บริการข่าวไทยรัฐ

ตั้งเป้า "จีดีพี" ปีนี้โต 3.5%

สศช.ลุ้นครึ่งปีหลังคนแห่ใช้เงินสะพัด

สศช.คงเป้าจีดีพีปีนี้ขยายตัว 3.5% เผยไตรมาสแรกลุ้นขยายตัวใกล้ 3.5% หลังตัวเลข 2 เดือนแรกของปีออกมาน่าพอใจทั้งการส่งออก ลงทุนรัฐวิสาหกิจ และการบริโภค ขณะที่การลงทุนเอกชนยังติดลบ หวังเศรษฐกิจปีหน้าโตแตะ 4% ชี้ครึ่งหลังของปีนี้ ที่จะเห็นประชาชนใช้จ่ายเพิ่มขึ้น

นายปรเมธี วิมลศิริ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยว่า สศช.คาดการณ์ภาวะเศรษฐกิจของไทย ปีนี้จะขยายตัวที่ระดับ 3.5% และเป็นการขยายตัวต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา

ที่ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ขยายตัวได้ในระดับ 3.2% โดยแนวโน้มจีดีพีไตรมาสที่ 1 ที่ผ่านมา อาจจะขยายตัวได้สูงกว่าในไตรมาสก่อนหน้านี้ ที่ขยายตัว 3% และมีความเป็นไปได้ที่เติบโตใกล้เคียงกันที่ระดับ 3.5%

เนื่องจากตัวเลขที่ สศช.รวบรวมจากภาคเศรษฐกิจสำคัญๆของประเทศใน 2 เดือนแรก ของปีนี้ (ม.ค.-ก.พ.) มีทิศทางการฟื้นตัวต่อเนื่องจากปลายปีก่อน ได้แก่ ภาคการส่งออกที่ปรับเพิ่มขึ้น โดยการส่งออกสินค้าในรูปของเงินดอลลาร์ขยายตัวได้ 4.3% และหากรวมราคาทองคำ การส่งออกจะขยายตัวได้ถึง 7.3% ทำให้ภาพรวมจะเห็นว่าการส่งออกเฉลี่ยของทั้ง 2 เดือน ทำได้สูงกว่าการคาดการณ์ของหลายหน่วยงานที่คาดว่าการส่งออกปีนี้จะขยายตัวได้ 2-3%

สำหรับการบริโภคใน 2 เดือนแรกของปีนี้ ปรากฏว่าขยายตัวได้ 3% ภาคการท่องเที่ยวมีรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติขยายตัวได้ 4% ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดีที่รายได้จากการท่องเที่ยวมีการฟื้นตัวขึ้นจากช่วงปลายปีก่อน สำหรับการลงทุนและการใช้จ่ายงบประมาณของภาครัฐในรอบ 2 เดือนที่ผ่านมา การเบิกจ่ายงบลงทุนของภาครัฐชะลอตัวลงจากที่มีการเร่งรัดการลงทุนไปในช่วงปลายปีที่ผ่านมา แต่รัฐวิสาหกิจยังมีการเบิกจ่ายงบลงทุนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

โดยเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา การลงทุนของรัฐวิสาหกิจเพิ่มขึ้น 12% ขณะที่การลงทุนในเดือน ก.พ.เพิ่มขึ้นถึง 48% ส่วนหนึ่งมาจากการที่รัฐวิสาหกิจ รับนโยบายของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งเร่งรัดการลงทุนของรัฐวิสาหกิจและตั้งเป้าการเบิกจ่ายงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจในภาพรวมไว้สูงถึง 95% เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ตั้งเป้าหมาย 85% เพื่อให้มีการเบิกจ่ายงบประมาณลงสู่ระบบเศรษฐกิจมากขึ้น

ขณะที่การลงทุนภาคเอกชนที่รัฐบาลตั้งความหวังว่าจะเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจยังคงติดลบ 1.1% แต่ สศช.คาดว่าตัวเลขการลงทุนภาคเอกชนจะค่อยๆปรับตัวดีขึ้นในไตรมาสที่ 2 จนถึงปลายปี โดยเป็นการลงทุนเพื่อรองรับกับการส่งออกที่ฟื้นตัวขึ้น ล่าสุดธนาคาร โลกและธนาคารพัฒนาแห่งเอเชีย (เอดีบี) ก็ปรับประมาณการเศรษฐกิจโลกเพิ่มขึ้นสูงกว่า 3% ที่จะเอื้อต่อการส่งออกในปีนี้ให้เพิ่มขึ้น

นายปรเมธีกล่าวว่า เศรษฐกิจของไทยในภาพรวมมีการฟื้นตัวและมีทิศทางที่ดีขึ้นในภาคส่วนสำคัญของเศรษฐกิจ ทั้งการลงทุนภาครัฐ การส่งออก ราคาสินค้าเกษตรที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นจะเป็นปัจจัยหนุนที่หล่อเลี้ยงเศรษฐกิจในปีนี้ โดยการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจะส่งผลต่อความรู้สึกของประชาชนว่าเศรษฐกิจดีขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง ถือเป็นธรรมดาของเศรษฐกิจที่ขยายตัวในระดับต่ำมานาน ที่จะมีความหนืดระดับหนึ่ง ประเมินว่าการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจะส่งผลต่อความรู้สึกของประชาชนโดยทั่วไปให้มีความรู้สึกเศรษฐกิจดีขึ้น หรือมีเงินในกระเป๋าเพิ่มมากขึ้น จะเป็นในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ที่จะเห็นสภาพคล่อง และการใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นของประชาชน

“ศักยภาพของเศรษฐกิจของประเทศไทยในปัจจุบันควรขยายตัว 4% ปรับลดจากเดิมควรที่ขยายตัว 5% เนื่องจากระยะยาวประเทศไทยมีปัจจัยความท้าทายหลายประการ และหากเศรษฐกิจขยายตัวได้ 3.5-4% ก็จะสร้างความมั่นใจให้กับเอกชนมากขึ้น และบทบาทของนโยบายการคลังที่จะใช้ประคับประคองเศรษฐกิจก็สามารถลดทอนลงได้ ซึ่งเป้าหมายของการขยายตัวของเศรษฐกิจปีนี้อยู่ที่ 3.5% ส่วนปีหน้าอาจปรับเพิ่มเป็น 4%”.