รมว.ท่องเที่ยวชี้ตุ๋นทัวร์ญี่ปุ่นเข้าข่ายแชร์ลูกโซ่ แฉไม่จดทะเบียนธุรกิจนำเที่ยว-ขายตรง ด้านรมต.ออมสินเรียกถก สคบ.ด่วนหาแนวทางแก้...
เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 12 เม.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวถึงกรณีเมื่อคืนวันที่ 11 เม.ย. มีประชาชนกว่า 2,000 คน ที่ถูกหลอกขายอาหารเสริมและทัวร์ญี่ปุ่นตกค้างอยู่สนามบินสุวรรณภูมิ ว่า เท่าที่ได้รับรายงานมีผู้เสียหายเข้าแจ้งความอย่างเป็นทางการแล้ว 470 คน และเชื่อว่า จะมีจำนวนมากกว่านี้ ขณะนี้ตำรวจท่องเที่ยวกำลังดำเนินการรับเรื่องร้องเรียนอยู่สนามบินสุวรรณภูมิและเป็นแม่งานการดำเนินคดีทั้งหมด สำหรับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาจะดูแลนักท่องเที่ยวที่เกี่ยวกับผลประโยชน์หรือสิ่งที่นักท่องเที่ยวควรได้รับ ซึ่งมาตรการของกระทรวงการท่องเที่ยวคือ การประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรู้เท่าทันพวกขบวนการดังกล่าว โดยเฉพาะแพ็กเกจทัวร์ที่ต่ำกว่าทุนนั้น เป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว จึงขอให้ประชาชนระมัดระวัง และซื้อแพ็กเกจทัวร์ที่บริษัททัวร์จดทะเบียนกับกระทรวงการท่องเที่ยวฯเท่านั้น เพื่อไม่ให้เกิดกรณีบริษัททิ้งลูกทัวร์
"สำหรับกรณีนี้ อาจจะเข้าข่ายธุรกิจแชร์ลูกโซ่ และยังพบอีกว่า บริษัทดังกล่าวไม่ได้ยื่นขอจดทะเบียนประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการนำเที่ยว ซึ่งในเวลา 13.00 น. จะได้แถลงข่าวที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา" นางกอบกาญจน์ กล่าว
ด้าน นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลงานสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ. กล่าวว่า เท่าที่ทราบจาก สคบ. รายงานว่า บริษัทดังกล่าวไม่ได้จดทะเบียนขายตรงกับทาง สคบ. และในเวลา 10.00 น. ตนจะได้หารือกับผู้บริหาร สคบ. ที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อหาแนวทางดำเนินการจัดการกับกรณีดังกล่าว
...
ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในเพจของ สคบ. ได้เผยแพร่คำชี้แจงกรณีดังกล่าว ว่า ชี้แจงกรณีสมาชิกบริษัท WealthEver (เวลท์เอเวอร์)ถูกหลอกซื้อทัวร์ญี่ปุ่น ตามที่ปรากฏข่าวทางสื่อสังคมออนไลน์ในขณะนี้ กรณีสมาชิกของบริษัทแห่งหนึ่ง ซื้อทัวร์และเดินทางด้วยเครื่องบินแบบเช่าเหมาลำ เพื่อไปเที่ยวยังประเทศญี่ปุ่นระหว่างวันที่ 11 ถึง 16 เม.ย. 2560 ในราคาคนละ 13,130 บาท และได้จ่ายเงินซื้อทัวร์ ดังกล่าวไปแล้ว แต่เมื่อถึงเวลาเดินทาง ปรากฏว่าไม่มีเที่ยวบินเดินทางไปยังประเทศญี่ปุ่น ทำให้กลุ่มสมาชิกที่ซื้อทัวร์ตกค้างที่สนามบินสุวรรณภูมิเป็นจำนวนมาก และจากกรณีดังกล่าว มีการกล่าวอ้างว่าบริษัท ได้จดทะเบียนการประกอบธุรกิจขายตรงกับทาง สคบ. นั้น
กองคุ้มครองผู้บริโภคด้านธุรกิจขายตรงและตลาดแบบตรง ขอชี้แจงว่า จากการตรวจสอบทะเบียนการประกอบธุรกิจขายตรง ไม่พบว่าบริษัทดังกล่าวได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจขายตรงจาก สคบ. แต่อย่างใด อีกทั้งการประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการนำเที่ยว ต้องเป็นไปตามพระราชบัญญัติธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ. 2551 ซึ่งนายทะเบียนตามพระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ. 2545 ไม่สามารถรับจดทะเบียนให้ประกอบธุรกิจขายตรงได้.
ข่าวเกี่ยวข้อง
แม่ถึงกับเป็นลม! จนท.บุกตรวจบ.เวลท์เอเวอร์ ‘ตุ๋นทัวร์ญี่ปุ่น’ ที่นครสวรรค์
รวบทีมงาน อ.โชกุน แก๊งต้มทัวร์ไปญี่ปุ่น 5คนโผล่ด่านระนอง คุมเข้ากทม.