บริการข่าวไทยรัฐ

‘แอร์โดอัน’ ประกาศชัย! ชนะประชามติเพิ่มอำนาจประธานาธิบดี

ประธานาธิบดี เรเจป ไตยิป แอร์โดอัน แห่งประเทศตุรกี ออกมาประกาศชัยชนะการลงประชามติขอความเห็นชอบจากประชาชนเพื่อเพิ่มอำนาจให้ตัวเขา หลังผลการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการชี้ว่าเขามีคะแนนนำ...

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ประธานาธิบดี เรเจป ไตยิป แอร์โดอัน แห่งประเทศตุรกี กับพรรครัฐบาล เอเคพี ของเขาประกาศชัยชนะในการทำประชามติขอความเห็นชอบจากประชาชนเพื่อเพิ่มอำนาจให้ประธานาธิบดี โดยนายแอร์โดอันระบุว่าพวกเขาชนะด้วยคะแนนเสียงส่วนใหญ่อย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม ฝ่ายค้านประกาศจะเรียกร้องให้มีการนับคะแนนใหม่

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 16 เม.ย. ชาวตุรกีออกไปใช้สิทธิ์ลงคะแนนเสียงประชามติ เพื่อตัดสินว่าจะยอมรับ แพกเกจปฏิรูป 18 ข้อ ที่จะเปลี่ยนระบบการบริหารประเทศจากระบบรัฐสภาอย่างเป็นประชาธิปไตย เป็นการบริหารโดยระบบประธานาธิบดีหรือไม่ ซึ่งหากยอมรับก็อาจเห็นนายแอร์โดอันดำรงตำแหน่งผู้นำไปจนถึงอย่างน้อยในปี 2029 และเป็นความเปลี่ยนแปลงระบบการเมืองครั้งใหญ่ที่สุดของตุรกีในยุคสมัยใหม่

โดยจนถึงตอนนี้ เจ้าหน้าที่นับคะแนนโหวตไปแล้วกว่า 99% โดยผลอย่างไม่เป็นทางการซึ่งรายงานตามสื่อต่างๆ ของตุรกี แสดงให้เห็นว่า ฝ่ายที่โหวตสนับสนุนนายแอร์โดอันมีคะแนนนำอยู่ที่ 51.36% ส่วนฝ่ายคัดค้านตามอยู่ที่ 48.64% แต่คณะกรรมการการเลือกตังตุรกียังไม่เปิดเผยผลคะแนนอย่างเป็นทางการออกมา

ทั้งนี้ หากผลการเลือกตั้งได้รับการยืนยัน หมายความว่าจะมีความเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ในรัฐธรรมนูญของตุรกี นับตั้งแต่ตุรกีกลายเป็นสาธารณรัฐเมื่อศตวรรษก่อน ขณะที่ประธานาธิบดีจะได้รับการเพิ่มอำนาจอย่างกว้างขวาง ทั้งในด้านการแต่งตั้งรัฐมนตรี, การออกกฤษฎีกา, เลือกผู้พิพากษาระดับ และยุบสภา ระบบใหม่ยังจะยกเลิกบทบาทของนายกรัฐมนตรี และรวมอำนาจให้อยู่ในมือของประธานาธิบดีด้วย

นายแอร์โดอันอ้างว่า ความเปลี่ยนแปลงนี้จำเป็นต่อการแก้ปัญหาความมั่นคงของประเทศ หลังจากเกิดความพยายามก่อรัฐประหารเมื่อ 9 เดือนก่อน และเพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดรัฐบาลผสมที่เปราะบางเหมือนในอดีต แต่ฝ่ายค้านกลัวว่า ความเคลื่อนไหวนี้จะทำให้ตำแหน่งประธานาธิบดีมีอำนาจมากเกินไป เหมือนเป็นการปกครองด้วยคนเพียงคนเดียว โดยไม่มีการตรวจสอบ

ด้านพรรคฝ่ายค้าน ซีเอชพี ยืนยันว่า พวกเขาจะเรียกร้องให้มีการนับบัตรลงคะแนนเสียงใหม่ราว 60% ของทั้งหมด เพื่อประท้วงคำสั่งของคกก.เลือกตั้งที่เกิดขึ้นในช่วงวินาทีสุดท้ายก่อนเริ่มการลงประชามติ ที่ว่าจะยอมรับบัตรลงคะแนนเสียงที่ไม่ได้มีการประทับตราให้เป็นคะแนนเสียงอย่างถูกต้อง