ในไม่เกินทศวรรษหน้าหรืออาจเร็วกว่านั้น การแข่งขันระหว่างมนุษย์และหุ่นยนต์ในตลาดแรงงาน ที่เพิ่งจะเริ่มอุบัติขึ้น น่าจะทวีความรุนแรงและชัดเจนขึ้นการศึกษาจาก PWC หรือ PricewaterhouseCoopers บริษัทที่ปรึกษาชั้นนำ ระบุว่า แรงงานทั่วโลกกำลังเผชิญหน้ากับภาวะเสี่ยงที่จะสูญเสียงานให้กับหุ่นยนต์ ซึ่งจะถูกนำมาใช้ทดแทนแรงงานมนุษย์มากขึ้น (ข้อมูลจาก “ไทยรัฐไซเบอร์เน็ต” วันที่ 2 เม.ย.2560)PWC คาดว่าภายใน 15 ปีข้างหน้า 38% ของงานในสหรัฐอเมริกาทั้งหมด จะถูกถ่ายโอนไปให้หุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence-AI) ตามมาด้วยเยอรมนี 35% อังกฤษ 30% และญี่ปุ่น 21% แต่หากจะให้เจาะลึกลงไป แรงงานในธุรกิจการเงินในสหรัฐอเมริกา มีความเสี่ยงที่จะสูญเสียงานมากถึง 61% เทียบกับแรงงานในภาคการเงินของอังกฤษ ที่มีความเสี่ยงอยู่ที่ 32%PWC ให้เหตุผลว่า พนักงานแบงก์ในอเมริกาส่วนใหญ่ ทำงานให้บริการลูกค้ารายย่อย ประจำตามสาขาในเมืองเล็กๆ ขณะที่แรงงานภาคการเงินในอังกฤษ ถูกฝึกฝนให้สามารถให้คำปรึกษาด้านการลงทุน มีความรู้ ความเชี่ยวชาญในตลาดเงิน ตลาดทุนโลกมากกว่า เมื่องานที่ทำมีความซับซ้อนมากขึ้น โอกาสจะถูกแทนที่ด้วยหุ่นยนต์หรือ AI จึงทำไม่ได้ง่ายๆสอดคล้องกับที่ มิชิโอะ คากุ (Michio Kaku) นักฟิสิกส์ทฤษฎี บอกไว้ว่า หุ่นยนต์และ AI ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อทำงานทุกอย่าง มันมีข้อจำกัดของมัน เขาจึงเชื่อว่างานที่ต้องอาศัยความสามารถเฉพาะ ลอกเลียนแบบไม่ได้ รวมทั้งงานที่ต้องใช้สามัญสำนึกหรือคอมมอนเซ้นต์ ยังเป็นงานของมนุษย์ ขณะที่หุ่นยนต์จะถูกนำไปใช้งานในงานง่ายๆ ทำซ้ำๆ เช่นการจัดทำหีบห่อหรือการแพ็กสินค้าเขาอธิบายว่า ความสามารถของหุ่นยนต์กับมนุษย์ ยังห่างกันอีกเยอะ หุ่นยนต์มีข้อบกพร่องมากมาย เช่น สายตาไม่ดี มันมองเห็นแต่เส้น วงกลม สี่เหลี่ยม แต่ไม่สามารถทำความเข้าใจได้ว่ารูปทรงเรขาคณิตเหล่านั้น ประกอบกันเป็นใบหน้า เก้าอี้ หรือถ้วยกาแฟนอกจากนั้น หุ่นยนต์และ AI ยังขาดสามัญสำนึก แม้ในการประมวลผลเรื่องง่ายๆทั่วไป เช่น มันไม่ได้เข้าใจพฤติกรรมมนุษย์ ไม่รู้ว่าน้ำทำให้เปียก หรือเชือกมีไว้ดึง ไม่ใช่ดันด้วยเหตุผลดังกล่าว งานที่จะอยู่ในโซนอันตราย ถูกทดแทนโดยหุ่นยนต์หรือ AI ได้โดยง่าย จึงจะเป็นแรงงานระดับล่าง ในโรงงานประกอบรถยนต์หรือชิ้นส่วนรถยนต์ โรงงานเสื้อผ้า สิ่งทอหรือหากเป็นพนักงานออฟฟิศ ก็จะเป็นพวกเสมียน คนทำบัญชี นักบัญชีระดับล่าง ตลอดจนพ่อค้าคนกลางในทางตรงกันข้าม แรงงานที่ใช้ทักษะของการเป็นมนุษย์ อย่างพนักงานเก็บขยะ คนสวน ตำรวจ คนงานก่อสร้าง รวมทั้งพนักงานรักษาความสะอาด จะยังอยู่ได้สบายๆส่วนพนักงานออฟฟิศหรือยอดมนุษย์เงินเดือนนั้น ใครก็ตามที่ทำงานเกี่ยวข้องกับการใช้ปัญญา สามัญสำนึก จะได้เปรียบเป็นพิเศษ ยกตัวอย่างให้เห็นภาพง่ายๆ เช่น งานที่ต้องอาศัยความคิดสร้างสรรค์ จินตนาการ งานวิเคราะห์ การเล่าเรื่องให้ตลก ขบขัน งานเขียนสคริปต์ เขียนหนังสือ งานด้านวิทยาศาสตร์และแน่นอน งานในฐานะผู้นำ หัวหน้า ก็ยังเป็นที่ต้องการอยู่เสมอ ในทุกยุค ทุกสมัยมิชิโอะ คากุ ปิดท้ายอ้างอิงคำพูดของ โทนี่ แบลร์ อดีตนายกรัฐมนตรีของอังกฤษ ที่บอกเอาไว้ว่า อังกฤษมีรายได้จากเพลงร็อกมากกว่ารายได้จากถ่านหิน เพราะรู้แต่เนิ่นๆ ว่าทุนนิยมทางปัญญา สำคัญกว่าสินค้าโภคภัณฑ์ อย่างถ่านหิน ที่มีวันหมดไป.ศุภิกา ยิ้มละมัย