ลือหึ่ง! บอร์ด กทพ.เตรียมปลด "ณรงค์ เขียดเดช" เจ้าตัวมึนข่าวมาจากไหน ระบุผลประเมินผ่านฉลุย-งานเดินตามแผน เชื่อแค่เข้าใจผิด แหล่งข่าวคมนาคม เผยถูกหมายหัวนานแล้ว โดยมี "1 อดีต-2 รอง" ร่วมกันล็อบบี้ สร้างเรื่องงัดข้อบอร์ด หวังยึดอำนาจคุมการทางฯ แทน

ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานจากแหล่งข่าวภายในการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ว่าช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้มีกระแสข่าวว่าจะมีการปลด นายณรงค์ เขียดเดช ออกจากตำแหน่งผู้ว่าการ กทพ. เนื่องจากแนวทางการทำงานที่ไม่ตรงกันระหว่าง นายณรงค์ กับคณะกรรมการ (บอร์ด) กทพ. ที่มี พล.อ.วิวรรธน์ สุชาติ เป็นประธาน จนกระทั่งเมื่อวันที่ 9 เม.ย.ที่ผ่านมา ได้มีการส่งต่อข้อความในกลุ่มไลน์ของพนักงาน กทพ.ฝ่ายกรรมสิทธิ์ที่ดินว่า นายณรงค์ จะยื่นหนังสือขอลาออกจากตำแหน่งในวันนี้ (10 เม.ย.)

โดย นายณรงค์ ได้เปิดเผยถึงกระแสข่าวดังกล่าวว่า ส่วนตัวยังไม่ทราบข้อเท็จจริง และยืนยันว่ายังไม่ได้ยื่นใบลาออกแต่อย่างใด จึงคาดว่าเป็นข่าวที่คลาดเคลื่อน ทั้งนี้ หลายวันก่อนตนก็เพิ่งทราบเรื่องจากพนักงาน กทพ.ที่มาพบ และให้กำลังใจว่ามีกระแสข่าวจะปลดตน ก็ยังแปลกใจอยู่ว่าต้นตอของข่าวมาจากไหน เนื่องจากที่ผ่านมาแม้มีข้อติดขัดระหว่างฝ่ายบริหารกับทางฝ่ายนโยบายบ้าง แต่ก็เป็นเรื่องปกติของหน่วยงานระดับนี้ และอาจจะเป็นเรื่องดีด้วยซ้ำในการตรวจสอบซึ่งกันและกัน อีกทั้ง ผลประเมินการทำงานในตำแหน่งของตน ก็ออกมาค่อนข้างดี ตลอดจน KPI (ตัวชี้วัดผลงาน) ของ กทพ.ที่เพิ่งสรุปไตรมาสที่ 2 ของปีงบประมาณ 2560 ไปก็ออกมาเป็นที่น่าพึงพอใจเช่นกัน

"จริงๆ ในฐานะคนทำงาน จะให้ไปอยู่ตรงไหนก็คงขึ้นอยู่กับผู้บังคับบัญชา แต่ด้วยผลการประเมินส่วนตัว และ KPI หน่วยงานสิ้นเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา ก็อยู่ในระดับมากกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ จึงไม่น่าจะมีเหตุมาปลดผมในตอนนี้" นายณรงค์ ระบุ

...

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังมีกระแสข่าวการปลดนายณรงค์ออก พนักงานและลูกจ้าง กทพ.จำนวนหนึ่งก็ได้รวมตัวกันมอบดอกไม้ และให้กำลังใจนายณรงค์มาครั้งหนึ่งแล้ว โดยมีการชูป้ายสนับสนุนการทำงาน และเชื่อมั่นในความซื่อสัตย์สุจริตของนายณรงค์ด้วย

ด้านแหล่งข่าวระดับสูงในกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า สำหรับแนวคิดในการปลดนายณรงค์มีมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่นายณรงค์ได้รับการสรรหาเข้ามาเป็นผู้ว่าการ กทพ.เมื่อเดือน ม.ค. 2559 โดยมีข่าวว่าบอร์ดจะใช้เหตุผลว่า นายณรงค์ ไม่ผ่านผลประเมินการทำงานตั้งแต่ช่วงแรก แต่เมื่อผลประเมินออกมาก็ปรากฏว่านายณรงค์ได้คะแนนมากถึง 4.8 จากคะแนนเต็ม 5 กระแสข่าวจึงหายไประยะหนึ่ง ทั้งนี้ มีการวิเคราะห์กันว่าความพยายามอยากให้ นายณรงค์ ออกจากตำแหน่งนั้น มาจากความร่วมมือของอดีตผู้ว่าการฯ รายหนึ่ง ที่ยังมีอิทธิพลในหน่วยงานอยู่ ร่วมด้วยรองผู้ว่าการฯ ปัจจุบันอย่างน้อย 2 ราย ที่ได้มีการล็อบบี้ผ่านบอร์ด กทพ.มาเป็นระยะๆ และพยายามหาเหตุผลมาโจมตีนายณรงค์แต่ก็ยังไม่เป็นผล ก่อนหน้านี้มีการยื่นเรื่องร้องเรียนผู้ว่าการ กทพ. แต่เมื่อผลสอบออกมาก็ไม่สามารถเอาผิดกับนายณรงค์ได้ จนล่าสุดมีการเสนอให้ผู้มีอำนาจกดดันนายณรงค์ให้ลาออกจากตำแหน่ง

