วันอังคารที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

แตะเบรก คมนาคมแจงกฎออกใบขับขี่ใหม่เริ่มใช้ปี 61จ่อลดค่าเรียนช่วยปชช.

คมนาคมแจงด่วนนโยบายปรับหลักเกณฑ์ออกใบขับขี่ ยืนยันพุ่งเป้าหมายไปที่ความปลอดภัย ลดอุบัติเหตุบนถนนที่มาจากปัญหาความไม่พร้อมของบุคคล ด้านขนส่งทางบก ธาตุไฟแตก ขอเลื่อน บังคับใช้ กฎกระทรวงใบขับขี่ใหม่เป็นปี 61 เล็งปรับลดค่าเรียนโรงเรียนเอกชนหลัง ปชช.ร้องจ๊าก! ค่าเรียนขับรถแพงหูฉี่

เมื่อวันที่ 15 มี.ค. 60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจาก คณะรัฐมนตรี หรือ ครม.มีมติปรับหลักเกณฑ์ออกใบอนุญาตขับขี่ โดยให้ประชาชนต้องไปเรียนและอบรมที่โรงเรียนสอนขับรถเอกชนก่อนจะมีการแจ้งขอออกใบขับขี่ โดยกำหนดเพดานอัตราค่าอบรมไม่เกิน 6,000 บาท สำหรับโรงเรียนสอนขับรถเอกชน 95 แห่ง ซึ่งหลังจากมีมติ ครม.ดังกล่าวเกิดการวิพากษ์วิจารณ์วงกว้าง ทั้งประชาชนผู้ต้องการขอใบอนุญาตและโซเชียลมีเดีย ทำให้กระทรวงคมนาคมต้องออกมาชี้แจงด่วน ถึงข้อสงสัยหลายประเด็น (คาดกฎใหม่ สอบใบขับขี่ผ่านรร. เพิ่มอบรม 15 ชม.ค่าใช้จ่ายพุ่งเกือบ 6 พัน)

นายจิรุตม์ วิศาลจิตร ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม ในฐานะโฆษกกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า การผลักดันนโยบายปรับหลักเกณฑ์ออกใบอนุญาตขับขี่เป็นเรื่องที่กรมการขนส่งทางบกศึกษาข้อมูลมานานและพบว่าปัญหาที่เกิดขึ้นในส่วนของอุบัติเหตุที่มีสถิติสูงทุกปีมาจาก 3 ปัจจัย คือ

1.สภาพถนน ซึ่งขณะนี้กระทรวงคมนาคมมีนโยบายปรับปรุงให้ถนนมีคุณภาพ ปลอดภัยสูง

2.คุณภาพรถ รัฐบาลพยายามควบคุมยกระดับคุณภาพรถโดยสารสาธารณะต่าง ๆ

3.ความไม่พร้อมของผู้ขับรถ พบว่าปัจจัยเรื่องของคนเป็นปัจจัยสำคัญกว่า 80% ทำให้เกิดอุบัติเหตุ ดังนั้น จึงจำเป็นต้องยกระดับการออกใบอนุญาตขับขี่ให้เข้มข้น

ทั้งนี้โรงเรียนที่จะเข้ามาสอนและอบรมจะต้องทำให้ผู้ขับขี่มีความสามารถในการขับรถ มีวัฒนธรรมและจริยธรรมในการขับขี่ ส่วนประเด็นข้อสงสัยทำไมต้องอบรม 15 ชั่วโมงนั้น เป็นการดำเนินการตามกรอบปฏิญญามอสโคทุกประเทศทั่วโลกฝึกอบรมผู้ขับขี่ตามชั่วโมงดังกล่าว ถือเป็นเวลามาตรฐาน

ส่วนกฎหมายดังกล่าวจะมีการบังคับเมื่อใด ยืนยันหลังจากมีมติ ครม.ทางกรมการขนส่งทางบกจะต้องศึกษาแผนรายละเอียดการเตรียมความพร้อมของโรงเรียนเอกชนและผ่านการพิจาณาตามข้อกฎหมายจากกฤษฎีกา คาดว่าจะใช้เวลาอีกเป็นปีกว่าจะประกาศใช้ ส่วนค่าใช้จ่ายในการอบรมไม่เกิน 6,000 บาทนั้น เป็นเพดานสูงสุด และเชื่อว่ากรมการขนส่งทางบกจะศึกษาอัตราที่เหมาะสมก่อนบังคับใช้กฎหมายต่อไป อัตราที่ออกมาจะคำนึงถึงความพร้อมของประชาชนเป็นหลัก

นายกมล บูรณพงศ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวว่า สำหรับความพร้อมของโรงเรียนเอกชนสอนขับรถ ยืนยันในอนาคตจะเพียงพอต่อความต้องการของประชาชน เนื่องจากขณะนี้มีโรงเรียนที่มีมาตรฐานได้รับอนุญาตแล้ว 95 แห่ง และอยู่ระหว่างการขอใบอนุญาต ซึ่งผ่านการพิจารณาแล้ว 43 แห่ง เชื่อว่าเอกชนที่เปิดโรงเรียนสอนขับรถแต่ละรายจะต้องลงทุนไม่น้อยกว่า 20 ล้านบาทต่อแห่ง ซึ่งก็ต้องรักษาคุณภาพ

โดยขนส่งทางบกขีดเส้นชัดเจนว่า การควบคุมคุณภาพแต่ละแห่งจะใช้ระบบ E-Classroom ระบบดังกล่าวจะมีการออนไลน์ข้อมูลตั้งแต่ผู้เข้าเรียนมาแสดงตนที่โรงเรียนด้วยระบบสแกนนิ้ว การทำข้อสอบที่มีการคีย์ข้อมูลเข้ามาในระบบจนถึงการสอบปฏิบัติ ข้อมูลทั้งหมดจะส่งมาที่กรมการขนส่งทางบกด้วย

ทั้งนี้หากพบว่ามีการนำใบอนุญาตขับขี่ไปหาประโยชน์ จะถูกลงโทษสถานหนัก ปิดสถานประกอบการทันที นอกจากนี้ เพื่อให้โรงเรียนสอนขับรถเอกชนมีเพียงพอต่อความต้องการ อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่ามีแนวทางให้สถาบันการศึกษา มหาวิทยาลัยที่มีความพร้อมสามารถเปิดโรงเรียนสอนขับรถและบรรจุเป็นสถานประกอบการเพิ่มในอนาคต