พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 21 เม.ย.ที่ผ่านมา อัครราชทูตฝ่ายการเกษตร พร้อมด้วยผู้แทนถาวรประเทศไทยประจำเอฟ เอ โอ ได้เข้ายื่นภาคยานุวัติสารหรือสารที่แสดงการยอมรับการเข้าเป็นภาคีความตกลงว่าด้วยการทำประมงในพื้นที่ตอนใต้ของมหาสมุทรอินเดีย หรือ ซิโอฟ่า (South India Ocean Fisheries Agreement-SIOFA) ในการจัดการด้านการประมงระดับภูมิภาคที่มุ่งเน้นการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรประมงจำพวกอื่นๆ นอกเหนือจากปลาทูน่า และปลาโอ ต่อที่ปรึกษากฎหมายของเอฟ เอ โอ ณ สำนักงานใหญ่ เอฟ เอ โอ กรุงโรม ประเทศอิตาลี โดยมีผลตั้งแต่ 23 พ.ค.เป็นต้นไป

ดังนั้น เมื่อไทยเข้าร่วมเป็นภาคีฯแล้ว กองเรือประมงนอกน่านน้ำไทยสามารถเข้าไปทำการประมงบริเวณพื้นท้องน้ำสำหรับพื้นที่ทางตอนใต้ของมหาสมุทรอินเดียได้ และมีโอกาสใช้ทรัพยากรประมงประเภทอื่นๆ อย่างเสมอภาคและเท่าเทียมประเทศอื่นๆ ซึ่งปัจจุบันไทยมีกองเรือประมงนอกน่านน้ำเข้าไปทำประมงในมหาสมุทรอินเดีย 14 ลำ ครอบคลุมพื้นที่ในการดูแลรับผิดชอบของ SIOFA โดยส่วนใหญ่เป็นเรืออวนลากไม่ได้ทำการประมงทูน่า ขณะเดียวกันไทยยังมีโอกาสเข้าร่วมพิจารณากำหนดระเบียบปฏิบัติ รวมถึงรับทราบมาตรการในการบริหารจัดการประมงของ SIOFA ด้วย เพื่อนำมาแจ้งชาวประมงให้ทราบและปฏิบัติตาม ซึ่งจะเป็นแนวทางช่วยให้เรือประมงไทยไม่ทำผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม หรือไอยูยูอีกด้วย

“มหาสมุทรอินเดียเป็นแหล่งทรัพยากรประมงที่มีศักยภาพของกองเรือประมงนอกน่านน้ำไทย เพราะมีทรัพยากรสัตว์น้ำอุดมสมบูรณ์ ดังนั้นการเข้าร่วมเป็นภาคี SIOFA จะทำให้กองเรือประมงไทยสามารถทำประมงโดยชอบด้วยกฎหมาย”

พล.อ.ฉัตรชัย กล่าวว่า SIOFA มีสมาชิก 8 ประเทศ คือ เครือรัฐออสเตรีย หมู่เกาะคุก สหภาพยุโรป สาธารณรัฐฝรั่งเศส ประเทศญี่ปุ่น สาธารณรัฐเกาหลี สาธารณรัฐมอริเชียส และสาธารณรัฐเซเชลส์ ซึ่งพันธกรณีตามความตกลงฯ จะก่อให้เกิดความร่วมมือกันในกลุ่มประเทศสมาชิก.

...