นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า ในการประชุมแนวทางจัดการสินค้าปาล์มน้ำมัน เพื่อรักษาเสถียรภาพราคาให้กับเกษตรกร ซึ่งได้เชิญตัวแทนจากหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และสภาเกษตรกรแห่งชาติ เมื่อเร็วๆนี้ ได้มีการเสนอให้กระทรวงอุตสาหกรรมใช้ พ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ.2535 กำหนดให้โรงสกัดรับซื้อผลปาล์มสดจากเกษตรกรในเปอร์เซ็นต์น้ำมัน 18% ซึ่งขณะนี้ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม อยู่ระหว่างการพิจารณาออกมาตรการบังคับให้โรงสกัดต้องรับซื้อผลปาล์มสดเปอร์เซ็นต์น้ำมัน 18% ต่อไป สำหรับการกำหนดดังกล่าว เป็นเพราะเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มส่วนใหญ่สามารถผลิตปาล์มได้เปอร์เซ็นต์น้ำมันได้ตั้งแต่ 18-20% ซึ่งถือว่ามีคุณภาพดีขึ้นมาก แต่ที่ผ่านมา โรงสกัดมักรับซื้อผลปาล์มในเปอร์เซ็นต์น้ำมันต่ำกว่า 18% เนื่องจากเร่งตัดปาล์มก่อนกำหนดจึงได้เปอร์เซ็นต์น้ำมันต่ำและขายได้ราคาต่ำไปด้วย

สำหรับมาตรการดูแลปาล์มน้ำมันขณะนี้ กระทรวงพาณิชย์ทำได้เพียงออกมาประกาศราคาแนะนำรับซื้อผลปาล์มสดไว้ที่เปอร์เซ็นต์น้ำมัน 18% เท่านั้น แต่ไม่ใช่มาตรการบังคับ ซึ่งการกำหนดให้โรงงานรับซื้อจากเกษตรกรในเปอร์เซ็นต์น้ำมัน 18% จะทำให้เกษตรกรขายได้ราคาดีกว่าที่ผ่านมาและจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจไทยทั้งระบบ โดยเฉพาะเกษตรกรจะมีรายได้ที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งจากผลศึกษาผลผลิตปาล์มทั้งประเทศพบว่า หากผลักดันให้เกษตรกรขายผลปาล์มสดจากเปอร์เซ็นต์น้ำมัน 17% เพิ่มเป็น 20% จะทำให้มีผลผลิตน้ำมันปาล์มดิบเพิ่มขึ้น 351,000 ตัน และสามารถขายผลปาล์มสดได้สูงขึ้นกิโลกรัม (กก.) ละ 90 สตางค์ หรือเกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น 10,500 ล้านบาท.