บริการข่าวไทยรัฐ

โจ๋ด่านช้าง อ้าง ด.ญ.วัย 14 สมยอมไม่ได้ข่มขืน ทหาร-ตร.ตามล่าหาความจริง

โจ๋ด่านช้างผู้ต้องหา ลวง ด.ญ.วัย 14 ไปข่มขืน ถูกรุมโทรมที่ร้านเกม เปิดปากเป็นการสมยอมกัน ไม่มีข่มขืน ส่วนถูกรุมโทรมหรือไม่นั้นไม่รู้ เหตุเหยื่อเจอแฟนระหว่างไปส่งที่บ้าน ก่อนแยกย้าย ขณะที่ ทหาร-ตร. ลงพื้นที่ตามล่าหาความจริง

จากกรณี ด.ญ.เอ (นามสมมติ) อายุ 14 ปี นักเรียนโรงเรียนชื่อดังแห่งหนึ่งใน อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี ถูกเพื่อนสนิทหลอกไปให้เพื่อนชายไปทำการการข่มขืนกระทำชำเรา ที่ร้านเกมแห่งหนึ่งตามที่ได้เสนอข่าวไปก่อนหน้านี้ (แม่เผย ด.ญ.วัย 14 ถูกรุมโทรมในร้านเกม เครียดจัดหวาดระแวง-ทำร้ายตัวเอง)

ล่าสุด เมื่อวันที่ 16 เม.ย. 60 พ.อ.กุญช์ภัสร์ หาญสมบูรณ์ เสธ บก.ควบคุม กกล.รส.มทบ.17 สุพรรณบุรี พร้อมกำลัง ได้ลงพื้นที่ อ.ด่านช้าง เพื่อตรวจสอบรายละเอียด โดยได้เดินทางไปยัง สภ.ด่านช้าง พบกับ นายประมวล หรือ นายไก่ ผู้ถูกกล่าวหาว่ารุมโทรม พร้อมได้พูดคุยและสอบถามรายละเอียดกับกลุ่มเพื่อนของนายประมวล จากนั้นได้ไปตรวจดูบ้าน และห้องนอนของนายประมวล ซึ่งเป็นสถานที่ก่อเหตุเหตุ พร้อมสอบถามรายละเอียดทั้งหมดกับคนในบ้านซึ่งอยู่ในวันเกิดเหตุ ต่อมา ได้เข้าทำการตรวจสอบร้านเกมที่ผู้เสียหาย กล่าวอ้างว่าถูกรุมโทรม

พ.อ.กุญช์ภัสร์ กล่าวว่า ตนได้รับมอบหมายจาก พล.ต.อภิชาติ สุขแจ่ม ผบ.มทบ.17 ให้มาตรวจสอบคดีนี้อย่างใกล้ชิด เนื่องจากเป็นคดีที่สังคมวงกว้างให้ความสนใจ ซึ่งจากการลงพื้นที่ตรวจสอบ และได้สอบถามผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งสองฝ่ายทั้งแม่เด็กก็เล่าอีกอย่าง นายไก่ ผู้ถูกกล่าวหาและเพื่อนนายไก่ ก็เล่าไปอีกอย่าง ก็ยังมีความขัดแย้งกันอยู่

ทั้งนี้ ก็คงต้องว่าไปตามพยานหลักฐาน ในมุมมองของคนคิดว่าตัวเด็กหญิงที่ถูกกระทำน่าจะเป็นคนตอบได้ดีที่สุด แต่เนื่องจากเป็นเรื่องละเอียดอ่อน มีความอ่อนไหวต่อจิตใจเด็ก คงต้องดูความพร้อมของสภาพจิตใจเด็กว่าจะพร้อมเล่าความจริงทั้งหมดออกมา โดยมีผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายเป็นพยาน

ทางด้าน นายประมวล ผู้ถูกกล่าวหา เปิดใจว่า ตนยอมรับว่าได้มีเพศสัมพันธ์กับน้องจริง และยอมรับทุกอย่างในข้อกล่าวหาว่ามีเพศสัมพันธ์เด็กต่ำกว่าอายุ 15 ปี แต่ไม่ได้เป็นการรุมโทรมอย่างที่เป็นข่าว ตนกระทำน้องเขาเพียงคนเดียวและเป็นการสมยอมของน้องเอง ไม่มีการขัดขืนและทำร้ายร่างกายแต่อย่างใด

