กลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์กันหนาหูในช่วงนี้ สำหรับมาตรการ ห้ามนั่งท้ายรถกระบะ และห้ามนั่งแม้แต่แค็บของรถกระบะด้วย โดยให้เหตุผลว่ารถกระบะมีจุดประสงค์เพื่อตั้งวางสิ่งของ ซึ่งที่ผ่านมาผู้ใช้รถกระบะส่วนใหญ่ใช้รถผิดวัตถุประสงค์มาตลอด
หากใครฝ่าฝืนขึ้นท้ายรถกระบะจะถูกปรับไม่เกิน 2,000 บาททันที แล้วมาตรการดังกล่าวจะช่วยลดความเสี่ยงการอุบัติเหตุได้จริงหรือไม่ และเมื่อมีมาตรการดังกล่าว จะทำให้เทศกาลสงกรานต์ในปีนี้ลดความสนุกลงไปมากน้อยแค่ไหน “บันเทิงไทยรัฐออนไลน์” ถามเหล่าคนดังในแวดวงบันเทิงว่าคิดเห็นอย่างไรมาฝากกัน
เริ่มที่นักแสดง-พิธีกรสาว บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ที่กำลังโด่งดังจาก “หน้ากากมังกร” รายการ The Mask Singer มองว่าเป็นกฎหมายที่ดี แต่ควรจะใช้กฎหมายนี้ในช่วงอื่นๆ ยกเว้นในช่วงสงกรานต์มากกว่า
“กฎหมายก็คือกฎหมาย เราคงไปขัดเขาไม่ได้ แต่จริงๆ น่าจะห้ามในช่วงอื่นๆ ยกเว้นช่วงสงกรานต์มากกว่า เพราะจริงๆ เป็นกฎหมายที่ดีนะในเรื่องการดูแลความปลอดภัยของประชาชน ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายใส่หมวกกันน็อก หรือการห้ามนั่งหลังกระบะ เพราะมันเป็นรถสำหรับขนของมากกว่าขนคน ดังนั้นที่ผ่านมาเราใช้ค่อนข้างผิดหน้าที่
เท่าที่พี่เคยอยู่ทีมกู้ภัย อุบัติเหตุไม่ค่อยมาจากคนตกท้ายกระบะเท่าไร แต่มาจากคนขับเมามากกว่า เขาก็เลยกันไว้ดีกว่าแก้ เพราะท้ายกระบะก็เมา คนขับก็เมา ในเมื่อห้ามเรื่องเมาไม่ขับไม่ได้ ห้ามคนเมานั่งท้ายกระบะไม่ได้ เขาก็เลยต้องห้ามอย่างนี้
โดยเฉพาะในช่วงสงกรานต์ ตราบใดที่คุณยังเมาเล่นสงกรานต์อยู่มันก็ต้องห้ามกันแบบนี้ เพราะคุณไม่เชื่อกฎหมายกันเอง ถามว่าควรจะรณรงค์อะไรในช่วงสงกรานต์มากกว่าคือ ห้ามขายเหล้าไปเลยได้ไหม เพราะมันทำให้เกิดอุบัติเหตุเยอะมาก ต้นเหตุมาจากเมามากกว่า เพราะคนที่อยู่ท้ายกระบะแล้วไม่เมาก็อยู่กันได้ เพียงแต่คนออกกฎหมายก็ไม่นั่งกระบะไง (หัวเราะ)”
ด้านนักร้องนักแสดงหนุ่ม เจมส์ เรืองศักดิ์ ลอยชูศักดิ์ ที่กำลังจะเป็นคุณพ่อคนใหม่ของวงการบันเทิง มองว่ามาตรการดังกล่าวน่าจะเป็นมาตรการเพื่อความปลอดภัยของประชาชน อีกทั้ง ยังอยากให้รัฐบาลดำเนินการเอาผิดกับคนที่เมาแล้วขับอย่างจริงจังด้วย
“จริงๆ ผมมองว่าเป็นเรื่องที่ดีนะครับ เพราะมันต้องดูที่เจตนาที่จะสร้างกฎกติกาข้อนี้มาว่าอยากให้คนไทยปลอดภัย อยากให้อัตราการสูญเสียชีวิตหรือทรัพย์สินน้อยลง ดังนั้น ผมว่าจริงๆ แล้วถ้ามันมีกติกาแล้วสามารถช่วยลดอัตราการเกิดอุบัติเหตุได้ ผมก็แนะนำว่าเราอาจจะต้องปรับตัว
