บริการข่าวไทยรัฐ

ตายายเก็บเห็ดไม่รอดคุก! จาก 15 เหลือ 5 ปี ขอรื้อคดี-แจ้งความกลับป่าไม้ (คลิป)

คดี ‘ตายายเก็บเห็ด’ ที่กาฬสินธุ์ ศาลฎีกาพิพากษาลดโทษจาก 15 ปี เหลือ 5 ปี สรุปว่ายังติดคุกอยู่ดี ทนายความทำเรื่องขอรื้อฟื้นคดีพิจารณาใหม่ เพื่อใช้สิทธิยื่นประกันตัว พร้อมแจ้งความกลับจนท.ป่าไม้ฐานทำหลักฐานเท็จ ต้องลุ้นกันต่อ...

วันที่ 2 พ.ค.60 จากคดี "ตายายเก็บเห็ด" สองสามีภรรยาที่จังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งผู้ต้องหาถูกเจ้าหน้าที่ป่าไม้จับกุมในข้อหาบุกรุกและตัดไม้ในพื้นที่ป่าดงระแนง ตำบลคลองขาม ถูกศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ให้จำคุกคนละ 15 ปี ซึ่งล่าสุดในวันที่ 2 พ.ค. ศาลฎีกานัดอ่านคำพิพากษาในเวลา 09.00 น. ที่ศาลจังหวัดกาฬสินธุ์

เวลา 10.20 น. มีรายงานคำพิพากษาศาลฎีกา ได้แก้โทษจากเดิมศาลอุทธรณ์พิพากษาจำคุก 14 ปี 12 เดือน เหลือจำคุก 5 ปี ขณะที่ทนายความเตรียมทำเอกสารยื่นขอให้รื้อฟื้นคดีขึ้นพิจารณาใหม่ ตามพ.ร.บ.การรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่ เพื่อยื่นประกันตัวออกมาต่อสู้คดี พร้อมนำหลักฐานเข้าแจ้งความดำเนินคดีเจ้าหน้าที่ป่าไม้ฐานทำเอกสารหลักฐานอันเป็นเท็จ

ทั้งนี้ นายอุดม และ นางแดง ศิริสอน อายุ 48 ปี สามีภรรยา ราษฎรหมู่ 4 บ้านโนนสะอาด อำเภอห้วยเม็ก จังหวัดกาฬสินธุ์ เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2553 ถูกเจ้าหน้าที่ป่าไม้เข้าจับกุมและส่งตัวให้ตำรวจ ดำเนินคดี ในข้อหาร่วมกันบุกรุก แผ้วถาง ก่อสร้าง ทำไม้ ยึดถือครอบครอง หรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการกระทำให้เสื่อมสภาพป่าสงวนแห่งชาติโดยไม่ได้รับอนุญาต, ทำไม้หวงห้ามโดยไม่ได้รับอนุญาต, ร่วมกันมีไว้ในครอบครองซึ่งไม้หวงห้ามอันยังมิได้แปรรูปโดยไม่มีรอยตรารัฐบาลโดยไม่ได้รับอนุญาต

คดีนี้ตำรวจ สภ.ยางตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์ ได้ส่งสำนวนไปให้อัยการสั่งฟ้อง เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2554 ซึ่งขณะนั้น นายอุดมและนางแดง ศิริสอน สองสามีภรรยา ผู้ต้องหา ได้ให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นจึงสั่งลงโทษจำเลยทั้งสองคน โดยไม่มีการสั่งสืบเสาะและพินิจจำเลยตามความผิด พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ 2507 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 แต่เนื่องจากการกระทำเป็นความผิดหลายกรรมเป็นกระทงความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ที่ร่วมกันแผ้วถาง ก่นสร้าง ทำไม้ฯ ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ซึ่งมีโทษหนักตามกฎหมายอาญามาตรา 90 จำคุกคนละ 11 ปี และฐานร่วมกันมีไว้ในครอบครองซึ่งไม้หวงห้ามอันยังมิได้แปรรูปโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุกคนละ 19 ปี รวมจำคุก 30 ปี แต่จำเลยให้การรับสารภาพ มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษกึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 คงจำคุกคนละ 15 ปี และริบของกลางทั้งหมด กับให้จำเลยทั้งสองคน คนงาน ผู้รับจ้าง ผู้แทน และบริวารของจำเลยทั้งสองออกจากเขตป่าสงวนแห่งชาติที่เข้าไปครอบครองด้วย

ต่อมา หลังทนายผู้ต้องหาประกันตัว จำเลยได้ยื่นอุทธรณ์เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2554 ซึ่งศาลอุทธรณ์ ได้อ่านคำพิพากษาเมื่อวันที่ 25 เมษายน 2555 แก้ให้เป็นลงโทษจำคุก 14 ปี 12 เดือน ซึ่งผู้ต้องหา ได้ให้ทนายฎีกาคำสั่งและยื่นฎีกาเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2555 และศาลนัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกา ในวันที่ 2 พฤษภาคม 2560 เวลา 09.00 น. ซึ่งเป็นอีกหนึ่งคดีที่ได้รับความสนใจติดตามจากสื่อมวลชนและประชาชน ว่า ที่สุดแล้ว สองตายายจะถูกลงโทษ หรือจะพ้นจากความผิด.