บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

โสมแดง ห้าวยิงขีปนาวุธ ทดสอบ

กลับล้มเหลว! พุ่งไม่กี่วิ-แตก จีน-รัสเซียผวา

เกาหลีเหนือยังห้าว จัดทดสอบยิงขีปนาวุธตัวใหม่ เมื่อช่วงเช้าวันอาทิตย์ หลังจัดพิธีสวนสนาม โชว์แสนยานุภาพได้วันเดียว แต่ขีปนาวุธขึ้นฟ้าไม่กี่วินาทีก็ระเบิดเป็นจุณ ด้าน “จีน-รัสเซีย” ออกโรงเรียกร้องทุกฝ่ายอดทนอดกลั้น ใช้การเจรจาเพื่อยุติความตึงเครียดในคาบสมุทรเกาหลี เมื่อ “ทรัมป์” แสดงท่าทีแข็งกร้าว จะจัดการเอง หากจีนหยุดโสมแดงพัฒนานิวเคลียร์ไม่ได้

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันอาทิตย์ที่ 16 เม.ย. อ้างแหล่งข่าวกองทัพสหรัฐอเมริกาและเกาหลีใต้ เปิดเผยว่า เกาหลีเหนือได้ยิงทดสอบขีปนาวุธอีกครั้ง เมื่อช่วงเช้าตรู่ตามเวลาท้องถิ่น หรือช่วงเวลาใกล้เคียงกันตามเวลาประเทศไทย โดยปล่อยขีปนาวุธขึ้นจากฐานยิงภาคพื้นดินที่เมืองซินโป เมืองอู่ต่อเรือบริเวณชายฝั่งภาคตะวันออก แต่ขีปนาวุธลูกดังกล่าวระเบิด หลังพุ่งขึ้นฟ้าในเพียงไม่กี่วินาที ถือเป็นความล้มเหลวในภารกิจยิงขีปนาวุธครั้งสำคัญท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดในพื้นที่คาบสมุทรเกาหลี

กองทัพสหรัฐฯและเกาหลีใต้ยังระบุไม่ได้ว่าเกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธชนิดใดในครั้งล่าสุดนี้ แต่การทดสอบยิงขีปนาวุธครั้งนี้ พ้องกับช่วงเวลาที่รัฐบาลสหรัฐฯส่งนายไมค์ เพนซ์ รองประธานาธิบดี เดินทางเข้าเกาหลีใต้เพื่อเจรจากับรัฐบาลเกาหลีใต้ในประเด็นสำคัญเรื่องโครงการพัฒนานิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ ขณะที่นายจิม แมตทิส รมว.กลาโหมสหรัฐฯ ระบุประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ได้รับรายงานสถานการณ์ความเคลื่อนไหวของเกาหลีเหนือตลอดเวลา แต่ประธานาธิบดีทรัมป์ยังไม่ตัดสินใจหรือแสดงท่าทีอะไร

ผู้เชี่ยวชาญการทหารแห่งสถาบันศึกษาด้านตะวันออกไกลในกรุงโซล เมืองหลวงเกาหลีใต้ ระบุว่าขีปนาวุธที่เกาหลีเหนือทดสอบยิงลูกล่าสุด อาจเป็นขีปนาวุธชนิดใหม่หรือขีปนาวุธที่ได้รับการปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพยิงไปได้ไกลขึ้น โดยก่อนหน้านี้ เมื่อเดือน ส.ค.ปีที่แล้ว เกาหลีเหนือทดลองยิงขีปนาวุธขึ้นจากเรือดำน้ำมุ่งไปทางญี่ปุ่นได้ระยะไกลราว 500 กม. โดยนายคิม จอง-อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ มีท่าทีชื่นชมความสำเร็จครั้งนั้น ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ประกาศด้วยท่าทีแข็งกร้าวนับตั้งแต่ขึ้นรับตำแหน่งผู้นำสหรัฐฯ เมื่อเดือน ม.ค.ปีนี้ ระบุสหรัฐฯจะเพิ่มมาตรการเพื่อจัดการกับเกาหลีเหนือเอง หากรัฐบาลจีนในฐานะพันธมิตรใกล้ชิดเกาหลีเหนือล้มเหลวในการหยุดยั้งการพัฒนานิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ

ส่วนท่าทีของรัฐบาลจีนและรัสเซียต่างเรียกร้องถึงทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องให้อดทนอดกลั้นและใช้การเจรจา เพื่อยุติสถานการณ์ตึงเครียดบนคาบสมุทรเกาหลี โดยนายหวัง ยี่ รมว.ต่างประเทศจีน ระบุเตือนสถานการณ์ตึงเครียดบนคาบสมุทรเกาหลียามนี้เสี่ยงเกิดสงครามได้ทุกเวลา

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 15 เม.ย.ที่ผ่านมา เกาหลีเหนือจัดพิธีสวนสนามอย่างยิ่งใหญ่ที่จัตุรัสคิม อิล ซุง กลางกรุงเปียงยาง เฉลิมฉลอง “วันแห่งพระอาทิตย์” หรือวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 105 ปี นายคิม อิล-ซุง อดีตผู้นำและผู้ก่อตั้งประเทศเกาหลีเหนือ ซึ่งเป็นปู่นายคิม จอง-อึน ผู้นำเกาหลีเหนือคนปัจจุบัน โดยในการสวนสนาม กองทหารจากกองทัพประชาชนเกาหลี ขนอาวุธยุทธภัณฑ์ออกมาแสดงแสนยานุภาพอย่างคับคั่ง ซึ่งเหล่านักวิเคราะห์ด้านอาวุธชี้ว่า การที่เกาหลีเหนือระดมขีปนาวุธมากกว่า 1 รุ่นมาอวดแสนยานุภาพ บ่งชี้ได้ว่าเกาหลีเหนือกำลังคืบหน้าตามแผนพัฒนาขีปนาวุธแบบติดตั้งในเรือดำน้ำ ซึ่งยากต่อการตรวจพบพิธีสวนสนามฉลองวาระสำคัญของเกาหลีเหนือในครั้งนี้ ยังถูกจับตามองจากนานาชาติ รวมทั้ง สหรัฐฯ ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดในภูมิภาคนี้ เนื่องจากสหรัฐฯ ส่งกองเรือรบที่มีเรือบรรทุกเครื่องบินชั้นนิมิตซ์ “ยูเอสเอส คาร์ล วินสัน” มุ่งหน้าเข้าพื้นที่คาบสมุทรเกาหลี จนหลายฝ่ายหวั่นวิตกว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯอาจชิงโจมตีเกาหลีเหนือ แบบที่สหรัฐฯ ยิงจรวดโทมาฮอว์ก 59 ลูกโจมตีฐานทัพซีเรียที่ถูกกล่าวหาใช้อาวุธเคมีถล่มฝ่ายกบฏเมื่อ 7 เม.ย.ที่ผ่านมา และกองทัพสหรัฐฯทิ้งระเบิดขนาดใหญ่ที่สุดในสารบบที่ไม่ใช่นิวเคลียร์ รุ่น “เอ็มโอเอบี” หรือที่รู้จักในฉายา “มารดาแห่งระเบิดทั้งปวง” (Mother of All Bombs) ถล่มแหล่งกบดานเครือข่ายอุโมงค์และถ้ำของกองกำลังรัฐอิสลาม (ไอเอส) บริเวณหุบเขา จังหวัดนันการ์ฮาร์ ภาคตะวันออกอัฟกานิสถาน ติดพรมแดนปากีสถาน เมื่อคืนวันที่ 13 เม.ย. คร่าชีวิตเหล่านักรบไอเอสเกือบ 100 ราย