อย่างช่วงสงกรานต์บางครั้งเราก็สนุกกันจนลืมเรื่องความปลอดภัย โดยเฉพาะช่วงสงกรานต์ที่คนสนุกสนานกันหลังจากทำงานมาเหนื่อยทั้งปี และเต็มที่กับวันนั้น และทุกปีจะมีการสูญเสียที่ไม่อยากให้เกิด ดังนั้นปีนี้ก็อาจจะเป็นปีที่กฎกติกาคงจะออกให้เข้มก่อน เวลาปฏิบัติจริงก็จะมีหย่อนอะไรบ้าง ในทางปฏิบัติจริงผมเชื่อว่าคงต้องมีการปรับตัว ทั้งทางเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือประชาชนเอง ก็คงหาจุดกึ่งกลางกันเจอครับ
มันเป็นธรรมชาติทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลง คนก็จะปรับตัวเพื่อให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงนั้นครับ ถามว่าควรมีมาตรการอื่นๆ ออกมาในช่วงสงกรานต์ไหม ผมว่าเรื่องเมาแล้วขับเนี่ย ถ้าทำให้คนเสียชีวิตควรยึดทรัพย์หมดเลย ทำให้เป็นมาตรการที่คนไม่กล้าเลยอะ เพราะตอนนี้คนเหมือนไม่กลัว คือต้องทำให้มันโหดแบบขนหัวลุกเลย”
ปิดท้ายที่ดีเจอารมณ์ดี มะตูม เตชินท์ พลอยเพชร ที่เห็นด้วยกับมาตรการดังกล่าวครึ่งหนึ่ง เพราะมองว่าเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ แต่ก็อยากให้คนไทยทุกคนลองทำตามดูเผื่อจะได้ผล
“อันนี้มะตูมคิดว่ามันน่าจะเป็นสิ่งที่หลายคนไม่เห็นด้วย เพราะบางครอบครัวเขามีแค่รถกระบะ เวลาเดินทางกลับบ้านต่างจังหวัดเขาก็ขนพ่อแม่พี่น้องไปด้วยกันเพื่อประหยัดค่าน้ำมัน เราเข้าใจ แต่มะตูมอยากให้คนมองเป็นกลางไว้ว่าลองทำกันสักปีดูไหม ถ้าเกิดมันไม่ได้ เราอาจจะร้องเรียนเพิ่มเติม
เพราะมะตูมเชื่อว่ากฎหมายที่มันออกมา แน่นอนว่าเราต้องการลดยอดผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางท้องถนนในช่วงเทศกาลสำคัญ เพราะฉะนั้นมะตูมคิดว่าการรัดเข็มขัด หรือไม่ให้นั่งท้ายกระบะมันไม่ใช่เพื่อใคร แต่เพื่อผู้โดยสารโดยตรง อยากให้ลดความเสี่ยงที่จะประสบอุบัติเหตุด้วย ฉะนั้นถ้าถามว่าเห็นด้วยไหม มะตูมเห็นด้วยครึ่งหนึ่ง แต่มันเหมือนเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุมากกว่า
ถ้าถามว่าทำให้ความสนุกลดลงไหม แน่นอนว่าถ้าเรานึกถึงสงกรานต์เราก็ต้องนึกถึงถังที่อยู่หลังกระบะสาดน้ำกันไปมา แต่มันก็มีข่าวเด็กตกกระบะแล้วโดนเหยียบทุกปีเหมือนกัน เราก็เข้าใจว่าเขาต้องการแก้จุดบอดในช่วงเทศกาล ขณะเดียวกันทำให้เทศกาลของเราดร็อปไปบ้าง
จริงๆ มะตูมซีเรียสเรื่องเมาแล้วขับ นี่คือเรื่องที่เกิดขึ้นทุกปี ซึ่งอุบัติเหตุเมาแล้วขับเหนือการควบคุมจริงๆ การที่คุณเมาแล้วขับแสดงว่าคุณเป็นฆาตกรแล้วครึ่งหนึ่ง เพราะคุณอาจไปชนคนบริสุทธิ์ที่ไม่ดื่มเหล้ามาก่อนได้
อย่างเรื่องรัดเข็มขัดมีไว้สำหรับการป้องกันการปะทะกัน แต่ถ้าเมาแล้วขับ ต่อให้รัดเข็มขัดมันก็เสี่ยงอยู่ดี ดังนั้นมาตรการมันไม่ใช่เข้มงวดแค่เรื่องคาดเข็มขัด การซ้อนท้ายกระบะ แต่ควรจะเข้มงวดในทุกๆ เรื่องของกฎจราจรในบ้านเราได้แล้ว”.