“สรรพสามิต” ลั่นฝ่าฝืนโทษหนักจำคุก 2 ปี
กรมสรรพสามิตร่วมรณรงค์ลดอุบัติเหตุทั่วประเทศ สั่งเจ้าหน้าที่คุมเข้มร้านค้าให้จำหน่ายสุราในเวลาที่กำหนดและห้ามจำหน่ายสุราให้แก่เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี คาดโทษสูงสุดจำคุก 2 ปี ปรับไม่เกิน 4 พันบาท ด้านกรมขนส่งทางบก ลั่นพร้อมติดตั้งเข็มขัดนิรภัยภายในรถกระบะส่วนที่เป็นแค็บ
นายสมชาย พูลสวัสดิ์ อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า ในช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้ กระทรวงการคลังได้สั่งให้กรมสรรพสามิตกวดขันสินค้าที่หลีกเลี่ยงภาษี รวมถึงป้องกันและปราบปรามผู้กระทำผิดกฎหมายสรรพสามิต เนื่องจากประชาชนส่วนใหญ่เดินทางท่องเที่ยวและมีแนวโน้มที่จะบริโภคสุราและยาสูบเพิ่มขึ้น กรมสรรพสามิตจึงได้จัดโครงการรณรงค์ป้องกัน และลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2560
โดยกรมสรรพสามิตได้ร่วมกับศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และมอบหมายให้สำนักงานสรรพสามิตภาคที่ 1-10 สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ถือปฏิบัติตามพระราชบัญญัติสุรา พ.ศ.2493 และพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 โดยจะเข้มงวดกับผู้ประกอบการห้ามจำหน่ายสุราในช่วงเวลา 11.00-14.00 น. กับ 17.00-24.00 น. หากฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 4,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
“กรมสรรพสามิตจะช่วยรณรงค์ไม่ดื่มสุราขณะขับขี่ยานพาหนะและใช้ความระมัดระวังในการขับขี่และรักษาวินัยจราจร รวมทั้งการเข้มงวดการห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในเวลา สถานที่ และเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี พร้อมทั้งจัดเจ้าหน้าที่สรรพสามิตร่วมปฏิบัติงานกับศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนทั่วประเทศด้วย”
นายสมชายกล่าวว่า นอกจากนี้ยังได้จัดทำแผนเฉพาะกิจปราบปรามผู้กระทำผิดกฎหมายสรรพสามิตในช่วงเทศกาล โดยระดมกำลังเจ้าหน้าที่ชุดเฉพาะกิจสำนักตรวจสอบ ป้องกันและปราบปราม พร้อมสนธิกำลังกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันตรวจสอบและปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายสรรพสามิตตามแหล่งสถานบริการ แหล่งชุมชน และพื้นที่เป้าหมายอื่นๆ ซึ่งคาดว่าอาจมีการกระทำผิด ซึ่งนับเป็นมาตรการเสริมทางอ้อมในการคุ้มครองและดูแลสุขภาพของผู้บริโภคให้บริโภคสินค้าที่ถูกต้องตามกฎหมาย เนื่องจากการบริโภคสุราและยาสูบที่หลีกเลี่ยงภาษีจะเป็นอันตรายและส่งผลเสียต่อสุขภาพมากกว่าสุราและยาสูบโดยทั่วไป ทั้งนี้ หากประชาชนต้องการแจ้งเบาะแสการกระทำความผิดติดต่อได้ที่ Call center 1713 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
...
นายณันทพงษ์ เชิดชู รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) กล่าวว่า ขบ.ได้รับหนังสือจากทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เรื่องที่จะให้มีการประกาศหลักเกณฑ์เพื่อให้สามารถนั่งแค็บและกระบะท้ายรถได้ว่า เพิ่งได้รับหนังสือเมื่อวันที่ 11 เม.ย.ที่ผ่านมา หลังจากรับเรื่องแล้วทาง ขบ.ได้เรียกประชุมเป็นการเร่งด่วนเพื่อพิจารณาแนวทางข้อเสนอของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งในทางปฏิบัตินั้นคงจะต้องนัดหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น การจะติดตั้งเข็มขัดนิรภัยภายในรถกระบะส่วนที่เป็นแค็บจะต้องพิจารณาเรื่องมาตรฐานความปลอดภัยที่จะต้องผ่านการตรวจสอบและรับรองจากวิศวกรยานยนต์ เป็นต้น
ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงคมนาคมว่า การที่จะให้ ขบ.ประกาศหลักเกณฑ์ติดตั้งเข็มขัดนิรภัยเพิ่มเติม หรือการอนุมัติให้มีการนั่งกระบะท้าย ขบ.จะต้องหารือกับหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยจะต้องคำนึงเรื่องของมาตรฐานความปลอดภัยเพราะอำนาจของ ขบ.เป็นผู้ที่รับผิดชอบในการอนุมัติให้มีการใช้อุปกรณ์ส่วนควบต่างๆ แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจมีอำนาจหน้าที่ในการตรวจจับหรือปรับ.