บริการข่าวไทยรัฐ

ฟิลลิป มอร์ริส ติดหนึ่งใน 100 สุดยอดองค์กรเจ้าของสิทธิบัตร

ฟิลลิป มอร์ริส อินเตอร์เนชั่นแนล ติดหนึ่งใน 100 สุดยอดองค์กรเจ้าของสิทธิบัตร แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจ ความเป็นองค์กรนวัตกรรมเพื่อร่วมสร้างสังคมปลอดบุหรี่... 

เมื่อวันที่ 15 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า องค์การสิทธิบัตรแห่งยุโรปเปิดเผยรายชื่อ 100 องค์กรที่ยื่นขอสิทธิบัตรในปี 2559 โดยฟิลลิป มอร์ริส อินเตอร์เนชั่นแนล อิงก์ (พีเอ็มไอ) ติดอันดับที่ 63 ร่วมกับบริษัทนวัตกรรมชื่อดัง อาทิ กูเกิล ซัมซุง ไมโครซอฟท์ แอร์บัส และเป็นบริษัทยาสูบเพียงรายเดียวที่มีรายชื่ออยู่ในรายงานประจำปี 2559 ขององค์การสิทธิบัตรแห่งยุโรป โดยฟิลลิป มอร์ริสฯ เพิ่งจะประกาศวิสัยทัศน์ใหม่ในการพลิกโฉมอุตสาหกรรมยาสูบ ด้วยการมุ่งมั่นที่จะร่วมสร้างสังคมปลอดควันบุหรี่ โดยนับตั้งแต่ปี 2551 ใช้เงินลงทุนกว่า 3 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ และทีมนักวิจัยกว่า 400 คน เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ลดความเสี่ยง และเปิดตัวเว็บไซต์ใหม่ www.pmi.com เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับกระบวนการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์ยาสูบที่อาจจะมีศักยภาพในการลดอันตรายจากการสูบบุหรี่ให้กับตัวผู้สูบและสังคมโดยรวม

นายมิเชล คัตโตนี รองประธานกรรมการฝ่ายเทคโนโลยีและปฏิบัติการ ฟิลลิป มอร์ริสฯ เปิดเผยว่า การวิจัยและพัฒนาทางวิทยาศาสตร์เป็นส่วนสำคัญที่แสดงถึงความมุ่งมั่นที่จะทำให้ผู้สูบบุหรี่ผู้ใหญ่ทั่วโลกมีผลิตภัณฑ์ทางเลือกหลากหลายที่นำมาใช้ทดแทนบุหรี่ได้ ซึ่งสิทธิบัตรที่ได้รับมาช่วยยืนยันว่าได้เข้าใกล้เป้าหมายในการสร้างสังคมปลอดควันบุหรี่ โดยสิทธิบัตรกว่า 1,800 รายการ และอีกกว่า 4,000 รายการ ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาออกสิทธิบัตรนั้นเกิดจากการค้นพบระหว่างการทำวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ดังกล่าว ซึ่งรวมถึงนวัตกรรมที่ให้ความร้อนแก่ใบยาสูบแทนการเผาไหม้ วิธีการใหม่ในการให้ความร้อนแก่น้ำยาเหลวของบุหรี่ไฟฟ้า และกระบวนการในการผลิต

นายพงศธร อังศุสิงห์ ผู้อำนวยการฝ่ายบรรษัทสัมพันธ์ ฟิลลิป มอร์ริส (ไทยแลนด์) ลิมิเต็ด เปิดเผยเพิ่มว่า ฝ่ายวิจัยและพัฒนาของฟิลลิป มอร์ริสฯ ทุ่มเทกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ซึ่งเป็นอันตรายน้อยกว่าบุหรี่ซิกาแรตแบบธรรมดาบนหลักการของการกำจัดการเผาไหม้ของยาสูบ ในขณะเดียวกันก็ตอบสนองความพึงพอใจของผู้บริโภคที่เป็นผู้ใหญ่ทั่วโลก และได้นำเสนอผลการศึกษาทางวิทยาศาสตร์กับผู้ออกกฎระเบียบและนักวิทยาศาสตร์ทั่วโลก ซึ่งเห็นว่าการนำเทคโนโลยียุคดิจิตอลเข้ามาช่วยแก้ปัญหาในสังคมมีความสอดคล้องกับนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ของรัฐบาล เราอยากให้การกำหนดนโยบายเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ยาสูบในอนาคตคำนึงถึงทางเลือกใหม่ในการลดอันตรายจากยาสูบ เพื่อช่วยให้เกิดประโยชน์ในสังคมมากที่สุด ทั้งนี้ ปัจจุบันผู้สูบบุหรี่ในต่างประเทศกว่า 1.4 ล้านคน เปลี่ยนมาใช้ผลิตภัณฑ์ลดความเสี่ยง และฟิลลิป มอร์ริสฯ มีเป้าหมายให้ผลิตภัณฑ์เหล่านั้นสามารถมาแทนที่บุหรี่แบบดั้งเดิมได้ในอนาคต จนถึงขณะนี้ ผลการวิจัยทางวิทยาศาสตร์เพื่อประเมินศักยภาพในการลดความเสี่ยงของผลิตภัณฑ์เป็นที่น่าพอใจอย่างยิ่ง.