เมื่อ 29 มี.ค. ผู้พิพากษาศาลส่วนกลางรัฐฮาวายได้ขยายความคำตัดสินจากแค่ให้ระงับคำสั่งบริหารฉบับที่ 2 ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ที่แก้ไขจากฉบับแรกเพื่อเข้มงวดผู้อพยพจาก 6 ชาติมุสลิมไว้ชั่วคราว มาเป็นให้ห้ามดำเนินการจนกว่าจะได้ข้อสรุปในชั้นศาล อ้างเหตุผลคำสั่งของนายทรัมป์กระทบการท่องเที่ยว กระทบถึงแรงงานและกระทบถึงนักเรียนนักศึกษาต่างชาติวันเดียวกัน ทำเนียบขาวแถลงระบุนางอิวานกา ทรัมป์ ลูกสาวคนโตของประธานาธิบดีทรัมป์ เตรียมขึ้นรับหน้าที่ผู้ช่วยและที่ปรึกษาประธานาธิบดี แต่เป็นตำแหน่งที่ไม่มีเงินเดือน เช่นเดียวกับนายจาเรด คุชเนอร์ สามีนางอิวานกา ลูกเขยนายทรัมป์ เพิ่งนั่งเก้าอี้ที่ปรึกษาพ่อตาประธานาธิบดีไปก่อนหน้านี้และไม่ขอรับเงินเดือนเช่นกันทำเนียบขาวแถลงเพิ่มเติมว่าพวกเรายินดีที่อิวานกาเลือกทำหน้าที่สนับสนุนประธานาธิบดี อีกทั้งการทำงานโดยไม่รับเงินเดือน ยังแสดงให้เห็นถึงคำมั่นของพวกเราปฏิบัติตามจริยธรรมการทำงานและยึดมั่นความโปร่งใสก่อนหน้านี้ อิวานกามักปรากฏตัวออกงานสำคัญของผู้นำสหรัฐฯ รวมทั้งต้อนรับผู้นำประเทศแม้ไม่มีตำแหน่งเกี่ยวข้อง ทั้งยังมีสำนักงานอยู่ที่ทำเนียบขาว ทำให้หลายคนวิพากษ์วิจารณ์ว่าอาจเข้าข่ายผลประโยชน์ทับซ้อน.