บริการข่าวไทยรัฐ

คนเดินทางต้องรู้! ไขข้อข้องใจ ‘มินิบัส’ พระเอกใหม่แทน ‘รถตู้’ ปลอดภัยกว่าจริงไหม?

“มินิบัส” พระเอกหน้าใหม่ที่กำลังจะเข้ามาแทนที่ “รถตู้”!

ทว่า รถตู้นับเป็นยานพาหนะประเภทหนึ่งที่ขึ้นชื่อว่า เร็ว เสียว เสี่ยง และเป็นรถประเภทต้นๆ ที่ปรากฏเป็นข่าวสลดไม่เว้นแต่ละวัน และด้วยความสูญเสียซ้ำแล้วซ้ำเล่าเหล่านี้ จึงเป็นที่มาของการแก้ปัญหาด้วยการนำรถมินิบัสมาวิ่งบริการแทนรถตู้ ฉะนั้น รถมินิบัสหน้าใหม่ จะมีดีเหนือกว่ารถตู้หน้าเก่าอย่างไร? ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ จะพาคุณไปหาคำตอบ!

แกร่ง ปลอดภัย สบายตัว! มินิบัส พระเอกใหม่คนเดินทาง

ผศ.ดร.นักสิทธ์ นุ่มวงษ์ อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล คณะวิศวกรรมศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวกับผู้สื่อข่าวถึงจุดแข็งของรถมินิบัสว่า โครงสร้างของรถมินิบัสนั้น จะมีความแข็งแรงมากกว่ารถตู้ หากรถมินิบัสเกิดอุบัติเหตุพุ่งชน หรือพลิกคว่ำ โอกาสที่ตัวโครงสร้างของรถมินิบัสจะเสียหายได้น้อยกว่ารถตู้

“จากอุบัติเหตุหลายต่อหลายครั้งที่เกิดขึ้นกับรถตู้ มักพบว่า ความเสียหายค่อนข้างรุนแรง ตัวถังฉีกขาด ประตูรถเปิดจนทำให้ผู้โดยสารกระเด็นกระดอนออกมา แต่ในขณะที่ตัวถังของรถมินิบัสจะมีความแข็งแรงทนทานมากกว่า แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ผู้โดยสารที่ใช้บริการรถมินิบัส ก็ควรคาดเข็มขัดเพื่อความปลอดภัย เพราะถ้าคุณไม่คาด ก็เท่ากับว่า คุณยังเสี่ยงอันตรายอยู่ดี ผศ.ดร.นักสิทธ์ บอกเล่าถึงความแตกต่างระหว่างรถตู้และรถมินิบัส

ผศ.ดร.นักสิทธิ์ ขยายความต่ออีกว่า รถตู้จะเหมาะกับการใช้งานในระยะทางที่ไม่ไกลเกินไปนัก หรือในระยะทางที่ไม่เกิน 200-300 กิโลเมตร เนื่องจาก 1.พื้นที่ภายในห้องโดยสารของรถตู้ค่อนข้างน้อย ความสะดวกสบายของผู้โดยสารก็จะลดน้อยถอยลงไปด้วย 2.หากรถตู้ประสบอุบัติเหตุ ความเสียหายที่เกิดขึ้นจะมีความรุนแรงมากกว่ารถมินิบัส และ 3.รถตู้ที่จำเป็นต้องใช้ความเร็วมากๆ หรือรถตู้ของเอกชนที่จะต้องเร่งความเร็ว เพื่อเพิ่มเที่ยวนั้น มีความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุค่อนข้างมาก

“ขณะเดียวกัน รูปแบบการรับส่งคนของรถมินิบัสนั้น จะไม่เหมือนรถตู้ เพราะว่า ลักษณะการจอดของรถมินิบัสอาจจะต้องจอดในจุดที่เฉพาะมากขึ้น ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยในการจอดมากขึ้น เนื่องจากมินิบัสเป็นรถขนาดใหญ่ ไม่ใช่ว่าคุณอยากจะจอดตรงไหนก็จอดได้เหมือนกับรถตู้ และในแง่ของการใช้ความเร็ว รถมินิบัสจะไม่สามารถใช้ความเร็วได้เทียบเท่ากับรถตู้อีกด้วย ผศ.ดร.นักสิทธิ์ กล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงที่ผู้โดยสารจะต้องเจอ