แหล่งข่าว เปิดเผยต่อว่า โดยเฉพาะระดับรองผู้ว่าการฯ รายหนึ่งที่คาดว่าจะได้ทำหน้าที่รักษาการผู้ว่าการฯ หากนายณรงค์หลุดจากตำแหน่ง ก็หวังเข้ามากุมอำนาจ และทำให้ตัวเองพ้นผิดจากกรณีที่นายณรงค์ได้ตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง และพิจารณาหาผู้รับผิดทางละเมิด จากกรณีที่ศาลได้มีคำพิพากษาให้ กทพ.ชำระค่าเสียหายให้แก่บริษัทเอกชน เกี่ยวกับการยกเลิกสัญญาเช่าพื้นที่อย่างไม่ถูกต้อง ซึ่งมีหลักฐานที่เชื่อได้ว่ามีการทุจริตเข้ามาเกี่ยวข้อง และเชื่อมโยงถึงรองผู้ว่าการฯที่ดูแลเรื่องนี้ จึงอาจจะมีความพยายามในการขึ้นตำแหน่งรักษาการผู้ว่าการฯ เพื่อตัดตอนเรื่องที่ตัวเองถูกสอบสวน คล้ายกับที่ก่อนหน้านี้ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ กทพ.จ่ายค่าเสียหายให้แก่เอกชนผู้รับเหมาหลายล้านบาท กรณีข้อพิพาทเกี่ยวกับการติดตั้ง Bridge Expansion Joint (รอยต่อเพื่อการขยายตัวบนสะพาน) ซึ่งรองผู้ว่าฯ รายเดียวกันดึงเรื่องไว้ จนไม่มีการยื่นอุทธรณ์ ทำให้ กทพ.เสียหาย และเรื่องอยู่ในขั้นตอนสอบสวนของทาง คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในขณะนี้ด้วย ขณะที่ รองผู้ว่าการฯ อีกรายนั้นก็ต้องการสมัครเข้ารับการสรรหาเป็นผู้ว่าการฯแทนนายณรงค์ ผ่านการผลักดันของอดีตผู้ว่าการฯ รายหนึ่ง

แหล่งข่าว เปิดเผยอีกว่า แต่ก็ต้องยอมรับว่าแนวทางการทำงานของนายณรงค์นั้น ค่อนข้างจะเห็นต่างกับแนวนโยบายของบอร์ด กทพ. โดยเฉพาะในส่วนของ พล.อ.วิวรรธน์ ประธานบอร์ดอยู่บ้าง อย่างกรณีโครงการทางพิเศษพระราม 3-ดาวคะนอง-วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครด้านตะวันตก มูลค่ากว่า 3 หมื่นล้านบาท ที่บอร์ด กทพ.เห็นว่าล่าช้า ไม่สามารถนำเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาอนุมัติโครงการได้ทันในเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา ทั้งที่จริงแล้วเรื่องนี้ผ่าน กทพ.ไปนานแล้ว แต่ที่ล่าช้าเพราะถูกดึงเข้าเป็นโครงการในกองทุนโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศ (กองทุนรวม) หรือ Thailand Future fund (TFF) จึงต้องรอขั้นตอนพิจารณาของทางคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และสำนักงานงบประมาณ อย่างละเอียด นอกจากนี้ ยังมีกรณีที่เอกชนรายหนึ่งเสนอจะให้ใช้ที่ดิน และออกงบประมาณจัดสร้างทางขึ้นลงทางด่วนเฉลิมมหานครให้บริเวณราบบ่อนไก่ ถ.พระราม 4 ซึ่งเดิม กทพ.ก็มีโครงการอยู่แล้ว แต่เป็นจุดที่ใกล้เคียงกัน ซึ่งไม่สามารถก่อสร้างได้เนื่องจากพื้นที่แคบ ทางผู้ว่าการ กทพ.ก็เห็นดีด้วย เพราะต้องการแก้ไขปัญหาปริมาณรถสะสมตรงบริเวณ ถ.พระราม 4 ต่อเนื่อง ถ.วิทยุ และ ถ.เพชรบุรี อยู่แล้ว และเมื่อมีเอกชนมาเสนอทั้งที่ดินและงบประมาณ ก็คิดว่าเป็นประโยชน์แก่ กทพ. และการแก้ไขปัญหาจราจร เนื่องจากผู้ใช้ทางด่วนสามารถตัดลง ถ.วิทยุ ได้เลย ไม่ต้องมาสะสมที่ ถ.พระราม 4 เหมือนปัจจุบัน แต่ทางประธานบอร์ด กทพ.มีความเห็นแย้งว่า หากให้เอกชนเข้ามาลงทุนให้ก็จะถูกมีข้อครหาว่าเป็นการเอื้อเอกชนรายดังกล่าว ที่กำลังมีโครงการอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ในบริเวณนั้น ซึ่งทางผู้ว่าการ กทพ.ก็รับฟังทางประธานบอร์ด กทพ. จึงยังไม่ได้ข้อยุติในกรณีนี้

...

"เรื่องทางด่วนพระราม 3 เหมือนพยายามหาเหตุว่าผู้ว่าฯ ณรงค์ทำงานล่าช้า แต่จริงๆ แล้วเรื่องมาค้างอยู่ที่กระทรวงคมนาคมหลายเดือนแล้ว เพื่อรอความเห็นจาก สศช.กับทางสำนักงบประมาณ ขณะที่เรื่องด่านผ่านทางที่เอกชนจะสร้างให้ ที่ผู้ว่าฯ ณรงค์สนับสนุน เพราะ กทพ.มีโครงการอยู่เดิม แต่เมื่อบอร์ดตั้งข้อสังเกตว่าอาจถูกมองว่าเอื้อประโยช์เอกชนนั้น ก็รับฟังเหตุผลซึ่งกันและกัน จึงไม่น่าจะมีความขัดแย้งอะไร" แหล่งข่าว ระบุ.