ก่อนการเลือกตั้งผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีประเทศฝรั่งเศสรอบแรกจะเริ่มขึ้นในวันที่ 23 เม.ย.นี้ ก็เกิดเหตุรุนแรงเสียแล้วจากผู้ประท้วงที่รวมตัวกันมากกว่าร้อยคน แสดงพลังไม่เอาผู้สมัครสาวใหญ่ นางมารีน เลอ แปง หัวหน้าพรรคแนวหน้าแห่งชาติที่ประกาศอุดมการณ์การเมืองแบบ “ขวาจัด” และเป็นหนึ่งในผู้ท้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีพร้อมกับชายหนุ่มอีก 3 คน คือ นายฟรองซัวร์ ฟียง, นายเบอนัวต์ อามง แต่ที่ดูท่าจะสูสีกับเธอมากที่สุดก็คือนายเอ็มมานูเอล มาครง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจ และเป็นผู้สมัครอิสระความกลัวนักกลัวหนาของผู้ประท้วงต่อนางมารีน เลอ แปง เนื่องจากนโยบายหาเสียงที่ไม่ต่างจาก “อเมริกา เฟิร์สต์” (America First) เพียงแต่เปลี่ยนจากคำว่าอเมริกาเป็นฝรั่งเศส และกระพือให้กระแสต่อต้านลุกฮือยิ่งขึ้นเมื่อเธอประกาศว่าหากได้รับเลือกตั้ง จะดึงฝรั่งเศสออกจากยูโรโซน พร้อมนำเงินสกุลฟรังก์กลับมาใช้ รวมถึงการลงประชามติเกี่ยวกับการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป และอยาก จะถอนตัวจากการอยู่ใต้อาณัติขององค์การนาโตเต็มทีแล้ว ไม่นับเรื่องที่เธอเคยออกมาสนับสนุนการลงโทษประหารชีวิต ซึ่งยังมีนโยบายยิบย่อยที่สร้างความไม่พอใจแก่ผู้ประท้วงจนแสดงความรุนแรงด้วยการใช้ระเบิดเพลิง พวกเขากล่าวหาว่านางเลอ แปง เป็นผู้นำนิยมลัทธิฟาสซิสต์ หากเธอขึ้นครองอำนาจก็จะทำให้พวกเขาเสียสิทธิขั้นพื้นฐาน ซึ่งฝรั่งเศสนั้นเป็นประเทศที่มีแนวคิดแบบเสรีนิยมด้านชีวิตส่วนตัว มารีน เลอ แปง มีชื่อเดิมว่า มาริยง แอนน์ แต่เปลี่ยนมาเป็นมารีน เพราะสมัยวัยรุ่นเธอเป็นขาปาร์ตี้ตัวยง เติบโตขึ้นมาในครอบครัวของนักการเมืองที่มีพ่อเป็นหัวหน้าพรรค แต่สุดท้ายแนวคิดที่แตกต่างทำให้เธอขัดแย้งกับพ่อก่อนที่จะผลักดันให้เขาพ้นจากตำแหน่ง เธอผ่านการแต่งงานมาสองครั้งและเป็นคุณแม่ลูกสามล่าสุดเธอประกาศว่าหากชนะเลือกตั้งรอบแรกจะหยุดการอพยพเข้าฝรั่งเศสและทบทวนนโยบายด้านพรมแดน ถือเป็นหมุดหมายสำคัญ และหากชัยชนะตกเป็นของเธอจริง การชิงชัยรอบสุดท้ายในวันที่ 7 พ.ค.60 จะทวีความเข้มข้นยิ่งขึ้น.ภัค เศารยะ