ด้วยความที่รถมินิบัสมีขนาดใหญ่กว่ารถตู้ มีจุดศูนย์ถ่วงสูงกว่ารถตู้ หากรถมินิบัสวิ่งมาด้วยความเร็วสูง โอกาสที่รถมินิบัสจะเสียการทรงตัวนั้น จะมีค่อนข้างมาก เพราะฉะนั้น พนักงานขับรถจะต้องควบคุมความเร็วให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม ซึ่งในจุดนี้อาจเป็นข้อด้อยของรถมินิบัส เพราะผู้โดยสารที่เคยใช้บริการรถตู้อาจจะต้องใช้เวลาในการเดินทางด้วยรถมินิบัสนานขึ้นกว่าเดิม” ผศ.ดร.นักสิทธิ์ ทิ้งท้าย

ณ ขณะนี้ ประเทศไทยมีรถมินิบัสที่เอาไว้ให้บริการประชาชนมากน้อยแค่ไหน? ผู้สื่อข่าวถาม ผศ.ดร.นักสิทธิ์ ซึ่งได้รับคำตอบว่า "เท่าที่ทราบก็จะมี บริษัท ศรีราชาทัวร์ ที่มีรถมินิบัสคอยให้บริการผู้โดยสารที่มีความต้องการเดินทางข้ามจังหวัด ส่วนท่ารถอื่นๆ เท่าที่ทราบนั้น ยังไม่มี"

เปิดใจท่ารถที่ใช้มินิบัสเจ้าแรกของเมืองไทย ‘มินิบัส’ เจ๋งกว่า ‘รถตู้’ อย่างไร?

นางปราณี ประจงกร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศรีราชาทัวร์ หรือในฐานะผู้ประกอบการเจ้าแรกของเมืองไทยที่นำรถมินิบัสมาให้บริการผู้โดยสาร กล่าวถึงประสบการณ์ตลอดระยะเวลา 7 ปีที่ใช้รถมินิบัสว่า แม้ว่ารถมินิบัสจะมีข้อด้อยในเรื่องของความเร็ว แต่ในเรื่องของความสะดวกสบาย และความปลอดภัยนั้น ถือว่าทำได้ดีกว่ารถตู้มากๆ

“ส่วนเหตุผลที่เราเลือกรถมินิบัสมาให้บริการผู้โดยสารก็คือ 1.เราคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นสำคัญ 2.ความสะดวกสบายของผู้ใช้บริการ 3.มินิบัสสามารถให้บริการผู้โดยสารได้มากกว่ารถตู้ โดยตกเที่ยวละ 20 คน แต่รถตู้ให้บริการได้แค่ 13-14 ที่นั่ง” ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศรีราชาทัวร์ แสดงความใส่ใจการบริการ

“รถมินิบัส 15 คัน เพียงพอต่อการให้บริการหรือไม่? ผู้สื่อข่าวถามหญิงแกร่ง ผู้กุมบังเหียนศรีราชาทัวร์ เธอตอบจากประสบการณ์ตรงจากการทำงานว่า แม้ว่าเราจะมีรถมินิบัสคอยให้บริการถึง 15 คัน แต่รถมินิบัสจำนวนนี้ ก็ยังไม่พอต่อการให้บริการแก่ผู้โดยสาร เราจึงจำเป็นต้องใช้รถทัวร์ และรถตู้เป็นรถเสริมคอยให้บริการ ซึ่งศรีราชาทัวร์มีรถทัวร์ทั้งหมด 40 คัน และรถตู้ทั้งหมด 50 คันคอยรองรับผู้โดยสาร” นางปราณี กล่าวถึงจำนวนรถที่สามารถรองรับผู้โดยสารได้

ราคารถมินิบัสต่อคัน ตกเฉลี่ยอยู่ที่เท่าใด และต้องใช้เวลากี่ปีถึงจะคืนทุน? นางปราณี ตอบข้อซักถามข้างต้นว่า “ล่าสุด บริษัท ศรีราชาทัวร์ กำลังสั่งประกอบรถมินิบัสเพิ่มเติมอีก 30 คัน ตกคันละ 2.4-2.5 ล้านบาท เราคาดว่า รถมินิบัส 1 คัน จะใช้ระยะเวลาประมาณ 3-4 ปี ก็จะสามารถคืนทุนได้แล้ว และปัจจุบันผู้โดยสารเริ่มให้ความสำคัญกับความปลอดภัยมากขึ้น เพราะข่าวอุบัติเหตุรถตู้ค่อนข้างทำให้ผู้โดยสารเกิดความกังวลใจในเรื่องของการเดินทางอยู่ไม่น้อย ด้วยเหตุนี้ รถมินิบัสจึงตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้โดยสาร ณ ขณะนี้ ได้ดีที่สุด”

