รัฐมนตรีต่างประเทศกลุ่มชาติอุตสาหกรรมชั้นนำของโลก (จี 7) ร่วมประชุมสามัญประจำปี 2 วัน ตั้งแต่วันจันทร์ 10 เม.ย. ที่อิตาลี โดยประเด็นสำคัญคือรับฟังคำชี้แจงจากสหรัฐฯกรณีการโจมตีซีเรียและการเคลื่อนกองเรือรบไปยังคาบสมุทรเกาหลี หวังกดดันความเคลื่อนไหวยั่วยุของเกาหลีเหนือ ท่ามกลางข้อสงสัยถึงท่าทีของสหรัฐฯ หลังนางนิกกี ฮาเลย์ เอกอัครราชทูตสหรัฐฯประจำสหประชาชาติ (ยูเอ็น) เผยว่า สิ่งสำคัญอันดับแรกของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ คือการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลซีเรียขณะเดียวกัน นายเร็กซ์ ทิลเลอร์สัน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ซึ่งเข้าร่วมการประชุมจี 7 ครั้งแรกและมีกำหนดเดินทางต่อไปเยือนรัสเซียวันอังคาร 11 เม.ย. เผยว่า สิ่งสำคัญอันดับแรกของสหรัฐฯคือทำลายกองกำลังรัฐอิสลาม หรือไอเอสให้สิ้น ขณะที่ชาติพันธมิตรในยุโรปต่างก็ต้องการให้สหรัฐฯสนับสนุนการแก้ปัญหาทางการเมืองในซีเรียด้วยการถ่ายโอนอำนาจรัฐบาลประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซาด ผู้นำซีเรียนอกจากนั้น นายทิลเลอร์สันยังเพิ่มแรงกดดันรัสเซียหนักขึ้น พร้อมเตือนว่าหากเกิดการโจมตีด้วยอาวุธเคมีในซีเรียอีกจะยิ่งทำลายความสัมพันธ์สหรัฐฯกับรัสเซีย เพราะรัสเซียล้มเหลวในความพยายามหยุดยั้งการใช้อาวุธเคมีเข่นฆ่าผู้คนในซีเรียส่วนอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมนี ผู้นำทางศาสนาสูงสุดของอิหร่าน เผยว่า สหรัฐฯวางกลยุทธ์ผิดพลาด ด้านตัวแทนอิหร่าน รัสเซีย และกองโจรเฮซโบลเลาะห์ในเลบานอน ร่วมกันข่มขู่ตอบโต้สหรัฐฯกลับ ฝ่ายเจ้าหน้าที่ทูตจีนเดินทางถึงกรุงโซล เกาหลีใต้ เพื่อหารือเรื่องโครงการนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ ท่ามกลางข้อวิตกกังวลว่าเกาหลีเหนืออาจเตรียมพร้อมทดสอบยิงขีปนาวุธอีกวันเดียวกันนี้ สถานการณ์ความรุนแรงในซีเรียยังเกิดขึ้นต่อเนื่อง กลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลามหรือไอเอส ประกาศอ้างใช้มือระเบิดฆ่าตัวตาย 2 ราย จุดชนวนถล่มเป้าหมายกองกำลังกบฏซีเรีย ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐฯ ผลของปฏิบัติการใกล้พื้นที่ชายแดนอิรักกับซีเรีย ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 12 ราย บาดเจ็บอีกหลายราย.