ช่วงบูมของกุ้งก้ามแดงที่ผ่านมา มือใหม่โหมลงเลี้ยงหวังเพาะลูกกุ้งขายโกยกำไร แต่พอเพาะกันเยอะ ราคาร่วง จากกุ้งลงเดินตัวละ 30 บาท เหลือแค่ไม่กี่บาท...ในขณะที่การเลี้ยงขายเป็นกุ้งเนื้อ ยังหาตลาดกันไม่เจอ เพราะไม่ค่อยมีใครคิดทำจริงจังเมื่อสถานการณ์เป็นเช่นนี้ มีมนุษย์หัวใส ตั้งบริษัท กลุ่มเกษตรกร สมาคม ผุดขึ้นเป็นดอกเห็ดตามสื่อโซเชียล...หวังหลอกขายลูกกุ้งให้เกษตรกรไปขุนเป็นกุ้งเนื้อ หรือไม่ก็ขายพ่อแม่พันธุ์ให้เกษตรกรไปเพาะต่อยอดเพื่อทำกุ้งเนื้อมาส่งขายมีการงัดกลยุทธ์สารพัด ตั้งแต่ระดับเสียเงินหลักพัน เก็บเงินเกษตรกรเข้าร่วมฟังสัมมนา ที่พัก อาหาร เครื่องดื่ม...มีข้อน่าสังเกต หากต้องการช่วยเหลือเกษตรกรจริง ทำไมต้องเก็บเงิน เหตุใดไม่จัดสัมมนาฟรี แล้วจะขายกุ้ง อุปกรณ์ ขายแพ็กเกจต่างๆ ที่เตรียมไว้น่าจะสวยกว่าส่วนจ่ายหลักหมื่น มีหลายแพ็กเกจ ตั้งแต่ค่าสมัคร 15,000 บาท ไปจนถึง 50,000 บาท แลกกับพ่อแม่พันธุ์เป็นคู่ๆ หรือลูกพันธุ์เท่านั้นเท่านี้พร้อมโปรโมชั่น แถมด้วยประกันราคารับซื้อ...นี่ก็พิรุธให้จับได้ หวังหลอกกัน การจับคู่เลี้ยงกุ้งก้ามแดง มันไม่ได้เพาะแบบ 1 ต่อ 1 ต้องใช้ตัวผู้ 1 ตัว ต่อ ตัวเมีย 3 ตัว ถึงจะถูกล่าสุดทำเหมือนแชร์ลูกโซ่ทางสื่อโซเชียล อ้างโครงการพระราชดำริ พ่วงท้ายด้วยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นประธาน...ให้เกษตรกรตั้งกลุ่มอย่างน้อย 5 คน แล้วไปหากลุ่มย่อยในพื้นที่ใกล้เคียงเข้าร่วมอีก มีเงินกู้จาก ธ.ก.ส. ให้ครัวเรือนละ 100,000 บาทอีกโครงการ ชวนเลี้ยงกุ้งก้ามแดง Redclaw Crayfish บรรยายสรรพคุณเป็นผลผลิตใหม่จากโครงการหลวง มี ธ.ก.ส.ให้กู้เหมือนกัน จะได้ลูกกุ้งนิ้ว อาหาร ยารักษาโรคกุ้ง เครื่องบำบัดน้ำ ภาชนะเลี้ยง คอนโดเลี้ยงกุ้ง และประกันราคารับซื้อ...แต่ต้องเปิดบัญชีเล่มใหม่ อ้างถ้าใช้บัญชีเก่าอาจโดนยึดเงินไปโปะหนี้เดิมกรณีนี้ ฝ่ายสินเชื่อ ธ.ก.ส.ออกมาชี้แจง ธนาคารไม่ได้เข้าร่วมโครงการด้วยแต่อย่างใด ต่อให้เปลี่ยนบัญชีใหม่ เปลี่ยนชื่อนามสกุล แต่เลขบัตรประชาชน 13 หลัก มันยังคงเดิม...ชี้ให้เห็นชัดๆ มั่วนี่หว่าประทีป มายิ้ม นายกสมาคมการค้ากุ้งก้ามแดง ฝากเตือน เกษตรกรอยากเลี้ยงกุ้งก้ามแดงจริง วิธีดีที่สุด ให้เพาะพันธุ์ลูกกุ้งเอง ทำกุ้งเนื้อขายเอง...มิเช่นนั้นจะตกเป็นเหยื่อมารต้มตุ๋มเกษตรกร.สะ–เล–เต