บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ทหาร บุกค้นบ้าน 'โกตี๋' แกนนำเสื้อแดงปทุมฯ เจออาวุธสงครามเพียบ! (คลิป)

ทหาร สนธิกำลัง ตร.ปทุมธานี บุกค้นรังบ้าน นายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือโกตี๋ แกนนำเสื้อแดง พบระเบิดเครื่องกระสุน อาวุธสงครามอื้อ จ่อแถลงช่วงสายวันนี้

เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 18 มีนาคม 2560 พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร., พล.ต.ต.สมบัติ มิลินทจินดา รอง ผบช.ภ.1 พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ สนธิกำลังเข้าตรวจค้นบ้านพัก เลขที่ 1/1 หมู่ 6 ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี โดยจับกุม นายธีรชัย อุตรวิเชียร อายุ 55 ปี ชาว จ.สมุทรปราการ เป็นผู้ดูแลบ้านหลังดังกล่าว

จากการตรวจค้น พบยาบ้าจำนวนหนึ่ง วิทยุสื่อสาร 8 เครื่อง, ลำโพง, เครื่องปั่นไฟ และเครื่องขยายเสียง ระเบิดมือ 10 ลูก, ปืนยาวลูกซอง, เครื่องยิงเอ็ม 79 รวม 7 กระบอก, มีดสั้น 11 เล่ม, มีดทำด้วยเขาสัตว์คุ้มครอง 4 เล่ม, มีดดาบ 1 เล่ม พร้อมเครื่องกระสุนปืนหลายขนาดจำนวน 5 กล่องใหญ่ กล่องละ 840 นัด, สมุดบัญชีธนาคาร, พาสปอร์ต และเอกสารสำคัญต่าง ๆ อีกหลายรายการ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเก็บไว้เป็นหลักฐานและควบคุมตัวผู้ต้องหาไปสอบสวนเพิ่มเติม

นายธีรชัย ให้การว่า ตนเองเข้ามาอยู่ที่บ้านหลังนี้เนื่องจากตนเองเป็นลูกเขยของบ้านดังกล่าว และประกอบอาชีพเป็นช่างซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า ส่วนของทั้งหมดเป็นของ นายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ อดีตดีเจเสื้อแดงปทุมธานี หรือ "โกตี๋" แกนนำเสื้อแดงปทุมธานี ที่ได้นำมาฝากไว้ โดยตนไม่ทราบว่าทั้งหมดนั้นมีอาวุธสงครามรวมอยู่ด้วย และขอปฏิเสธไม่ทราบเรื่องเกี่ยวกับอาวุธสงครามทั้งหมดที่ตำรวจพบ

จากการตรวจสอบทราบว่า บ้านหลังนี้เคยถูกใช้เป็นเป็นสถานีวิทยุชุมชน สถานีวิทยุของกลุ่มเสื้อแดง หลังจากถูกปิดการออกอากาศไปเมื่อช่วงมีสถานการณ์การประท้วงทางการเมืองครั้งใหญ่ สมัยนายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จากนั้นพบว่าเป็นช่วงเดียวกันกับที่ โกตี๋ แกนนำเสื้อแดงปทุมธานี ไม่ได้อยู่ที่บ้านหลังดังกล่าวแล้ว และก็ทราบว่าโกตี๋ ก็ไม่ได้อาศัยอยู่ในเขตพื้นที่ จ.ปทุมธานี อีกทั้งก็ยังไม่สามารถจับกุมตัวได้

อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่จะได้ควบคุมตัว นายธีรชัย ผู้ต้องหา ไปสอบสวนเพื่อขยายผลอย่างละเอียด หาเบาะแสที่มาของอาวุธสงครามจำนวนมากนี้ ก่อนดำเนินคดีมียาเสพติดประเภทที่ 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครอง, มีอาวุธปืนสงครามที่นายทะเบียนไม่สามารถอนุญาตออกให้ไว้ในครอบครอง ครอบครองยุทธภัณฑ์ โดยไม่ได้รับอนุญาต มีเครื่องมือสื่อสารโดยไม่ได้รับอนุญาต และส่วนมีดพกสั้นที่ทำด้วยเขาสัตว์ มีความผิดตาม พ.ร.บ.คุ้มครองสัตว์ป่า โดยล่าสุดมีการนำตัวผู้ต้องหาไปสอบปากคำเพิ่มเติมที่กองบังคับการกองปราบปราม ซึ่งจะได้มีการแถลงความคืบหน้าในเรื่องคดีอีกครั้ง.