“7 ปีที่นำรถมินิบัสเข้ามาใช้ เคยเกิดอุบัติเหตุใดๆ บ้างหรือยัง?” ผู้สื่อข่าวสอบถามผู้ประกอบการเจ้าแรกที่นำมินิบัสมาให้บริการ “มีบ้าง แต่ไม่ได้รุนแรงอะไรมาก ไม่มีการเสียชีวิต คนที่นั่งอยู่ในรถไม่ได้เป็นอะไรเลย แม้ว่าประเภทของรถที่นำมาใช้บริการจะเป็นเรื่องสำคัญ แต่พฤติกรรมของโชเฟอร์ และผู้โดยสารก็สำคัญไม่แพ้กัน โชเฟอร์ควรมีวินัยในการขับขี่ ผู้โดยสารก็ควรคาดเข็มขัดเพื่อความปลอดภัย แล้วการเดินทางของคุณจะปลอดภัย” หัวหอกคนสำคัญแห่งศรีราชาทัวร์ ทิ้งท้าย

ปชช. ขานรับรถมินิบัส เชื่อแข็งแรง ปลอดภัย นั่งสบาย

น.ส.ภาสินี ชิตรัตถา พนักงานประจำวัย 26 ปี กล่าวถึงประสบการณ์การใช้รถมินิบัสว่า ตนเคยมีโอกาสใช้บริการรถมินิบัสจากชลบุรีไปกรุงเทพฯ อยู่บ่อยครั้ง ซึ่งตนค่อนข้างชื่นชอบการเดินทางด้วยรถมินิบัสมากกว่ารถตู้ เนื่องจากภายในตัวรถนั้น มีความกว้างขวาง เก้าอี้นั่งสบาย และให้ความรู้สึกปลอดภัย

“ส่วนเรื่องระยะเวลาการเดินทางที่ค่อนข้างช้ากว่ารถตู้นั้น โดยส่วนตัว ไม่ได้คิดว่ารถมินิบัสจะใช้เวลาเดินทางนานกว่ารถตู้จนเกินไป เพราะระยะเวลาที่ใช้ในการเดินทางไปถึงจุดหมายก็ถือว่าไล่เลี่ยกัน ดังนั้น หากต้องตัดสินใจให้เลือกใช้รถตู้หรือรถมินิบัส เราก็คงจะเลือกรถมินิบัสแน่นอน เพราะถึงแม้จะช้า แต่ชัวร์กว่าแน่นอน น.ส.ภาสินี ผู้โดยสารรถมินิบัส ให้ความเห็น

ด้าน นายอัครวินญ์ เขียนบัณฑิตย์ พนักงานราชการวัย 25 ปี แสดงทัศนะไว้ว่า ในเรื่องของความปลอดภัยนั้น เชิงโครงสร้างของรถมินิบัส ตนมองว่า มีความแข็งแรงมากขึ้น ตัวถังรถมินิบัสกว้างใหญ่กว่ารถตู้เท่าหรือสองเท่า นั่งสบายกว่า ที่นั่งกว้างขึ้น และมาตรฐานการประกอบรถใช้มาตรฐานเดียวกับรถบัส

“แต่อีกเรื่องที่ต้องพิจารณาก็คือ ไม่ว่าจะเปลี่ยนมาใช้รถแบบใดก็ตาม พฤติกรรมของพนักงานขับรถ และการใช้ความเร็วในการเดินทางก็เป็นเรื่องที่มองข้ามไม่ได้ เพราะไม่ว่าจะเปลี่ยนเป็นรถประเภทใด หากพฤติกรรมการขับขี่ของผู้ขับยังเป็นเช่นเดิม ความเสี่ยงก็ยังคงมีอยู่ไม่เปลี่ยนไป” นายอัครวินญ์ แสดงมุมมอง

มินิบัสหน้าใหม่ จะมีดีเหนือกว่ารถตู้หน้าเก่าอย่างไร?
กรกฎาคมนี้ รู้กัน!