นางอุษณีย์ แสงสิงแก้ว รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) พอใจกับแผนลดรายจ่ายตามแผนปฏิรูปของบริษัท โดยช่วง 2 เดือนแรก ม.ค.-ก.พ. ปี 2560 ลดรายจ่ายได้ตามเป้า แต่ให้กลับไปปรับปรุงแผนเพิ่มรายได้ใหม่เพราะยังต่ำกว่าเป้าหมาย อย่างไรก็ตามการนำระบบบริหารรายได้แบบใหม่มาใช้ประกอบการสํารองที่นั่งทำให้ในช่วง 2 เดือนปีนี้การบินไทยมีรายได้เพิ่มขึ้น 1,000 ล้านบาท
ร.อ.มนตรี จำเรียง รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สายกลยุทธ์องค์กรและพัฒนาอย่างยั่งยืน กล่าวว่า ปลายเดือน เม.ย.นี้ทั้ง 3 สายการบิน คือ การบินไทย นกแอร์และไทยสมายล์จะประชุมร่วมกันเพื่อจัดทำแผนการบริหารจัดการร่วมกันเพื่อดำเนินงานเชื่อมโยงกัน ภายใต้ชื่อ “ไทยกรุ๊ป” โดยในอนาคตทั้ง 3 สายการบินต้องเป็นเครือข่ายการบิน ส่งต่อผู้โดยสารบินระยะไกล กลาง ใกล้ให้แก่กัน ซึ่งหากทำได้ไทยกรุ๊ปจะแกร่งมาก
นายณรงค์ชัย ว่องธนะวิโมกษ์ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สายการเงินและการบัญชี หนึ่งในคณะกรรมการนกแอร์ กล่าวว่า ส่วนการเข้าไปแก้ไขปัญหาขาดทุนในสายการบินนกแอร์นั้น การบินไทยต้องมีความระมัดระวังมากหากจะเข้าไปบริหารจัดการในนกแอร์ เนื่องจากการบินไทยถือหุ้นเพียง 39% เท่านั้น ทำให้ขณะนี้ ได้เตรียมว่าจ้างที่ปรึกษาให้เข้ามาจัดทำแผนฟื้นฟูกิจการ คาดว่าจะทำเสร็จภายใน 3 เดือน โดยจะเน้นเร่งแก้ไขปัญหาใหญ่ คือ บริหารจัดการสภาพคล่อง เรื่องของเงินกองทุน, เพิ่มทุน และการบริหารต้นทุนค่าใช้จ่าย ซึ่งกำลังมีปัญหาค่าใช้จ่ายสูงจากข้อผูกพันในสัญญาที่นกแอร์ทำไว้กับคู่สัญญาหลายๆด้าน เช่น การซ่อม การจัดการ การบริการการบิน การบริการภาคพื้น ซึ่งนอกจากปัญหาต่างๆดังกล่าวแล้ว ขณะนี้นกแอร์อาจจะต้องเจรจาหาพันธมิตรใหม่เข้ามาร่วมทุน โดยขณะนี้เจรจาไปแล้วกว่า 3-4 ราย ทั้งที่เป็นสายการบิน และไม่ใช่ธุรกิจสายการบิน แต่ยังไม่สำเร็จ.
...