ทั้งนี้ ในวันที่เกิดเหตุน้องก็ขับรถมาหาตนเองที่บ้าน โดยมีเพื่อนน้องขับรถจักรยานยนต์มาส่ง ซึ่งหลังจากที่มีอะไรกันเสร็จแล้วตนก็จะขับรถไปส่งน้องที่บ้าน แต่เมื่อขับออกมาระหว่างทางก็มาเจอกับแฟนน้อง แล้วเขาก็รับน้องต่อไปอีกที ตนทราบว่าพาไปอยู่ที่โต๊ะสนุ๊กในตัวตลาดด่านช้าง ซึ่งตนก็ไม่ทราบว่าหลังจากนั้นมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น จากนั้นก็มาทราบอีกทีตอนที่แม่ไปแจ้งความแล้วตำรวจมาจับที่ร้านเกมดังกล่าว ซึ่งรายละเอียดตนก็ได้ให้การกับตำรวจไปหมดแล้ว

ส่วนว่าที่ ร.ต.สุพีร์พัฒน์ จองพานิช ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี กล่าวว่า ขณะนี้ได้รับรายงานความเป็นมาของเรื่องราว และความคืบหน้าของคดีจากทางนายอำเภอด่านช้างแล้ว ซึ่งตนก็ได้รายงานให้กับทางกระทรวงมหาดไทยรับทราบเป็นระยะอย่างต่อเนื่อง และได้มีการประสานงานกับทาง สปก.พม.ของกระทรวงพัฒนาความมั่นคงของมนุษย์ ในการตรวจสอบ ป้องกัน และปราบปราม รวมถึงการเยียวยาในกรณีที่เกิดเหตุอย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว

ส่วนเรื่องกระแสข่าวว่ามีการรุมโทรม หรือกระแสว่าอาจจะมีเรื่องของการล่อลวงไปค้าประเวณี รวมถึงแหล่งมั่วสุมในร้านเกมนั้น ที่ผ่านมาทางจังหวัดสุพรรณบุรี ก็ได้มีการบูรณาการร่วมทหาร ตำรวจ ปกครอง พม. และวัฒนธรรมจังหวัด ตรวจตราตรวจสอบอยู่แล้วอย่างต่อเนื่อง

สำหรับของคดีความนั้นก็ได้กำชับผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายให้ทำแบบตรงไปตรงมา และให้ความยุติธรรมกับทุกฝ่าย ส่วนผู้ที่ร่วมขบวนการตามที่แม่กล่าวอ้างว่ามีมากกว่า 1 นั้น หากตรวจสอบพบว่าใครมีส่วนเกี่ยวข้องก็จะดำเนินการทางกฎหมายขั้นเด็ดขาดไม่มีการละเว้น

พล.ต.ต.สุคุณ พรหมายน ผบก.ภ.จว.สุพรรณบุรี กล่าวว่า คดีนี้ตำรวจไม่ได้นิ่งนอนใจ ก่อนหน้านี้ได้พูดคุยกับแม่ของเด็กแล้ว และได้เข้าไปดำเนินการเร่งรัดคดี จนมีการออกหมายจับนายประมวล ผู้ต้องหา ตามคำให้การของเด็กที่สอบปากคำต่อหน้าสหวิชาชีพ ซึ่งยืนยันว่ามีผู้กระทำชำเราเพียงคนเดียว ซึ่งสอดคล้องกับผลการสอบปากคำพยานบุคคล พยานหลักฐาน และผลตรวจวิทยาศาสตร์ และได้สั่งการให้ ผกก. กลุ่มงานสอบสวน บก.ภ.สุพรรณบุรี ลงไปตรวจสอบข้อเท็จจริง

เบื้องต้น ไม่พบว่ามีการกระทำถึงขั้นรุมโทรม ในส่วนที่แม่ของผู้เสียหาย ยังติดใจในประเด็น มีบุคคลอื่นร่วมกระทำผิด และมีผู้ให้การช่วยเหลือสนับสนุน รวมถึงมีการค้ามนุษย์ ซึ่งตำรวจไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้สั่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริง ให้ ผกก.กลุ่มงานสอบสวน บก.ภ.สุพรรณบุรี ลงพื้นที่ไปสอบปากคำพยานบุคคลเพิ่มเติมโดยละเอียด เพื่อประมวลข้อเท็จจริงทั้งหมด พร้อมให้โอนสำนวนคดีจากตำรวจด่านช้าง ไปให้ทาง บก. เป็นผู้รับผิดชอบแทน เนื่องจากเป็นคดีสำคัญ ประชาชนให้ความสนใจ