บริการข่าวไทยรัฐ

เย้ยกฎหมาย! 2 โจ๋ 'แก๊งหมูแฮม' คว้ามีดรุมกะซวกหนุ่มใหญ่ดับคาเมืองตรัง

เย้ยกฎหมาย! 2 โจ๋ขาใหญ่ 'แก๊งหมูแฮม' คว้ามีดรุมกะซวกจ้วงแทงหนุ่มใหญ่วัย 44 ปี ใจกลางเมืองตรัง หลังเข้าไปห้ามเพื่อนกับกลุ่มโจ๋ที่กำลังทะเลาะวิวาทกัน ตร.พบประวัติอาชญากรรมติดตัวอื้อ เร่งกระจายกำลังออกจับกุม

เมื่อวันที่ 18 เม.ย. 60 ร.ต.อ.เอกลักษณ์ ศักดิ์ ชัยนันท์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองตรัง รับแจ้งเหตุมีคนถูกแทงได้รับบาดเจ็บสาหัสบนถนนกันตัง ต.ทับเที่ยง หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วย พ.ต.ท.เมธี จันทร์งาม รอง ผกก.สส.(สืบสวน) พ.ต.ท.ประเสริฐ สงแสง รอง ผกก.(สอบสวน) และเจ้าหน้าที่ตำรวจ รุดไปตรวจสอบยังจุดเกิดเหตุ

ทั้งนี้ พบเลือดกองใหญ่เจิ่งนองกระจายตามพื้น ส่วนผู้บาดเจ็บถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลตรัง แต่เหยื่อทนพิษบาดแผลไม่ไหว ประกอบกับเสียเลือดมากเสียชีวิตในเวลาต่อมา ทราบชื่อคนตาย คือ นายสมศักดิ์ หนูคง อายุ 44 ปี มีบาดแผลถูกแทงด้วยมีดปลายแหลมเข้าที่สะบักหลัง จำนวน 4 แผล

จากการสอบปากคำพยาน และดูภาพจากกล้องวงปิด ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายกับพวกมาจากสถานบันเทิงชื่อดัง มานั่งกินข้าวต้มยามดึกบริเวณตลาดท่ากลาง ระหว่างนั้นเพื่อนผู้ตายได้มีปากเสียงและชกต่อยกับกลุ่มวัยรุ่น นายสมศักดิ์ ผู้ตาย ได้เข้าช่วยเหลือจึงเกิดการตะลุมบอน และถูกกลุ่มวัยรุ่นใช้อาวุธปลายแหลมทำร้าย และพยายามวิ่งหนีเอาชีวิตรอด แต่ไม่ทัน ซึ่งแก๊งวัยรุ่นไล่ตามมาจับผู้ตายไว้ ก่อนที่เพื่อนอีกคนจะวิ่งถืออาวุธปืนไม่ทราบชนิด และมีดออกมาจ้วงแทงอย่างโหดเหี้ยมจนล้มทรุดกองกับพื้นนอนจมกองเลือดก่อนวิ่งหลบหนีไป

ขณะที่ ผู้บาดเจ็บพยายามกัดฟันสู้ตะเกียกตะกายลุกขึ้นเดินเพื่อร้องขอความช่วยเหลือจากชาวบ้าน ก่อนจะหมดแรงล้มทรุดลงบริเวณริมฟุตปาท ก่อนมีชาวบ้านมาพบนำร่างโชกเลือดส่ง รพ.ตรัง และเหยื่อสิ้นใจตายในเวลาต่อมา

พ.ต.ท.ประเสริฐ กล่าวว่า หลังจากลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุได้รวบรวมพยานหลักฐาน และภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณดังกล่าว เจ้าหน้าที่ ตร.ได้ขออนุมัติหมายจับต่อศาลจังหวัดตรัง ผู้ต้องหา 2 รายคือ นายชนาพันธ์ สุดทำ อายุ 21 ปี และนายแฮม (นามสมมติ) อายุ 18 ปี โดยแจ้งข้อหาความผิดฐาน ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาพาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร

ทั้งนี้ ผู้ต้องหาทั้งสองรายเป็นน้าหลานกันและมีชื่อฉายา 'แก๊งหมูแฮม' ซึ่งเป็นขาใหญ่ในตัวเมืองตรังมีประวัติอาชญากรรมติดตัว ขณะนี้ได้ส่งตำรวจสืบสวนออกติดตามคนร้าย เชื่อว่ายังกบดานอยู่ในพื้นที่เร่งมาดำเนินคดีโดยเร็วที่สุด

อย่างไรก็ตาม คดีนี้ถือเป็นคดีสะเทือนขวัญคนร้ายลงมืออย่างอุกอาจและโหดเหี้ยมอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย แม้ว่าก่อนหน้านี้จะมีจุดตรวจที่เข้มงวดทุกพื้นที่แต่หลังจากช่วงเทศกาลสงกรานต์ ทำให้ย้ายจุดตรวจไปบางจุดเลยเป็นช่องว่างให้วัยรุ่นอาศัยจังหวะก่อเหตุดังกล่าว