมาเป็นของตนเอง แต่ต้องการเปิดเผยสูตรให้สาธารณชนทั่วไปรับทราบ สำหรับร้านข้าวแกงก็เอาไปปรับปรุงเป็นการให้ โอกาสกับคนที่มีอาชีพทำอาหารขายมีโอกาสปรับปรุงคุณภาพและรสชาติอาหารของเขาให้ดียิ่งขึ้น คนที่สนใจก็สามารถทดลองทำเองได้จะมีความรู้ติดตัว การจัดงานครั้งนี้นับ ว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างยิ่ง เปิดโอกาสให้คนที่สนใจเข้าประลองฝีมือ ให้โอกาสกับคนที่มีความรู้ความสามารถอย่างแท้จริงมาแข่งขัน หาคนทำรสชาติที่ดีที่สุด ใครมีสูตรลับ เคล็ดลับของตระกูลอะไรขนมากันหมด มีผู้สมัครแข่งขันตั้งแต่อายุ 10 กว่าปีไปจนถึง 70 กว่าปี มาโชว์ฝีมือโขลกพริกแกงกันสดๆกันอย่างคึกคัก

เป็นการแสดงถึงความงดงาม ในวัฒนธรรมไทย ผ่านความสุนทรีย์ในการนำเสนออาหารไทยและการส่งเสริมให้อาหารไทยยังคงครอง ความนิยมต่อไป สำหรับโครงการต่อไปทางซีพีมีแผนที่จะส่งเสริมอย่างแน่นอนคอยติดตามกันต่อไป.

วานิชหนุ่ม
wanich@thairath.co.th